← กลับไปยังบทความทั้งหมด

มาตราส่วนซัฟเฟียร์-ซิมป์สัน การวัดระดับความรุนแรงของพายุเฮอริเคน

สรุปใจความสำคัญ

  • ใช้จัดระดับความรุนแรงของพายุเฮอริเคนแบ่งเป็น 5 ระดับ ตามความเร็วลมสูงสุดเฉลี่ย 1 นาที
  • พัฒนาโดยวิศวกรโยธา เฮอร์เบิร์ต ซัฟเฟียร์ และนักอุตุนิยมวิทยา โรเบิร์ต ซิมป์สัน ในปี 1971
  • ปัจจุบันเป็นมาตราส่วนที่วัดความเร็วลมเพียงอย่างเดียว โดยตัดปัจจัยเรื่องน้ำหนุนจากพายุและความกดอากาศออกไป
  • ใช้เป็นทางการในมหาสมุทรแอตแลนติกและแปซิฟิกเหนือ (ฝั่งตะวันออกของเส้นวันที่สากล)

มาตราส่วนซัฟเฟียร์-ซิมป์สัน (Saffir–Simpson Hurricane Wind Scale หรือ SSHWS) คือระบบที่ใช้จัดระดับความรุนแรงของพายุหมุนเขตร้อน โดยเฉพาะพายุเฮอริเคนในซีกโลกตะวันตก โดยแบ่งออกเป็น 5 ระดับ (Category) ตามความเร็วลมสูงสุดที่พัดต่อเนื่องเป็นเวลา 1 นาที ที่ระดับความสูง 10 เมตรเหนือพื้นผิวโลก

เกณฑ์การจัดระดับความรุนแรง

พายุหมุนเขตร้อนจะถูกจัดว่าเป็นพายุเฮอริเคนได้ก็ต่อเมื่อมีความเร็วลมสูงสุดเฉลี่ย 1 นาที ตั้งแต่ 74 ไมล์ต่อชั่วโมง (119 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ขึ้นไป ซึ่งจะถูกจัดอยู่ในระดับ 1 โดยมีรายละเอียดการแบ่งระดับดังนี้:

ระดับ (Category)ความเร็วลม (ไมล์/ชม.)ความเร็วลม (กิโลเมตร/ชม.)ความเร็วลม (นอต)
ระดับ 174–95119–15364–82
ระดับ 296–110154–17783–94
ระดับ 3111–129178–20895–112
ระดับ 4130–156209–251113–136
ระดับ 5≥157≥252≥137

ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติ (National Hurricane Center - NHC) และศูนย์เฮอริเคนแปซิฟิกกลาง จะกำหนดความรุนแรงของพายุโดยใช้หน่วยนอต (knots) เพิ่มขึ้นทีละ 5 นอต เนื่องจากความไม่แน่นอนในการประมาณค่าความเร็วลม จากนั้นจึงแปลงค่าเป็นไมล์ต่อชั่วโมงหรือกิโลเมตรต่อชั่วโมงและปัดเศษให้ใกล้เคียงที่สุดทุกๆ 5 หน่วย

ขอบเขตการใช้งานและข้อจำกัด

มาตราส่วนนี้ใช้เป็นทางการเฉพาะกับพายุเฮอริเคนที่ก่อตัวในมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือทางตะวันออกของเส้นวันที่สากล สำหรับพื้นที่อื่นที่เรียกพายุเหล่านี้ว่าไซโคลนหรือไต้ฝุ่น จะใช้มาตราส่วนที่แตกต่างกัน

ความแตกต่างที่สำคัญคือ ระยะเวลาในการเฉลี่ยความเร็วลม โดย SSHWS ใช้ค่าเฉลี่ย 1 นาที ในขณะที่หน่วยงานในภูมิภาคอื่น (ยกเว้น JTWC) มักใช้ค่าเฉลี่ย 3 นาที หรือ 10 นาที ซึ่งส่งผลให้ค่าความเร็วลมของ SSHWS มักจะสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 นาที ประมาณ 12-14% ทำให้การเปรียบเทียบความเร็วลมโดยตรงระหว่างระบบทำได้ยาก

ข้อวิพากษ์วิจารณ์

มีข้อวิจารณ์ว่า SSHWS ไม่ได้นำปัจจัยสำคัญอื่นๆ มาคำนวณ เช่น ปริมาณน้ำฝน, ระดับน้ำหนุนจากพายุ (Storm Surge) และปัจจัยด้านภูมิศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเสียหายจริงได้ เช่น พายุระดับ 2 ที่พัดเข้าสู่เมืองใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่นอาจสร้างความเสียหายได้มากกว่าพายุระดับ 5 ที่พัดเข้าสู่พื้นที่ชนบทที่ไม่มีผู้คน

ประวัติการพัฒนา

มาตราส่วนนี้ถูกพัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 1971 โดย เฮอร์เบิร์ต ซัฟเฟียร์ (Herbert Saffir) วิศวกรโยธา และ โรเบิร์ต ซิมป์สัน (Robert Simpson) นักอุตุนิยมวิทยาซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติ (NHC) ในขณะนั้น

