← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Prunus tomentosa ทำความรู้จักกับนันคิงเชอร์รี่ พืชพรรณสวยงามและมีประโยชน์

สรุปใจความสำคัญ

  • Prunus tomentosa หรือ นันคิงเชอร์รี่ เป็นไม้พุ่มผลัดใบที่มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออก
  • ผลของนันคิงเชอร์รี่มีสีแดงสด รสชาติหวานอมเปรี้ยว และสามารถนำไปให้ประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบ เช่น แยมและไวน์
  • ทนทานต่อความหนาวเย็นได้สูงมาก โดยสามารถทนได้ถึง Hardiness Zone 2
  • ชื่อสายพันธุ์ tomentosa มาจากลักษณะขนหนาแน่นที่ underside ของใบ

Prunus tomentosa หรือที่รู้จักกันในชื่อ นันคิงเชอร์รี่ (Nanking cherry) เป็นไม้พุ่มผลัดใบที่โดดเด่นด้วยดอกไม้สีขาวหรือชมพูและผลเชอร์รี่สีแดงสดใส ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในจีนตอนเหนือและตะวันตก (รวมถึงทิเบต) เกาหลี มองโกเลีย และอาจรวมถึงอินเดียตอนเหนือ

Prunus tomentosa
ลักษณะทั่วไปของ Prunus tomentosa

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

นันคิงเชอร์รี่เป็นไม้พุ่มที่มีรูปทรงไม่แน่นอน โดยมีความสูงประมาณ 0.3 ถึง 3 เมตร (บางครั้งอาจสูงถึง 4 เมตร) และอาจมีความกว้างพอๆ กัน เปลือกไม้มีสีดำอมทองแดง และมีลักษณะเรียบ

ใบและดอก

ใบเป็นแบบสลับ (alternate) มีความยาว 2-7 เซนติเมตร และกว้าง 1-3.5 เซนติเมตร รูปทรงไข่ถึงรูปไข่กลับ (oval to obovate) ปลายใบแหลม ขอบใบหยักแบบไม่สม่ำเสมอ ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มและมีขนอ่อนๆ ส่วนด้านล่างมีขนหนาแน่น (tomentose) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อสายพันธุ์ tomentosa

ดอกมีสีขาวหรือชมพู บานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิก่อนหรือพร้อมกับใบ ดอกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-2.0 เซนติเมตร จัดเรียงเป็นกลุ่มบนก้านดอกสีแดงสดใส

ผลและเมล็ด

ผลเป็นแบบดรูเป (drupe) มีสีแดงสดใส ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-12 มิลลิเมตร (บางครั้งอาจถึง 25 มิลลิเมตร) รสชาติหวานอมเปรี้ยว สุกในต้นฤดูร้อน โดยมีเมล็ดขนาดใหญ่ภายใน

ผลของ Prunus tomentosa
ผลเชอร์รี่สีแดงสดของนันคิงเชอร์รี่

การนำไปใช้ประโยชน์

พืชชนิดนี้ถูกปลูกปลูกอย่างแพร่หลายในเอเชียตะวันออกเพื่อความสวยงามของดอกและผล และถูกนำเข้าสู่สหราชอาณาจักรในปี 1870 และสหรัฐอเมริกาในปี 1892

  • ด้านอาหาร: ผลของนันคิงเชอร์รี่สามารถรับประทานได้ โดยนำไปทำเป็นน้ำผลไม้ แยม และไวน์ รวมถึงใช้ในผักดองและเห็ดดอง
  • ด้านภูมิทัศน์: ปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อความสวยงามของดอกและผล และสามารถตัดแต่งกิ่งให้เป็นทรงบอนไซ หรือทรงพุ่มพุ่มเตี้ย
  • ด้านการเกษตร: ใช้เป็นต้นตอ (rootstock) สำหรับการเสียบยอดเชอร์รี่สายพันธุ์อื่น
  • ด้านสิ่งแวดล้อม: ในพื้นที่แถบแมนจูเรียและมิดเวสต์ของสหรัฐอเมริกา นิยมปลูกเป็นแนวรั้วเพื่อเป็นแนวกันลม (windbreak)

การปลูกและการดูแลรักษา

นันคิงเชอร์รี่เจริญเติบโตได้ดีในดินที่ระบายน้ำได้ดีและมีความเป็นกรดเล็กน้อย ชอบแสงแดดจัด และมีความทนทานต่อความแห้งแล้งและอากาศหนาวเย็นได้ดีเยี่ยม (ทนหนาวได้ถึง Hardiness Zone 2)

ปัญหาและโรคพืช

Prunus tomentosa อาจประสบปัญหาจากแมลงเจาะลำต้น (borer insects) และหากพืชเกิดความเครียด อาจเกิดโรคราน้ำตาล (brown rot) ได้ นอกจากนี้ พืชชนิดนี้ไม่เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีอากาศร้อนชื้นสูง เช่น ทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา

ประวัติการจำแนกประเภท

Carl Peter Thunberg ได้บรรยายลักษณะของพืชชนิดนี้จากตัวอย่างที่เก็บรวบรวมในญี่ปุ่นระหว่างปี 1775 ถึง 1776 ขณะที่เขาพำนักอยู่ที่เกาะเดจิมะ ในอ่าวนาซากิ โดยเขาได้ตั้งชื่อสายพันธุ์ว่า tomentosa ตามลักษณะขนหนาแน่นที่อยู่ใต้ใบ

คำถามที่พบบ่อย

นันคิงเชอร์รี่ (Prunus tomentosa) สามารถรับประทานได้หรือไม่?

รับประทานได้ ผลมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว และนิยมนำไปทำเป็นน้ำผลไม้ แยม และไวน์

นันคิงเชอร์rี่ เหมาะกับการปลูกในประเทศไทยหรือไม่?

ไม่เหมาะอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นพืชที่ต้องการอากาศหนาวเย็นและไม่ทนต่อความร้อนและความชื้นสูง

นันคิงเชอร์รี่แตกต่างจากเชอร์รี่แท้ๆ อย่างไร?

แม้จะถูกเรียกว่าเชอร์รี่ แต่ในทางพฤกษศาสตร์ นันคิงเชอร์รี่มีความใกล้ชิดกับพลัม (Plums) มากกว่าเชอร์รี่แท้ๆ