← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การกวาดล้างและจับกุมกลุ่มเป้าหมายโดยเจ้าหน้าที่รัฐ

สรุปใจความสำคัญ

  • การกวาดล้าง (Roundup) คือปฏิบัติการจับกุมกลุ่มเป้าหมายโดยอาศัยปัจจัยด้านเชื้อชาติ รูปลักษณ์ หรือการสุ่มเลือกในพื้นที่สาธารณะ
  • ในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง นาซีเยอรมนีใช้การกวาดล้าง (เช่น Łapanka ในโปแลนด์) เพื่อส่งผู้คนไปยังค่ายกักกันและค่ายมรณะ
  • การกวาดล้างไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับชาวยิว แต่รวมถึงชาวโรมาในสเปน และกลุ่มชาติพันธุ์ในกัมพูชาภายใต้ระบอบเขมรแดง
  • เป้าหมายหลักของปฏิบัติการกวาดล้างคือการใช้ความประหลาดใจ (Element of Surprise) เพื่อป้องกันการหลบหนี

การกวาดล้าง (Roundup) ในบริบทของการปฏิบัติการทางตำรวจหรือทหาร หมายถึง ปฏิบัติการในการเรียกตัวและจับกุมบุคคลที่ถูกสุ่มเลือกจากพื้นที่สาธารณะ หรือการมุ่งเป้าไปที่ประชากรกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ โดยพิจารณาจากเชื้อชาติ รูปลักษณ์ภายนอก หรือการเป็นสมาชิกในกลุ่มที่ถูกกำหนดให้เป็นเป้าหมาย เพื่อให้การปฏิบัติการประสบความสำเร็จ ผู้จัดทำมักใช้กลยุทธ์การจู่โจมโดยไม่ให้ตั้งตัว เพื่อลดความเสี่ยงในการหลบหนีให้ได้มากที่สุด ในกรณีที่การจับกุมครอบคลุมบุคคลจำนวนมากโดยไม่ได้ระบุกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเจาะจง อาจเรียกเหตุการณ์ดังกล่าวว่า การจับกุมหมู่ (Mass Arrest)

การกวาดล้างกลุ่มชาติพันธุ์ในยุโรป

กรณีชาวโรมาในสเปน

เหตุการณ์การกวาดล้างชาวกิปซีครั้งใหญ่ (The Great Gypsy Round-up) เป็นปฏิบัติการที่ได้รับอนุมัติและจัดตั้งโดยราชวงศ์สเปน นำไปสู่การจับกุมชาวโรมา (Romani) ทั้งหมดในภูมิภาคและส่งตัวไปยังค่ายแรงงาน ปฏิบัติการนี้ได้รับความเห็นชอบจากพระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 6 แห่งสเปน โดยมีมาร์ควิสแห่งเอนเซนาดา (Marquis of Ensenada) เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งเริ่มขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศสเปนเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 1749

การกวาดล้างในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง การกวาดล้างถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินนโยบายฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และควบคุมประชากรในยุโรปที่ถูกยึดครอง

เบลเยียม

ประชากรชาวยิวในเบลเยียมถูกกวาดล้างทั้งหมด 4 ครั้งในช่วงสงคราม โดยสองครั้งแรกเกิดขึ้นในวันที่ 15 และ 28 สิงหาคม ค.ศ. 1942 ที่เมืองแอนต์เวิร์ป ภายใต้การนำของ Erich Holm นายทหารชั้นประทวนของ SS โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างสารวัตรทหาร (Feldgendarmes) เจ้าหน้าที่ SS ชาวเยอรมันและชาวเฟลมิช รวมถึงตำรวจเบลเยียม ส่วนการกวาดล้างครั้งที่สามเกิดขึ้นในวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 1942

ในกรุงบรัสเซลส์ สถานการณ์มีความแตกต่างออกไป เนื่องจากนายกเทศมนตรี Jules Coelst ได้คัดค้านคำสั่งของเยอรมันเกี่ยวกับการบังคับให้ชาวยิวสวมตราดาวสีเหลือง และปฏิเสธที่จะใช้กำลังตำรวจเข้าร่วมในการกวาดล้างโดยอ้างว่าขาดแคลนบุคลากร ส่งผลให้มีการกวาดล้างในบรัสเซลส์เพียงครั้งเดียวในคืนวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 1942

เยอรมนีและฝรั่งเศส

ในเยอรมนี กองตำรวจลับเกสตาโป (Gestapo) ได้กวาดล้างชาวยิวเพื่อบังคับให้เข้าไปอยู่ในเกตโต (Ghetto) พร้อมทั้งยึดบ้านเรือนและทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ "แนวทางแก้ไขขั้นสุดท้าย" (Final Solution) ของนาซี

ในฝรั่งเศส ตำรวจภายใต้รัฐบาลวิชี (Vichy France) ได้ดำเนินการกวาดล้างชาวยิวหลายครั้ง เช่น การกวาดล้าง "ตั๋วเขียว" (Green ticket roundup) ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1941 และการกวาดล้างครั้งใหญ่ที่สนามกีฬา Vélodrome d'Hiver ในปี ค.ศ. 1942 ซึ่งมีการจับกุมชาวยิวมากกว่า 13,000 คน โดยผู้ถูกจับกุมส่วนใหญ่ถูกส่งไปยังค่ายกักกันเอาชวิทซ์หรือค่ายมรณะอื่นๆ

โปแลนด์

ภาพการกวาดล้างพลเรือนในโปแลนด์ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
การปฏิบัติการกวาดล้างพลเรือนในเมืองต่างๆ ของโปแลนด์โดยกองกำลังนาซี

ในโปแลนด์ กองกำลัง SS, Wehrmacht และ Gestapo ได้กวาดล้างพลเรือนตามท้องถนนในเมืองต่างๆ โดยใช้วิธีสุ่มจับผู้คนที่เดินผ่านไปมา หรือปิดล้อมย่านที่พักอาศัยแล้วจับกุมทุกคนในพื้นที่ ปฏิบัติการนี้เรียกว่า Łapanka ซึ่งผู้ที่ถูกจับกุมอาจถูกนำไปเป็นตัวประกัน ส่งไปยังค่ายแรงงาน ค่ายกักกัน หรือถูกประหารชีวิตทันที

ตัวอย่างที่เด่นชัดคือในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1943 ชาวยิว 10,000 คนจากเกตโตเมืองเบียลิสต็อก (Białystok) ถูกกวาดล้างและส่งตัวไปยังค่ายมรณะเทรบลิงกา (Treblinka)

การกวาดล้างในกัมพูชา

ภายใต้ระบอบเขมรแดง มีการกวาดล้างกลุ่มชาติพันธุ์อย่างรุนแรง โดยเฉพาะชาวกัมพูชาเชื้อสายจีน ชาวจาม และชาวเขมรบางกลุ่ม ในปี ค.ศ. 1978 มีครอบครัวจำนวนมากถูกกวาดล้างโดยถูกหลอกว่าเป็นการย้ายถิ่นฐาน แต่ในความเป็นจริงกลับถูกนำไปประหารชีวิต ข้อมูลระบุว่าในปี ค.ศ. 1975 มีชาวจีนในกัมพูชาประมาณ 425,000 คน แต่เมื่อสิ้นสุดระบอบในปี ค.ศ. 1979 เหลือเพียง 200,000 คน ซึ่งบางส่วนต้องลี้ภัยไปยังค่ายผู้ลี้ภัยในไทยหรือหนีไปยังเวียดนาม

การกวาดล้างผู้อพยพในยุคปัจจุบัน

ในเบลเยียม ช่วงวิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัยในยุโรปตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 สวนแม็กซิมิเลียน (Maximilian Park) ในบรัสเซลส์ได้กลายเป็นจุดรวมตัวของผู้ลี้ภัยและอาสาสมัคร ต่อมาในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ค.ศ. 2017 มีรายงานการกวาดล้างผู้อพยพซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยองค์กรสนับสนุนผู้ลี้ภัยและสมาคมไม่แสวงหาผลกำไร เช่น Le Ciré โดยมีการรายงานถึงการใช้กำลังเกินกว่าเหตุต่อผู้ลี้ภัยที่อ่อนแอและผู้สูงอายุ รวมถึงอาสาสมัครที่พยายามเข้าช่วยเหลือ

คำถามที่พบบ่อย

การกวาดล้าง (Roundup) แตกต่างจากการจับกุมหมู่ (Mass Arrest) อย่างไร?

การกวาดล้างมักมุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนเฉพาะเจาะจง เช่น ตามเชื้อชาติหรือลักษณะทางกายภาพ ในขณะที่การจับกุมหมู่เป็นการจับกุมคนจำนวนมากโดยไม่ได้ระบุกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

Łapanka คืออะไร?

เป็นคำเรียกปฏิบัติการกวาดล้างพลเรือนในโปแลนด์ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยกองกำลังนาซีจะสุ่มจับผู้คนที่เดินบนท้องถนนเพื่อนำไปใช้แรงงานหรือประหารชีวิต

เหตุการณ์ Vélodrome d'Hiver คืออะไร?

เป็นการกวาดล้างชาวยิวครั้งใหญ่ในฝรั่งเศสปี ค.ศ. 1942 ซึ่งมีการจับกุมชาวยิวมากกว่า 13,000 คน และส่งตัวไปยังค่ายกักกัน