← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ระเบียบขั้นตอนที่ยุ่งยาก (Red Tape) ความหมาย ผลกระทบ และที่มา

สรุปใจความสำคัญ

  • Red Tape คือกฎระเบียบที่มากเกินความจำเป็นและสร้างภาระด้านเวลาและค่าใช้จ่าย
  • คำว่า Red Tape มีต้นกำเนิดมาจากริบบิ้นสีแดงที่ใช้ผูกเอกสารสำคัญในสเปนศตวรรษที่ 16
  • ระเบียบขั้นตอนที่ยุ่งยากส่งผลกระทบเชิงลบต่อ GDP และความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ

ระเบียบขั้นตอนที่ยุ่งยาก หรือที่เรียกทับศัพท์ว่า Red Tape หมายถึง กฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือขั้นตอนทางราชการที่มากเกินความจำเป็น หรือซ้ำซ้อน ซึ่งก่อให้เกิดต้นทุนทั้งในด้านการเงินและเวลาในการปฏิบัติตามกฎเหล่านั้น โดยส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ในองค์กรเอกชนขนาดใหญ่เช่นกัน

ความแตกต่างระหว่างกฎระเบียบที่มีประโยชน์และ Red Tape

Red Tape แตกต่างจากกฎเกณฑ์และมาตรการป้องกันที่มีประโยชน์ โดย Red Tape คือภาระทางบริหารจัดการ หรือต้นทุนที่ประชาชนต้องแบกรับ ซึ่งสูงเกินกว่าต้นทุนที่จำเป็นในการดำเนินนโยบายและขั้นตอนการทำงานปกติ โดยสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่:

  • กฎที่ไร้ประสิทธิภาพตั้งแต่เริ่มต้น (Rules born bad): กฎระเบียบที่ถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่ได้แก้ปัญหาที่แท้จริงตั้งแต่แรก
  • กฎที่เคยมีประโยชน์แต่กลายเป็นภาระ (Good rules gone bad): กฎระเบียบที่เคยมีประโยชน์ในอดีต แต่เมื่อเวลาผ่านไปหรือเทคโนโลยีเปลี่ยนไป กฎเหล่านั้นกลับกลายเป็นอุปสรรคและไม่จำเป็นอีกต่อไป

ผลกระทบของระเบียบขั้นตอนที่ยุ่งยาก

ระเบียบขั้นตอนที่ยุ่งยากสามารถขัดขวางความสามารถของบริษัทในการแข่งขัน การเติบโต และการสร้างงาน นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบว่า Red Tape ส่งผลเสียต่อพนักงานในภาครัฐ โดยลดความพึงพอใจในงานและสุขภาวะของพนักงาน

ตัวอย่างผลกระทบทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่:

  • สหราชอาณาจักร: ในปี 2005 หน่วยงาน Better Regulation Task Force ระบุว่าการปฏิรูประเบียบขั้นตอนที่ยุ่งยากอาจช่วยเพิ่ม GDP ได้ถึง 1.6 หมื่นล้านปอนด์ต่อปี หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 1%
  • แคนาดา: สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งแคนาดาประเมินว่าในปี 2020 ต้นทุนที่เกิดจากระเบียบขั้นตอนที่ยุ่งยากจากรัฐบาลกลาง รัฐ และเทศบาล มีมูลค่าสูงถึง 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 28% ของภาระการกำกับดูแลทั้งหมดสำหรับธุรกิจในแคนาดา

ด้วยเหตุนี้ หลายรัฐบาลทั่วโลก เช่น สหภาพยุโรป อาร์เจนตินา สหรัฐอเมริกา และอินเดีย จึงได้นำมาตรการลด Red Tape มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงาน

ที่มาและประวัติศาสตร์ของคำว่า Red Tape

เชื่อกันว่าคำว่า "Red Tape" มีต้นกำเนิดมาจากศตวรรษที่ 16 ในสมัยการบริหารของพระเจ้าชาร์ลที่ 5 แห่งสเปน ซึ่งทรงใช้ ริบบิ้นสีแดง (balduque) ในการผูกมัดเอกสารทางราชการที่สำคัญที่สุด ซึ่งต้องได้รับการพิจารณาโดยสภาแห่งรัฐ เพื่อแยกออกจากเอกสารทั่วไปที่ผูกด้วยเชือกธรรมดา

เอกสารเก่าที่ผูกด้วยริบบิ้นสีแดง
ตัวอย่างการใช้ริบบิ้นสีแดงผูกเอกสารทางราชการในสมัยก่อน

ในสหราชอาณาจักร นักเขียนชื่อดังอย่าง ชาร์ลส์ ดิกเกนส์ และ โทมัส คาร์ไลล์ ได้ใช้คำนี้เพื่อเสียดสีความเฉื่อยชาของระบบราชการ โดยเปรียบเปรยว่าระบบราชการถูกผูกมัดด้วยริบบิ้นสีแดงจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

ในสหรัฐอเมริกา คำนี้ถูกนำมาใช้ในบริบทของการเข้าถึงบันทึกส่วนบุคคลของทหารผ่านศึกสงครามกลางเมืองที่ทำได้ยากลำบาก และถูกนำมาใช้ในรายงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในปี 1921 เพื่อตั้งเป้าหมายในการกำจัด "ระเบียบขั้นตอนที่ยุ่งยากและรายละเอียดทางเทคนิค" เพื่อต่อสู้กับภาวะชะงักงันของการบริหารงาน

คำถามที่พบบ่อย

Red Tape แตกต่างจากกฎระเบียบทั่วไปอย่างไร?

Red Tape คือกฎระเบียบที่ 'เกินความจำเป็น' หรือ 'ซ้ำซ้อน' ซึ่งสร้างภาระมากกว่าประโยชน์ที่ได้รับ ในขณะที่กฎระเบียบทั่วไปคือมาตรการที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยหรือความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ทำไม Red Tape ถึงส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ?

เพราะทำให้ธุรกิจต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามขั้นตอนที่ไม่มีประโยชน์ ซึ่งลดความสามารถในการแข่งขัน การเติบโต และการสร้างงาน

เราสามารถลด Red Tape ได้อย่างไร?

การลด Red Tape ต้องอาศัยความมุ่งมั่นทางการเมืองที่เข้มแข็งในการทบทวนกฎระเบียบที่ล้าสมัย ตัดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และนำเทคโนโลยีมาใช้แทนที่กระบวนการแบบเดิม