โรเบิร์ต วินแดม เคตตัน-ครีเมอร์ นักประวัติศาสตร์และผู้พิทักษ์แห่งเฟลบริกฮอลล์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นเจ้าของที่ดินรายสุดท้ายของตระกูลวินแดมที่เฟลบริกฮอลล์ จนได้รับฉายาว่า 'The Last Squire'
- ได้รับรางวัล James Tait Black Award จากการเขียนชีวประวัติของ Thomas Gray
- มอบคฤหาสน์เฟลบริกฮอลล์ให้แก่ National Trust เพื่อการอนุรักษ์
โรเบิร์ต วินแดม เคตตัน-ครีเมอร์ (Robert Wyndham Ketton-Cremer; 2 พฤษภาคม 1906 – 12 ธันวาคม 1969) เป็นเจ้าของที่ดิน นักเขียนชีวประวัติ และนักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษ ผู้มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์ของมณฑลนอร์ฟอล์ก และเป็นผู้มอบคฤหาสน์เฟลบริกฮอลล์ (Felbrigg Hall) ซึ่งเป็นที่พำนักของตระกูล ให้แก่ National Trust เพื่อการอนุรักษ์สืบไป

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
โรเบิร์ต วินแดม ครีเมอร์ เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 1906 ที่เมืองพลีมป์ตัน มณฑลเดวอน เป็นบุตรของวินแดม ครีเมอร์ เคตตัน-ครีเมอร์ และเอมิลี เบย์ลี เขาได้รับการศึกษาที่โรงเรียนแฮร์โรว์ (Harrow School) และต่อมาได้รับทุนการศึกษาเข้าเรียนที่วิทยาลัยแบลิออล มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (Balliol College, Oxford) ในสาขาวรรณกรรมอังกฤษ ซึ่งในช่วงที่ศึกษาอยู่ที่ออกซฟอร์ดเขาได้เริ่มตีพิมพ์ผลงานกวีนิพนธ์
ในปี 1924 โรเบิร์ตและพี่ชายได้เปลี่ยนนามสกุลเป็น เคตตัน-ครีเมอร์ เพื่อให้สอดคล้องกับมรดกของตระกูล
การสืบทอดและชีวิตที่เฟลบริกฮอลล์
เคตตัน-ครีเมอร์ เป็นทายาทของตระกูลวินแดม ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินและคฤหาสน์เฟลบริกฮอลล์ในมณฑลนอร์ฟอล์ก เขาได้รับมรดกเป็นที่ดินและคฤหาสน์แห่งนี้ในปี 1933 หลังจากการเสียชีวิตของบิดา ด้วยบทบาทในฐานะเจ้าของที่ดินรายสุดท้ายของตระกูล เขาจึงได้รับฉายาว่า "The Last Squire" (สไควร์คนสุดท้าย)

นอกจากเฟลบริกฮอลล์แล้ว เขายังเป็นเจ้าของที่ดิน Beeston Regis ซึ่งรวมถึงพื้นที่ที่ปัจจุบันเป็นโรงเรียน Beeston Hall School ด้วย
บทบาททางสังคมและตำแหน่งสาธารณะ
เคตตัน-ครีเมอร์ ดำรงตำแหน่งสำคัญในท้องถิ่นและระดับประเทศหลายตำแหน่ง ได้แก่:
- ผู้พิพากษาสมทบ (Justice of the Peace): ปฏิบัติหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมท้องถิ่น
- กองกำลังป้องกันดินแดน (Home Guard): ดำรงยศพันตรีในกองกำลัง East Norfolk Home Guard ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
- ไฮเชอริฟฟ์แห่งนอร์ฟอล์ก (High Sheriff of Norfolk): ดำรงตำแหน่งในปี 1951–1952
- คณะกรรมการ National Portrait Gallery: ดำรงตำแหน่งเป็นหนึ่งในทรัสตีของหอศิลป์ภาพเหมือนแห่งชาติ
ผลงานด้านการเขียนและวิชาการ
เขาเป็นนักเขียนที่มีความเชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของมณฑลนอร์ฟอล์กและชีวประวัติบุคคลสำคัญ ผลงานที่โดดเด่นของเขาได้รับรางวัล James Tait Black Award จากการเขียนชีวประวัติของ โทมัส เกรย์ (Thomas Gray)
ผลงานที่สำคัญ
| ปีที่พิมพ์ | ชื่อผลงาน |
|---|---|
| 1930 | The Early Life and Diaries of William Windham |
| 1940 | Horace Walpole: A Biography |
| 1944 | Norfolk Portraits |
| 1948 | A Norfolk Gallery |
| 1951 | Country Neighbourhood |
| 1955 | Thomas Gray |
| 1962 | Felbrigg: The Story of a House |
| 1969 | Norfolk in the Civil War |
เกียรติยศและการยอมรับ
ด้วยความเชี่ยวชาญทางวิชาการ เขาได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของสถาบันชั้นนำหลายแห่ง ได้แก่:
- Fellow of the British Academy (FBA): ได้รับเลือกในปี 1968
- Fellow of the Society of Antiquaries of London (FSA)
- Fellow of the Royal Society of Literature (FRSL)
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย (University of East Anglia) ยังได้มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (LittD) ให้แก่เขาในปี 1969
การเสียชีวิตและมรดกทางวัฒนธรรม
โรเบิร์ต วินแดม เคตตัน-ครีเมอร์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 1969 โดยเขาได้มอบคฤหาสน์เฟลบริกฮอลล์ให้แก่ National Trust เพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์สำหรับสาธารณชน

คำถามที่พบบ่อย
โรเบิร์ต วินแดม เคตตัน-ครีเมอร์ คือใคร?
เขาเป็นเจ้าของที่ดิน นักประวัติศาสตร์ และนักเขียนชีวประวัติชาวอังกฤษ ผู้มีชื่อเสียงจากการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์มณฑลนอร์ฟอล์กและมอบคฤหาสน์เฟลบริกฮอลล์ให้แก่ National Trust
ผลงานการเขียนที่โดดเด่นที่สุดของเขาคืออะไร?
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดชิ้นหนึ่งคือชีวประวัติของ Thomas Gray ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัล James Tait Black Award
ทำไมเขาถึงได้รับฉายาว่า 'The Last Squire'?
เพราะเขาเป็นทายาทคนสุดท้ายของตระกูลที่ครอบครองและดูแลคฤหาสน์เฟลบริกฮอลล์และที่ดินในมณฑลนอร์ฟอล์กก่อนที่จะมอบให้แก่ National Trust
เขาได้รับเกียรติยศทางวิชาการอะไรบ้าง?
เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกของ British Academy, Society of Antiquaries of London และ Royal Society of Literature รวมถึงได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย

