ยุคไพลโอซีน ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศและวิวัฒนาการของมนุษย์
สรุปใจความสำคัญ
- ยุคไพลโอซีนมีอายุระหว่าง 5.33 ถึง 2.58 ล้านปีก่อน
- เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากสภาพอากาศอบอุ่นในยุคไมโอซีนสู่ความหนาวเย็นในยุคไพลสโตซีน
- มีการก่อตัวของพืดน้ำแข็งในกรีนแลนด์และอาร์กติกในช่วงปลายยุค
- เป็นยุคที่บรรพบุรุษมนุษย์ในสกุล Homo เริ่มปรากฏตัว
ยุคไพลโอซีน (Pliocene) เป็นยุคทางธรณีวิทยาที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณ 5.33 ล้านปีก่อน และสิ้นสุดลงเมื่อ 2.58 ล้านปีก่อน โดยเป็นยุคที่สองและเป็นยุคสุดท้ายของ ยุคนีโอจีน (Neogene Period) ใน มหายุคซีโนโซอิก (Cenozoic Era) ยุคนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่โลกเปลี่ยนผ่านจากสภาพอากาศที่อบอุ่นในยุคไมโอซีน (Miocene) ไปสู่สภาพอากาศที่หนาวเย็นและมีความผันผวนสูงในยุคไพลสโตซีน (Pleistocene)

ที่มาของชื่อ
ชื่อ "ไพลโอซีน" ถูกตั้งขึ้นโดย เซอร์ ชาร์ลส์ ไลเอลล์ (Sir Charles Lyell) ในหนังสือ Principles of Geology (เล่ม 3 ปี 1833) โดยมาจากภาษากรีกโบราณคำว่า πλείων (pleíōn) ซึ่งแปลว่า "มากกว่า" และ καινός (kainós) ซึ่งแปลว่า "ล่าสุด" รวมความหมายได้ประมาณว่า "การสืบเนื่องของยุคปัจจุบัน" ซึ่งไลเอลล์ใช้เพื่ออธิบายถึงกลุ่มสัตว์หอยในทะเลที่มีลักษณะใกล้เคียงกับสัตว์หอยในยุคปัจจุบัน
การแบ่งช่วงเวลาทางธรณีวิทยา
ตามมาตรฐานของคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยลำดับชั้นหิน (International Commission on Stratigraphy - ICS) ยุคไพลโอซีนถูกแบ่งออกเป็น 2 ช่วง (Stages) ดังนี้:
- ช่วงเปียเชนเซียน (Piacenzian): 3.60 – 2.58 ล้านปีก่อน (มักเรียกว่า ไพลโอซีนตอนปลาย)
- ช่วงซานเคลียน (Zanclean): 5.33 – 3.60 ล้านปีก่อน (มักเรียกว่า ไพลโอซีนตอนต้น)

นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งช่วงเวลาตามภูมิภาค เช่น ในอเมริกาเหนือ (NALMA) และอเมริกาใต้ (SALMA) ซึ่งใช้เกณฑ์จากซากดึกดำบรรพ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในท้องถิ่นเพื่อกำหนดอายุของชั้นหิน
สภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนแปลงของโลก
สภาพภูมิอากาศในยุคไพลโอซีนมีลักษณะเป็นการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ โดยในช่วงต้นยุค อุณหภูมิโลกมีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงปลายยุคไมโอซีน อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป โลกเริ่มเย็นลงและแห้งแล้งขึ้น รวมถึงมีความแตกต่างของฤดูกาลที่ชัดเจนมากขึ้น

ช่วงเวลาอบอุ่นกลางยุคเปียเชนเซียน (mPWP)
ในช่วงประมาณ 3.3 – 3.0 ล้านปีก่อน เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Mid-Piacenzian Warm Period (mPWP) ซึ่งอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงกว่าปัจจุบันประมาณ 2–3 องศาเซลเซียส ในขณะที่ระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศมีระดับใกล้เคียงกับปี ค.ศ. 2000 (ประมาณ 400 ppm) และระดับน้ำทะเลสูงกว่าปัจจุบันประมาณ 25 เมตร
การก่อตัวของพืดน้ำแข็ง
ในช่วงปลายยุคไพลโอซีน (ประมาณ 3 ล้านปีก่อน) เริ่มมีการก่อตัวของพืดน้ำแข็งขนาดใหญ่ในกรีนแลนด์ และเกิดฝาหิมะในมหาสมุทรอาร์กติก ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำในมหาสมุทรและการไหลเวียนของอากาศ การลดลงของพื้นที่ป่าไม้และการขยายตัวของทุ่งหญ้าสะวันนาเป็นผลโดยตรงจากการที่โลกเย็นลงและแห้งแล้งขึ้น
ความสำคัญทางวิวัฒนาการ
ยุคไพลโอซีนเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งต่อวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะการปรากฏตัวของบรรพบุรุษมนุษย์ในสกุล Homo และ Homo erectus ซึ่งเริ่มปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เป็นทุ่งหญ้าเปิดกว้าง แทนที่ป่าทึบ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาทางสรีระและการใช้เครื่องมือหินในระยะแรก
คำถามที่พบบ่อย
ยุคไพลโอซีนแตกต่างจากยุคไพลสโตซีนอย่างไร?
ยุคไพลโอซีนเป็นช่วงที่โลกเริ่มเย็นลงและแห้งแล้งขึ้น แต่ยังไม่มีการเกิดยุคน้ำแข็งครั้งใหญ่ (Glaciations) ที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางเหมือนในยุคไพลสโตซีน ซึ่งเริ่มต้นเมื่อ 2.58 ล้านปีก่อน
สภาพอากาศในยุคไพลโอซีนเป็นอย่างไร?
ในช่วงต้นยุคอากาศจะอบอุ่น แต่ในช่วงกลาง (mPWP) อุณหภูมิโลกสูงกว่าปัจจุบัน 2-3 องศาเซลเซียส และในช่วงปลายยุคโลกเริ่มเย็นลงและแห้งแล้งขึ้นจนนำไปสู่การเกิดพืดน้ำแข็ง
ทำไมยุคไพลโอซีนถึงสำคัญต่อมนุษย์?
เพราะเป็นช่วงเวลาที่บรรพบุรุษมนุษย์ในสกุล Homo เริ่มวิวัฒนาการขึ้นมา ซึ่งเป็นการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนจากป่าเป็นทุ่งหญ้าสะวันนา
