ซาราห์ ซิดดอนส์ ราชินีแห่งละครโศกนาฏกรรมศตวรรษที่ 18
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นนักแสดงละครโศกนาฏกรรมหญิงที่โด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 18
- มีชื่อเสียงอย่างมากจากการรับบท เลดี้แมคเบ็ธ ของเชกสเปียร์
- เป็นสมาชิกของตระกูลเคมเบิล (Kemble family) ซึ่งเป็นตระกูลนักแสดงชื่อดัง
- ได้รับฉายาว่า "โศกนาฏกรรมที่มีชีวิต" จากวิลเลียม แฮซลิทท์
ซาราห์ ซิดดอนส์ (Sarah Siddons; เกิด 5 กรกฎาคม 1755 – 8 มิถุนายน 1831) เป็นนักแสดงหญิงชาวเวลส์ผู้มีชื่อเสียงที่สุดในฐานะนักแสดงละครโศกนาฏกรรม (Tragedienne) แห่งศตวรรษที่ 18 จนได้รับฉายาจากวิลเลียม แฮซลิทท์ (William Hazlitt) นักวิจารณ์ร่วมสมัยว่าเธอคือ "โศกนาฏกรรมที่มีชีวิต" (Tragedy personified)

ภูมิหลังและวัฒนธรรมคนดังในศตวรรษที่ 18
ในศตวรรษที่ 18 เริ่มมีการก่อตัวของวัฒนธรรมคนดัง (Celebrity Culture) ในรูปแบบที่ทันสมัย ซิดดอนส์เป็นบุคคลสำคัญที่อยู่ใจกลางของปรากฏการณ์นี้ ในยุคนั้น ภาพพอร์ตเทรตของนักแสดงหญิงมักถูกวาดให้สวมชุดหรูหราแบบชนชั้นสูง และหนังสือพิมพ์ที่เริ่มแพร่หลายจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมได้ช่วยกระจายชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของเธอไปสู่สาธารณชนอย่างรวดเร็ว
การที่นักแสดงหญิงสวมบทบาทและแสดงออกเหมือนชนชั้นสูง ช่วยลดช่องว่างทางสังคมในสายตาของสาธารณชนระหว่างนักแสดงและชนชั้นสูง ส่งผลให้นักแสดงหญิงหลายคนสามารถสร้างรายได้มหาศาลและมีอำนาจในการควบคุมอาชีพของตนเองมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในยุคนั้นผู้หญิงยังคงถูกมองผ่านกรอบของความเป็นหญิงที่สุดโต่ง เช่น การถูกแบ่งว่าเป็นคนดีหรือคนเลว, ตลกหรือโศกเศร้า, หญิงโสเภณีหรือหญิงพรหมจรรย์ ซึ่งซิดดอนส์ได้ใช้ภาพลักษณ์เหล่านี้ในการสร้างตัวตน (Persona) ทั้งบนเวทีและนอกเวทีให้เป็นที่ยอมรับ
ชีวประวัติ
ชีวิตช่วงต้น
ซิดดอนส์เกิดในชื่อ ซาราห์ เคมเบิล (Sarah Kemble) ที่เมืองเบรคอน (Brecon) ประเทศเวลส์ เป็นบุตรสาวคนโตของโรเจอร์ เคมเบิล (Roger Kemble) ซึ่งเป็นชาวคาทอลิก และซาราห์ "แซลลี่" วอร์ด (Sarah "Sally" Ward) ซึ่งเป็นโปรเตสแตนต์ เธอและพี่น้องสาวเติบโตมาในความเชื่อแบบโปรเตสแตนต์ ในขณะที่พี่น้องชายเติบโตมาในความเชื่อแบบคาทอลิก
บิดาของเธอเป็นผู้จัดการคณะละครเร่ที่ชื่อว่า Warwickshire Company of Comedians แม้ว่าสมาชิกส่วนใหญ่ในตระกูลเคมเบิลจะทำงานในคณะละคร แต่ในช่วงแรกบิดามารดาของเธอไม่เห็นด้วยกับการที่เธอเลือกอาชีพนักแสดง เนื่องจากในสมัยนั้นการแสดงละครยังไม่เป็นอาชีพที่ได้รับความเคารพสำหรับผู้หญิง
ระหว่างปี 1770 จนถึงการแต่งงานในปี 1773 ซิดดอนส์ทำงานเป็นสาวใช้ส่วนตัวและต่อมาเป็นเพื่อนร่วมทางของเลดี้ แมรี เบอร์ตี เกรทฮีด (Lady Mary Bertie Greatheed) ที่กายส์ คลิฟฟ์ (Guy's Cliffe) ใกล้กับเมืองวอริก
เส้นทางสู่อาชีพและการต่อสู้ในช่วงแรก
ในปี 1774 ซิดดอนส์ประสบความสำเร็จครั้งแรกในบท Belvidera จากเรื่อง Venice Preserv'd ของโธมัส ออทเวย์ (Thomas Otway) ซึ่งทำให้เธอเข้าตาเดวิด แกร์ริก (David Garrick) นักแสดงและผู้จัดการละครชื่อดัง ผู้ส่งตัวแทนมาดูการแสดงของเธอในบท Calista จากเรื่อง Fair Penitent ของนิโคลัส โรว์ (Nicholas Rowe) จนนำไปสู่การจ้างงานที่โรงละคร Theatre Royal, Drury Lane
อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวครั้งแรกในบท Portia และบทอื่นๆ กลับไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนัก เนื่องจากความประหม่าและขาดประสบการณ์ เธอถูกผู้จัดการโรงละคร Drury Lane ปฏิเสธและแจ้งว่าไม่ต้องการบริการของเธออีก ซึ่งเธอเรียกเหตุการณ์นี้ว่าการถูก "เนรเทศจาก Drury Lane ในฐานะผู้สมัครที่ไร้ค่าสำหรับชื่อเสียงและโชคลาภ"
หลังจากนั้นเธอได้ร่วมงานกับริชาร์ด เยตส์ (Richard Yates) ผู้จัดการโรงละคร Theatre Royal Birmingham และต่อมาในปี 1776 จอห์น เฮนเดอร์สัน (John Henderson) ได้เห็นการแสดงของเธอและชื่นชมในความสามารถอย่างมาก จนเขียนจดหมายแนะนำเธอไปยังจอห์น พาลเมอร์ (John Palmer) ผู้จัดการโรงละคร Theatre Royal Bath
ความสำเร็จในต่างจังหวัดและการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่
ระหว่างปี 1777 ถึง 1782 ซิดดอนส์ทำงานกับคณะละครในต่างจังหวัด โดยเฉพาะที่เมืองยอร์ก (York) และเมืองบาธ (Bath) เธอเริ่มแสดงที่ Old Orchard Street Theatre ในเมืองบาธเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปี 1778 ด้วยค่าจ้างเริ่มต้น 3 ปอนด์ต่อสัปดาห์ และรายได้ของเธอเพิ่มขึ้นตามชื่อเสียงที่โด่งดังขึ้น
ก่อนจะอำลาเมืองบริสตอลและเมืองบาธในปี 1782 ซิดดอนส์ได้กล่าวสุนทรพจน์ "เหตุผลสามประการ" (Three Reasons) ที่เธอเขียนขึ้นเอง โดยการนำลูกทั้งสามคนของเธอออกมาแนะนำต่อหน้าผู้ชมเพื่อบอกว่าลูกๆ คือเหตุผลที่เธอต้องจากไปเพื่อดูแลครอบครัว
การนำเสนอภาพลักษณ์ความเป็นแม่นี้กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญในอาชีพของเธอ เมื่อเธอกลับมาเปิดตัวที่ Drury Lane อีกครั้งในวันที่ 10 ตุลาคม 1782 ในบทนำของเรื่อง Isabella, or, The Fatal Marriage การแสดงของเธอสร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้ชมและนักวิจารณ์อย่างมาก โดยเฉพาะการถ่ายทอดความโศกเศร้าในบทบาทแม่ที่สูญเสียลูก ซึ่งทำให้ผู้ชมหลั่งน้ำตาและได้รับคำชมเชยอย่างล้นหลาม
บทบาทที่สร้างชื่อเสียง
ซิดดอนส์เป็นที่รู้จักมากที่สุดจากการรับบท เลดี้แมคเบ็ธ (Lady Macbeth) ในผลงานของวิลเลียม เชกสเปียร์ ซึ่งเธอสามารถตีความและนำเสนอตัวละครนี้จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นมาตรฐานให้แก่นักแสดงรุ่นหลัง
มรดกและรางวัล
เพื่อเป็นการระลึกถึงความสำเร็จของเธอ สมาคมซาราห์ ซิดดอนส์ (The Sarah Siddons Society) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1952 ยังคงมอบรางวัล Sarah Siddons Award เป็นประจำทุกปีในเมืองชิคาโก เพื่อเป็นเกียรติแก่นักแสดงหญิงผู้มีผลงานโดดเด่น
คำถามที่พบบ่อย
ซาราห์ ซิดดอนส์ มีชื่อเสียงจากบทบาทใดมากที่สุด?
เธอมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดจากการรับบท เลดี้แมคเบ็ธ (Lady Macbeth) ในบทละครของวิลเลียม เชกสเปียร์
ทำไมเธอถึงเคยถูกปฏิเสธจากโรงละคร Drury Lane ในช่วงแรก?
เนื่องจากความขาดประสบการณ์และความประหม่าในการแสดงครั้งแรกๆ ทำให้การแสดงของเธอไม่เป็นที่ประทับใจผู้จัดการโรงละครจนถูกเลิกจ้าง
รางวัล Sarah Siddons Award คืออะไร?
เป็นรางวัลที่มอบให้แก่นักแสดงหญิงผู้มีผลงานโดดเด่น ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเมืองชิคาโก โดยสมาคมซาราห์ ซิดดอนส์ ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1952