ภาวะเลือดข้น (Polycythemia) สาเหตุ อาการ และการรักษา
สรุปใจความสำคัญ
- ภาวะเลือดข้นเกิดจากการมีปริมาณเม็ดเลือดแดงหรือฮีโมโกลบินในเลือดสูงกว่าปกติ
- ภาวะเลือดข้นแบ่งเป็นแบบปฐมภูมิ (เกิดจากไขกระดูก) และทุติยภูมิ (เกิดจากปัจจัยกระตุ้นภายนอก)
- ความหนืดของเลือดที่เพิ่มขึ้นทำให้เสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดได้
- ภาวะเลือดข้นสัมพัทธ์เกิดจากการขาดน้ำหรือปริมาณพลาสมาลดลง ไม่ใช่การเพิ่มขึ้นของเม็ดเลือดแดงจริง
ภาวะเลือดข้น (Polycythemia) หรือที่บางครั้งเรียกว่า erythrocytosis คือภาวะทางการแพทย์ที่ตรวจพบว่ามีปริมาณเม็ดเลือดแดงในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งวัดได้จากค่าฮีมาโตคริต (Hematocrit - Hct) หรือความเข้มข้นของฮีโมโกลบิน (Hemoglobin - HgB) ที่เพิ่มสูงขึ้น ภาวะนี้ส่งผลให้เลือดมีความหนืดมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดได้
นิยามของภาวะเลือดข้น
โดยทั่วไป ภาวะเลือดข้นจะถูกกำหนดเมื่อค่าฮีมาโตคริตหรือฮีโมโกลบินสูงเกินเกณฑ์ปกติสำหรับอายุและเพศ ดังนี้:
- ผู้ชายสุขภาพดี: ค่า Hct > 49% หรือ HgB > 16.5 g/dL
- ผู้หญิงสุขภาพดี: ค่า Hct > 48% หรือ HgB > 16.0 g/dL
สำหรับทารกแรกเกิด นิยามจะแตกต่างออกไป โดยจะถือว่าเป็นภาวะเลือดข้นเมื่อมีค่าฮีมาโตคริตสูงกว่า 65%
ประเภทและสาเหตุของภาวะเลือดข้น
ภาวะเลือดข้นสามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลักๆ ได้ดังนี้:
1. ภาวะเลือดข้นสัมพัทธ์ (Relative Polycythemia)
หรือที่เรียกว่า pseudopolycythemia ภาวะนี้ไม่ใช่การเพิ่มขึ้นของจำนวนเม็ดเลือดแดงจริงๆ แต่เกิดจากการที่ปริมาณพลาสมา (น้ำเลือด) ในร่างกายลดลง ทำให้สัดส่วนของเม็ดเลือดแดงดูสูงขึ้น สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่:
- การสูญเสียของเหลวในร่างกาย เช่น การเผาไหม้รุนแรง หรือภาวะขาดน้ำ (Dehydration)
- ความเครียด
- กลุ่มอาการ Gaisböck (มักพบในผู้ชายที่มีภาวะอ้วนและมีความดันโลหิตสูง ซึ่งทำให้ปริมาณพลาสมาลดลง)
2. ภาวะเลือดข้นสัมบูรณ์ (Absolute Polycythemia)
คือการที่มีจำนวนเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้นจริงในร่างกาย แบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อย:
- ภาวะเลือดข้นปฐมภูมิ (Primary Polycythemia): เกิดจากความผิดปกติหรือการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมในไขกระดูก ทำให้มีการผลิตเม็ดเลือดแดงมากเกินไปโดยไม่ขึ้นกับระดับฮอร์โมน erythropoietin (เช่น โรค Polycythemia Vera)
- ภาวะเลือดข้นทุติยภูมิ (Secondary Polycythemia): เกิดจากปัจจัยภายนอกที่กระตุ้นให้ร่างกายผลิตเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น เช่น:
- การตอบสนองต่อภาวะขาดออกซิเจน (Hypoxia) เช่น การสูบบุหรี่เรื้อรัง, ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea), หรือการอาศัยอยู่ในพื้นที่สูง
- การได้รับฮอร์โมน erythropoietin จากภายนอก หรือการใช้ยาบางชนิด เช่น เทสโทสเตอโรน
- เนื้องอกบางชนิด เช่น มะเร็งเซลล์ไต (Renal Cell Carcinoma) ที่ผลิตฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง
- การได้รับเลือดจำนวนมากเกินไป (Over-transfusion) หรือการใช้สารกระตุ้นเลือด (Blood Doping) ในนักกีฬา

พยาธิสรีรวิทยา
การผลิตเม็ดเลือดแดงถูกควบคุมโดยฮอร์โมน erythropoietin (EPO) ซึ่งผลิตจากไตเพื่อตอบสนองต่อภาวะขาดออกซิเจน เมื่อร่างกายตรวจพบว่าออกซิเจนไม่เพียงพอ ไตจะผลิต EPO มากขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มความสามารถในการขนส่งออกซิเจน
ในกรณีของภาวะเลือดข้นปฐมภูมิ ความผิดปกติจะเกิดขึ้นที่ไขกระดูกโดยตรง ทำให้มีการผลิตเม็ดเลือดแดงอย่างต่อเนื่องแม้ว่าระดับออกซิเจนในร่างกายจะเพียงพอแล้วก็ตาม
เมื่อจำนวนเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้นมากเกินไป จะทำให้เลือดมีความหนืด (Viscosity) สูงขึ้น ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดช้าลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน (Thrombosis) ในอวัยวะสำคัญ
การวินิจฉัยและการรักษา
ภาวะเลือดข้นในระดับเล็กน้อยมักไม่มีอาการ แต่หากมีความรุนแรง แพทย์จะทำการตรวจประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจเลือดเพื่อหาค่า Hct และ HgB รวมถึงการตรวจระดับฮอร์โมน erythropoietin และการตรวจทางพันธุกรรมเพื่อระบุสาเหตุที่แท้จริง
การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค:
- การรักษาภาวะเลือดข้นปฐมภูมิ: อาจรวมถึงการเจาะเลือดออก (Phlebotomy) เพื่อลดความเข้มข้นของเลือด, การใช้ยาต้านเกล็ดเลือดเพื่อลดความเสี่ยงของลิ่มเลือด, และการใช้ยาเคมีบำบัดบางชนิด (Cytoreductive therapy) เพื่อลดการผลิตเม็ดเลือดแดงในไขกระดูก
- การรักษาภาวะเลือดข้นทุติยภูมิ: มุ่งเน้นที่การรักษาโรคหรือปัจจัยที่เป็นสาเหตุ เช่น การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือการเลิกสูบบุหรี่
คำถามที่พบบ่อย
ภาวะเลือดข้นคืออะไร?
คือภาวะที่ร่างกายมีปริมาณเม็ดเลือดแดงหรือความเข้มข้นของฮีโมโกลบินสูงกว่าปกติ ทำให้เลือดมีความหนืดมากขึ้นและไหลเวียนได้ยากขึ้น
สาเหตุของภาวะเลือดข้นมีอะไรบ้าง?
สาเหตุมีทั้งแบบปฐมภูมิ เช่น ความผิดปกติของไขกระดูก (Polycythemia Vera) และแบบทุติยภูมิ เช่น การอาศัยอยู่ในที่สูง, ภาวะขาดออกซิเจนเรื้อรัง, หรือการใช้ยาบางชนิด
ภาวะเลือดข้นอันตรายหรือไม่?
หากไม่ได้รับการรักษา ภาวะเลือดข้นอาจทำให้เลือดหนืดเกินไปจนเกิดลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือหัวใจขาดเลือดได้
