← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การประชุมผู้มีอำนาจเต็ม กลไกการทูตเพื่อการทำสนธิสัญญาและข้อตกลงระหว่างประเทศ

สรุปใจความสำคัญ

  • ผู้เข้าร่วมการประชุมผู้มีอำนาจเต็มต้องได้รับมอบอำนาจเต็ม (Full Powers) จากรัฐบาลของตนเพื่อตัดสินใจและลงนามในนามของประเทศ
  • คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (ECOSOC) มีอำนาจเรียกประชุมผู้มีอำนาจเต็มตามกฎบัตรสหประชาชาติ ข้อ 62(4)
  • การประชุมประเภทนี้มักนำไปสู่การสร้างสนธิสัญญาหรืออนุสัญญาระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย

การประชุมผู้มีอำนาจเต็ม (Plenipotentiary Conference) คือรูปแบบการประชุมทางการทูตที่ประกอบด้วยคณะผู้แทนจากประเทศต่างๆ ซึ่งได้รับมอบอำนาจเต็ม (Full Powers) จากรัฐบาลของประเทศตนให้สามารถดำเนินการ เจรจา และตัดสินใจได้อย่างเป็นอิสระในนามของรัฐบาล เพื่อบรรลุข้อตกลงหรือลงนามในสนธิสัญญาที่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศ

บทบาทในระบบองค์การสหประชาชาติ

ภายใต้ระบบขององค์การสหประชาชาติ (United Nations) คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (UN Economic and Social Council หรือ ECOSOC) มีอำนาจในการเรียกประชุมผู้มีอำนาจเต็มตามที่ระบุไว้ในข้อ 62(4) ของกฎบัตรสหประชาชาติ เพื่อจัดการประชุมในประเด็นเฉพาะทางที่ต้องการความร่วมมือระดับพหุภาคี

ตัวอย่างการประชุมผู้มีอำนาจเต็มที่สำคัญในประวัติศาสตร์

การประชุมในลักษณะนี้มักถูกนำมาใช้เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ของโลกหรือแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระดับนานาชาติ ตัวอย่างที่สำคัญ ได้แก่:

  • การประชุมเบอร์ลิน ค.ศ. 1884–1885 (Berlin Conference): หรือที่รู้จักในชื่อการประชุมคองโก หรือการประชุมแอฟริกาตะวันตก ซึ่งเป็นการจัดสรรดินแดนในแอฟริการะหว่างมหาอำนาจยุโรป
  • การประชุมเมริเดียนระหว่างประเทศ ค.ศ. 1884 (International Meridian Conference): การประชุมเพื่อกำหนดเส้นเมริเดียนหลัก (Prime Meridian) ของโลก
  • การประชุมผู้มีอำนาจเต็มเพื่อจัดทำอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์: ซึ่งนำไปสู่การรับรองอนุสัญญา CITES
  • การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติด: ซึ่งนำไปสู่การรับรองอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดให้เป็นหนึ่งเดียว ค.ศ. 1961 (Single Convention on Narcotic Drugs, 1961)
  • การประชุมสุดยอดโลกที่ริโอ (Rio Earth Summit): หรือชื่อทางการคือ การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา ซึ่งมีการรับรองสนธิสัญญาสำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่ กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ และอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการกลายเป็นทะเลทราย
  • การประชุมทางการทูตของผู้มีอำนาจเต็มเพื่อจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court): จัดขึ้นที่กรุงโรม เมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1998

การประชุมผู้มีอำนาจเต็มของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU)

ในกรณีของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union หรือ ITU) องค์กรสูงสุดของ ITU จะถูกเรียกว่า "การประชุมผู้มีอำนาจเต็ม" (Plenipotentiary Conference) ซึ่งจะจัดขึ้นทุกๆ 4 ปี โดยการประชุมนี้มีลักษณะเป็นทางการทูตอย่างเข้มข้น เพื่อกำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินงานขององค์กรในระดับโลก

คำถามที่พบบ่อย

การประชุมผู้มีอำนาจเต็มแตกต่างจากการประชุมทางการทูตทั่วไปอย่างไร?

ความแตกต่างหลักอยู่ที่ 'อำนาจ' ของผู้แทน โดยผู้แทนในการประชุมผู้มีอำนาจเต็มจะได้รับมอบอำนาจเต็ม (Full Powers) ให้สามารถตัดสินใจและลงนามในข้อตกลงแทนรัฐบาลได้ทันที โดยไม่ต้องรอการอนุมัติย้อนหลังในทุกขั้นตอนการเจรจา

ใครเป็นผู้มีอำนาจเรียกประชุมผู้มีอำนาจเต็มในระบบสหประชาชาติ?

คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (UN Economic and Social Council หรือ ECOSOC) เป็นผู้มีอำนาจเรียกประชุมตามกฎบัตรสหประชาชาติ

ตัวอย่างผลลัพธ์ที่ได้จากการประชุมผู้มีอำนาจเต็มคืออะไร?

ผลลัพธ์มักอยู่ในรูปของสนธิสัญญาหรืออนุสัญญา เช่น อนุสัญญา CITES ว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ หรือการจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)