← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การจำลองเสมือนของมือถือระยะไกล เทคโนโลยี VMI และการจำลองแอปพลิเคชัน

สรุปใจความสำคัญ

  • VMI คือการโฮสต์ระบบปฏิบัติการมือถือแบบเต็มรูปแบบบนคลาวด์ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลระดับองค์กร
  • Mobile App Virtualization ใช้คอนเทนเนอร์ที่ปลอดภัยเพื่อแยกแอปพลิเคชันออกจาก OS โดยเน้นความหนาแน่นของผู้ใช้และการประมวลผลร่วมกัน
  • เทคโนโลยีนี้ช่วยแก้ปัญหา BYOD และความหลากหลายของอุปกรณ์ (Fragmentation) โดยให้ผู้ใช้เข้าถึงแอปพลิเคชันผ่าน HTML5 หรือ Thin Client

การจำลองเสมือนของมือถือระยะไกล เป็นเทคโนโลยีที่แยกส่วนของระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชันออกจากอุปกรณ์ปลายทางที่ใช้เข้าถึง ซึ่งคล้ายกับความสามารถของ Desktop Virtualization แต่ในขณะที่ Desktop Virtualization มุ่งเน้นไปที่การเข้าถึง Windows Desktop จากระยะไกล ระบบนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงระบบปฏิบัติการมือถือ เช่น Android ได้จากระยะไกล

การจำลองเสมือนของมือถือระยะไกลประกอบด้วยสองรูปแบบหลัก

เทคโนโลยีนี้ครอบคลุมทั้งการจำลองเสมือนของระบบปฏิบัติการแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งเรียกว่า Virtual Mobile Infrastructure (VMI) และการจำลองเสมือนของแอปพลิเคชันและผู้ใช้ ซึ่งเรียกว่า Mobile App Virtualization โดยผู้ใช้สามารถควบคุม Android Virtual Machine (VM) หรือแอปพลิเคชันจากระยะไกลผ่านเบราว์เซอร์ที่รองรับ HTML5 หรือแอปพลิเคชัน Thin Client จากอุปกรณ์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น Apple iOS, Mac OS, Blackberry, Windows Phone, Windows Desktop และ Firefox OS

Virtual Mobile Infrastructure (VMI)

VMI คือวิธีการโฮสต์ระบบปฏิบัติการมือถือไว้บนเซิร์ฟเวอร์ในศูนย์ข้อมูล (Data Center) หรือบนคลาวด์ โดยสภาพแวดล้อมของระบบปฏิบัติการมือถือจะถูกประมวลผลจากระยะไกลและส่งผ่านโปรโตคอลการแสดงผลที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับมือถือผ่านเครือข่าย

แผนผัง VMI Virtual Mobile
แผนผังการทำงานของ Virtual Mobile Infrastructure (VMI)

ข้อแตกต่างระหว่าง VMI และ VDI

เมื่อเปรียบเทียบกับ Virtual Desktop Infrastructure (VDI) แล้ว VMI ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่มีแบนด์วิดท์ต่ำ เช่น เครือข่ายเซลลูลาร์ที่มีความครอบคลุมไม่สม่ำเสมอและมีการคิดค่าบริการตามปริมาณข้อมูล ดังนั้น แม้ว่าผู้ใช้จะเชื่อมต่อกับเครือข่าย 4G/LTE ความเร็วสูง แต่ก็อาจจำเป็นต้องจำกัดการใช้แบนด์วิดท์เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่สูง

การนำ VMI ไปใช้งานจริง

การนำ VMI ไปใช้ส่วนใหญ่จะโฮสต์ VM ของระบบปฏิบัติการมือถือหลายตัวบนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ส่วนตัวหรือสาธารณะ โดยใช้โปรโตคอล เช่น Miracast™, ACE Protocol หรือการสตรีมมิ่งที่ปรับแต่งให้เหมาะสมสำหรับเครือข่าย 3G/4G บางระบบยังรองรับ Multimedia Redirection เพื่อประสิทธิภาพของเสียงและวิดีโอที่ดีขึ้น นอกจาก Android แล้ว ระบบปฏิบัติการอื่น ๆ เช่น Firefox OS และ Ubuntu Mobile ก็สามารถนำมาใช้เป็น VM ได้เช่นกัน

กรณีการใช้งาน VMI (Use Cases)

  • การปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance): VMI ช่วยจัดการเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เช่น HIPAA โดยการเก็บข้อมูลมือถือไว้ในศูนย์ข้อมูลหรือคลาวด์อย่างปลอดภัย แทนที่จะเก็บไว้ในอุปกรณ์ปลายทาง ลดความเสี่ยงเมื่ออุปกรณ์ถูกขโมย และช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลได้
  • ป้องกันการสูญเสียข้อมูลจากการขโมยอุปกรณ์: ในยุคของ Bring Your Own Device (BYOD) VMI ช่วยให้ข้อมูลธุรกิจไม่รั่วไหลหากอุปกรณ์มือถือสูญหายหรือขโมย เนื่องจากแอปพลิเคชันและข้อมูลทั้งหมดถูกโฮสต์อยู่บนคลาวด์
  • เร่งการพัฒนาแอปพลิเคชันและขยายความครอบคลุม: นักพัฒนาสามารถเขียนแอปพลิเคชันเพียงครั้งเดียวและใช้งานได้บนอุปกรณ์ HTML5-compatible ทุกเครื่อง ลดต้นทุนการพัฒนาและแก้ปัญหาความหลากหลายของอุปกรณ์ (Fragmentation)
  • เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้าน IT: ผู้ดูแลระบบ IT ไม่จำเป็นต้องติดตั้งหรืออัปเดตแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์ของผู้ใช้แต่ละเครื่อง แต่สามารถอัปเดตเพียงครั้งเดียวบนคลาวด์หรือศูนย์ข้อมูล

Mobile App Virtualization

เทคโนโลยีการจำลองเสมือนของแอปพลิเคชันมือถือ จะแยกแอปพลิเคชันออกจากระบบปฏิบัติการพื้นฐานโดยใช้คอนเทนเนอร์ที่ปลอดภัย (Secure Containers) ซึ่งคล้ายกับ RDSH และ Citrix XenApp บนเดสก์ท็อป

แผนผัง Mobile App Virtualization
แผนผังการทำงานของ Mobile App Virtualization

เมื่อเปรียบเทียบกับ VMI, Mobile App Virtualization จะจำลองเสมือนเฉพาะแอปพลิเคชันและเซสชันของผู้ใช้ แทนที่จะเป็นระบบปฏิบัติการมือถือแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งทำให้รองรับผู้ใช้ได้หนาแน่นกว่า เนื่องจากอินสแตนซ์ของระบบปฏิบัติการระยะไกลเพียงตัวเดียวสามารถให้บริการผู้ใช้หลายคนได้ อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยในการแยกส่วนผู้ใช้จะน้อยกว่า VMI และมีบริบทของอุปกรณ์มือถือที่สมบูรณ์น้อยกว่า

ข้อแตกต่างระหว่าง Mobile App Virtualization และ VMI

คุณสมบัติVirtual Mobile Infrastructure (VMI)Mobile App Virtualization
ระดับการจำลองจำลองระบบปฏิบัติการ (OS) แบบเต็มรูปแบบจำลองเฉพาะแอปพลิเคชันและเซสชันผู้ใช้
ความหนาแน่นของผู้ใช้ต่ำกว่า (1 VM ต่อ 1 ผู้ใช้)สูงกว่า (1 OS ต่อ หลายผู้ใช้)
ความปลอดภัยสูงกว่า (แยก OS ของแต่ละคนออกจากกัน)ต่ำกว่า (ใช้ OS ร่วมกัน)
ประสบการณ์ผู้ใช้สภาพแวดล้อมมือถือเต็มรูปแบบเข้าถึงเฉพาะแอปพลิเคชันที่กำหนด

คำถามที่พบบ่อย

VMI และ Mobile App Virtualization แตกต่างกันอย่างไร?

VMI จำลองระบบปฏิบัติการมือถือแบบเต็มรูปแบบให้ผู้ใช้แต่ละคน โดยเน้นความปลอดภัยสูงสุดและการแยกส่วนข้อมูลอย่างเด็ดขาด ในขณะที่ Mobile App Virtualization จำลองเฉพาะแอปพลิเคชันและเซสชันผู้ใช้บนระบบปฏิบัติการที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งรองรับผู้ใช้ได้จำนวนมากกว่าในทรัพยากรที่เท่ากัน

ทำไม VMI ถึงมีความสำคัญต่อองค์กรที่ใช้นโยบาย BYOD?

เพราะ VMI เก็บข้อมูลธุรกิจทั้งหมดไว้บนเซิร์ฟเวอร์ระยะไกล แทนที่จะเก็บไว้ในอุปกรณ์ของผู้ใช้ หากอุปกรณ์มือถือสูญหายหรือขโมย ข้อมูลสำคัญขององค์กรจะไม่รั่วไหลและไม่ถูกเจาะระบบได้ง่าย

ผู้ใช้สามารถเข้าถึง VMI ได้จากอุปกรณ์ใดบ้าง?

ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้จากอุปกรณ์ทุกชนิดที่รองรับ HTML5 หรือมีแอปพลิเคชัน Thin Client เช่น iPhone (iOS), Mac, Android, Windows Phone และคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป