← กลับไปยังบทความทั้งหมด

โรเบิร์ต แมคนามารา รัฐมนตรีกลาโหมผู้ทรงอิทธิพลและอดีตประธานธนาคารโลก

สรุปใจความสำคัญ

  • ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ (กว่า 7 ปี)
  • เป็นผู้นำในการนำ 'การวิเคราะห์ระบบ' มาใช้ในการกำหนดนโยบายสาธารณะของสหรัฐฯ
  • เปลี่ยนทิศทางของธนาคารโลกให้มุ่งเน้นการลดความยากจนแทนการพัฒนาอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว
  • มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเพิ่มกำลังทหารสหรัฐฯ ในสงครามเวียดนาม

โรเบิร์ต แมคนามารา (Robert Strange McNamara; 9 มิถุนายน 1916 – 6 กรกฎาคม 2009) เป็นนักธุรกิจและเจ้าหน้าที่รัฐบาลชาวอเมริกัน ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ คนที่ 8 ระหว่างปี 1961 ถึง 1968 ภายใต้การนำของประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี และลินดอน บี. จอห์นสัน ในช่วงจุดสูงสุดของสงครามเย็น

แมคนามาราถือเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ โดยอยู่ในตำแหน่งนานกว่า 7 ปี เขามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันให้สหรัฐฯ เข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามเวียดนาม นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้นำในการนำระบบ การวิเคราะห์ระบบ (Systems Analysis) มาใช้ในนโยบายสาธารณะ ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นสาขาวิชาที่เรียกว่า การวิเคราะห์นโยบาย (Policy Analysis) ในปัจจุบัน

ภาพพอร์ตเทรตของโรเบิร์ต แมคนามารา
โรเบิร์ต แมคนามารา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในช่วงทศวรรษ 1960

ประวัติช่วงต้นและการศึกษา

แมคนามาราเกิดที่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นบุตรของคลารา เนลล์ และโรเบิร์ต เจมส์ แมคนามารา เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (UC Berkeley) ในปี 1937 โดยมีวิชาโทด้านคณิตศาสตร์และปรัชญา และต่อมาได้รับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (MBA) จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard Business School) ในปี 1939

ก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมือง แมคนามาราเคยทำงานเป็นอาจารย์สอนวิชาการบัญชีที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งในขณะนั้นเขาเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่อายุน้อยที่สุดและได้รับค่าตอบแทนสูงสุดของสถาบัน

บทบาทในสงครามโลกครั้งที่สอง

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แมคนามาราเข้าร่วมกองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAAF) ในตำแหน่งร้อยเอก โดยปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานควบคุมสถิติ (Office of Statistical Control) เขามีหน้าที่วิเคราะห์ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของเครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ โดยทำงานภายใต้การบังคับบัญชาของนายพลเคอร์ติส เลเมย์

การวิเคราะห์ทางสถิติของแมคนามาราช่วยให้กองทัพปรับปรุงการปฏิบัติการทางอากาศ โดยเขาสามารถชี้ให้เห็นว่าอัตราการยกเลิกภารกิจที่สูงถึง 20% ของกองทัพอากาศที่ 8 ในยุโรปนั้นมีสาเหตุหลักมาจากความกลัว ซึ่งนำไปสู่การปรับเปลี่ยนวิธีการนำภารกิจของเลเมย์ นอกจากนี้ การวิเคราะห์กระแสลมกรด (Jet Stream) ของเขายังส่งผลต่อการตัดสินใจใช้การทิ้งระเบิดระดับต่ำในญี่ปุ่น

การทำงานที่บริษัทฟอร์ดและก้าวสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เฮนรี ฟอร์ดที่ 2 ได้จ้างแมคนามาราและกลุ่มทหารผ่านศึกจากกองทัพอากาศให้เข้าทำงานที่บริษัทฟอร์ด มอเตอร์ (Ford Motor Company) เพื่อปฏิรูปบริษัทด้วยระบบการวางแผน องค์กร และการควบคุมการจัดการที่ทันสมัย แมคนามาราประสบความสำเร็จอย่างสูงจนได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานบริษัทฟอร์ด ก่อนที่จะตอบรับคำเชิญของประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในปี 1961

นโยบายความมั่นคงและสงครามเวียดนาม

ในฐานะที่ปรึกษาใกล้ชิดของเคนเนดี แมคนามาราได้เสนอให้ใช้การปิดล้อมทางทะเล (Blockade) ในช่วงวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา และร่วมกับเคนเนดีในการกำหนดกลยุทธ์ป้องกันประเทศแบบ การตอบโต้ที่ยืดหยุ่น (Flexible Response) ซึ่งเน้นการเตรียมพร้อมสำหรับการตอบโต้ทางทหารในระดับต่างๆ แทนที่จะใช้เพียงการตอบโต้ด้วยนิวเคลียร์อย่างรุนแรง (Massive Retaliation)

อย่างไรก็ตาม บทบาทที่โดดเด่นและเป็นที่ถกเถียงที่สุดของเขาคือการเพิ่มกำลังทหารสหรัฐฯ ในเวียดนามใต้ โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์อ่าวตังเกี๋ยในปี 1964 แมคนามาราและผู้กำหนดนโยบายคนอื่นๆ เกรงว่าหากเวียดนามใต้ตกเป็นของคอมมิวนิสต์ จะนำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาลอื่นๆ ในภูมิภาค (ทฤษฎีโดมิโน) แต่ในเวลาต่อมา แมคนามารากลับเริ่มสงสัยในประสิทธิภาพของการส่งกองกำลังทหารเข้าไปในเวียดนามใต้

ประธานธนาคารโลกและการลดความยากจน

ในปี 1968 แมคนามาราลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเพื่อดำรงตำแหน่งประธานธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งจนถึงปี 1981 ในช่วงเวลานี้ เขาได้เปลี่ยนทิศทางของธนาคารโลกจากการเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรม ไปสู่การมุ่งเน้นที่การลดความยากจนในระดับรากหญ้า

ในช่วงบั้นปลายชีวิต แมคนามาราได้แสดงความเสียใจผ่านบันทึกความทรงจำและการสัมภาษณ์เกี่ยวกับการตัดสินใจบางประการที่เขาทำในช่วงสงครามเวียดนาม

คำถามที่พบบ่อย

โรเบิร์ต แมคนามารา มีบทบาทอย่างไรในสงครามเวียดนาม?

เขาเป็นผู้ผลักดันการเพิ่มกำลังทหารสหรัฐฯ ในเวียดนามใต้ โดยเชื่อในทฤษฎีโดมิโนว่าหากเวียดนามใต้ตกเป็นคอมมิวนิสต์จะส่งผลกระทบต่อภูมิภาค แต่ภายหลังเขาได้แสดงความเสียใจต่อการตัดสินใจดังกล่าว

ผลงานที่โดดเด่นของแมคนามาราในธนาคารโลกคืออะไร?

เขาได้เปลี่ยนจุดเน้นของธนาคารโลกจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และอุตสาหกรรม ไปสู่การลดความยากจนในระดับพื้นฐานและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ยากไร้

การวิเคราะห์ระบบ (Systems Analysis) คืออะไรในบริบทของแมคนามารา?

คือการนำวิธีการทางสถิติและข้อมูลเชิงปริมาณมาใช้ในการตัดสินใจเชิงนโยบายและบริหารจัดการกองทัพ ซึ่งเป็นรากฐานของการวิเคราะห์นโยบายในปัจจุบัน