จุดเริ่มต้นเกิดจาก เฮอร์เบิร์ต ซัฟเฟียร์ ได้รับมอบหมายจากองค์การสหประชาชาติให้ศึกษาเรื่องที่อยู่อาศัยราคาประหยัดในพื้นที่เสี่ยงภัยพายุเฮอริเคน เขาพบว่าในขณะนั้นยังไม่มีมาตราส่วนที่เรียบง่ายในการอธิบายผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากพายุ โดยเขาได้นำแนวคิดจากมาตราส่วนริกเตอร์ (Richter scale) และมาตราส่วนเมอร์คัลลี (Modified Mercalli intensity scale) มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างเกณฑ์การให้คะแนน 1-5 ตามความเร็วลมและระดับความเสียหายของโครงสร้างอาคาร

ต่อมา โรเบิร์ต ซิมป์สัน ได้ปรับปรุงโดยเปลี่ยนคำว่า "ระดับ (Grade)" เป็น "ประเภท (Category)" และกำหนดเกณฑ์ความเร็วลมเฉลี่ย 1 นาที พร้อมทั้งเพิ่มช่วงความสูงของน้ำหนุนจากพายุและช่วงความกดอากาศในภายหลัง

การปรับเปลี่ยนสู่มาตราส่วนความเร็วลมบริสุทธิ์

ในปี ค.ศ. 2009 ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติ (NHC) ได้ตัดเกณฑ์เรื่องความกดอากาศและระดับน้ำหนุนจากพายุออกจากมาตราส่วน และเปลี่ยนชื่อเป็น มาตราส่วนความเร็วลมพายุเฮอริเคนซัฟเฟียร์-ซิมป์สัน (Saffir–Simpson Hurricane Wind Scale - SSHWS) เพื่อให้เป็นมาตราส่วนที่วัดความเร็วลมเพียงอย่างเดียว เนื่องจากพบว่าข้อมูลน้ำหนุนจากพายุในอดีต (เช่น พายุแคทรีนาในปี 2005 และพายุไอค์ในปี 2008) มีความคลาดเคลื่อนสูงและไม่แม่นยำทางวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันการพยากรณ์น้ำหนุนจากพายุจะใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์ เช่น ADCIRC และ SLOSH แทน

คำถามที่พบบ่อย

มาตราส่วนซัฟเฟียร์-ซิมป์สัน ต่างจากมาตราส่วนวัดพายุไต้ฝุ่นอย่างไร?

ความแตกต่างหลักอยู่ที่ระยะเวลาในการเฉลี่ยความเร็วลม โดย SSHWS ใช้ค่าเฉลี่ย 1 นาที ในขณะที่หน่วยงานในภูมิภาคอื่นที่วัดพายุไต้ฝุ่นหรือไซโคลน มักใช้ค่าเฉลี่ย 3 หรือ 10 นาที ทำให้ค่าความเร็วลมของ SSHWS มักจะสูงกว่า

พายุระดับ 5 มีความเร็วลมเท่าใด?

พายุระดับ 5 คือพายุที่มีความเร็วลมสูงสุดเฉลี่ย 1 นาที ตั้งแต่ 157 ไมล์ต่อชั่วโมง (252 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ขึ้นไป

ทำไมถึงตัดเรื่องระดับน้ำหนุนจากพายุ (Storm Surge) ออกจากมาตราส่วน?

เพราะพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วลมและความสูงของน้ำหนุนจากพายุไม่แน่นอนและไม่แม่นยำทางวิทยาศาสตร์ โดยปัจจัยอื่น เช่น รูปร่างชายฝั่งและระดับน้ำทะเล มีผลต่อความสูงของน้ำหนุนมากกว่าความเร็วลมเพียงอย่างเดียว

พายุระดับต่ำกว่าระดับ 1 จะถูกเรียกว่าอะไร?

พายุหมุนเขตร้อนที่มีความเร็วลมต่ำกว่า 74 ไมล์ต่อชั่วโมง (119 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) จะถูกจัดเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน (Tropical Depression) หรือพายุโซนร้อน (Tropical Storm) ตามเกณฑ์ความเร็วลม

มาตราส่วนนี้สามารถบอกความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้แม่นยำเพียงใด?

มาตราส่วนนี้บอกได้เพียงแนวโน้มความเสียหายจากแรงลม แต่ไม่สามารถบอกความเสียหายจากน้ำท่วมหรือฝนตกหนัก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความเสียหายในหลายๆ พายุ

ใครเป็นผู้พัฒนามาตราส่วนนี้?

มาตราส่วนนี้ถูกพัฒนาโดย เฮอร์เบิร์ต ซัฟเฟียร์ และ โรเบิร์ต ซิมป์สัน ในปี 1971

หน่วยที่ใช้ในมาตราส่วนนี้เป็นอย่างไร?

มาตราส่วนใช้หน่วยไมล์ต่อชั่วโมง, กิโลเมตรต่อชั่วโมง และหน่วยนอต โดยศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติ (NHC) จะกำหนดค่าความเร็วลมในหน่วยนอตก่อนแล้วจึงแปลงเป็นหน่วยอื่น

มาตราส่วนนี้ใช้ในพื้นที่ใดบ้าง?

มาตราသည်ใช้เป็นทางการในมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือทางตะวันออกของเส้นวันที่สากล