← กลับไปยังบทความทั้งหมด

พันธมิตรทรัพยากรวิชาการและการจัดพิมพ์ทางวิชาการ (SPARC)

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2541 โดยสมาคมห้องสมุดวิจัย (Association of Research Libraries) เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงผลงานวิชาการแบบเปิด (Open Access)
  • มีสมาชิกเป็นสถาบันวิชาการและวิจัยประมาณ 800 แห่งทั่วโลก รวมถึงในอเมริกาเหนือ ยุโรป ญี่ปุ่น จีน แอฟริกา และออสเตรเลีย
  • จัดทำ 'เอกสารแนบสิทธิผู้เขียน' (Author Addendum) เพื่อช่วยให้นักวิจัยสามารถรักษาลิขสิทธิ์ในผลงานของตนเองในขณะที่ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์เชิงพาณิชย์
  • มุ่งเน้นการลดค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงวารสารวิชาการและส่งเสริมการใช้สัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons (CC-BY)

พันธมิตรทรัพยากรวิชาการและการจัดพิมพ์ทางวิชาการ (Scholarly Publishing and Academic Resources Coalition หรือ SPARC) เป็นเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติของห้องสมุดวิชาการและห้องสมุดวิจัย ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2541 โดยสมาคมห้องสมุดวิจัย (Association of Research Libraries) เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงผลงานทางวิชาการแบบเปิด (Open Access) โดยมีเป้าหมายหลักในการลดอุปสรรคด้านค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงความรู้และเพิ่มประสิทธิภาพในการเผยแพร่ผลงานวิจัยในระดับสากล

ปัจจุบัน SPARC ประกอบด้วยสถาบันสมาชิกประมาณ 800 แห่ง ครอบคลุมภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ได้แก่ อเมริกาเหนือ ยุโรป ญี่ปุ่น จีน แอฟริกา และออสเตรเลีย โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา

ประวัติและการก่อตั้ง

แนวคิดในการก่อตั้ง SPARC ถูกนำเสนอครั้งแรกในการประชุมประจำปีของสมาคมห้องสมุดวิจัยเมื่อปี พ.ศ. 2540 โดย Kenneth Frazier บรรณารักษ์จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ได้เสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อสร้างรูปแบบการจัดพิมพ์วารสารวิชาการแบบใหม่ ซึ่งห้องสมุดหลายแห่งจะร่วมกันสมทบทุนเพื่อสร้างสิ่งพิมพ์ที่ช่วยลดต้นทุนของวารสารวิชาการโดยรวม

ด้วยความต้องการปฏิรูประบบการจัดพิมพ์ที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มบรรณารักษ์ ส่งผลให้มีการจัดตั้ง SPARC ขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2541 โดยมี Rick Johnson ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการคนแรกในช่วงปี พ.ศ. 2541–2548 ก่อนที่ Heather Joseph จะเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารในปี พ.ศ. 2548

การขยายตัวในระดับสากลและรางวัลเชิดชูเกียรติ

SPARC ได้ขยายเครือข่ายไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อสร้างผลกระทบในระดับโลก โดยมีการจัดตั้ง SPARC Europe ร่วมกับ LIBER ในปี พ.ศ. 2544 และมี David Prosser เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการในปี พ.ศ. 2545 นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งเครือข่ายในญี่ปุ่นและแอฟริกาเพื่อขับเคลื่อนนโยบายการเข้าถึงแบบเปิดในแต่ละภูมิภาค

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 SPARC ได้มอบรางวัล SPARC Innovators Award เป็นประจำทุกครึ่งปี เพื่อยกย่องบุคคล สถาบัน หรือกลุ่มคนที่นำหลักการของ SPARC มาประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมด้านการสื่อสารทางวิชาการ

บทบาทและพันธกิจ

SPARC มุ่งเน้นการแก้ไขความไม่สมดุลในระบบการจัดพิมพ์ทางวิชาการ โดยพยายามกระตุ้นให้เกิดรูปแบบการสื่อสารทางวิชาการใหม่ๆ ที่ช่วยให้การเผยแพร่งานวิจัยกว้างขวางขึ้น และลดแรงกดดันทางการเงินที่ห้องสมุดต้องแบกรับจากการสมัครสมาชิกวารสารที่มีราคาสูง

กลยุทธ์สำคัญของ SPARC คือการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งผู้เขียน ผู้จัดพิมพ์ และห้องสมุด เพื่อใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมดิจิทัลในการพัฒนาการทำวิจัยและการเผยแพร่ความรู้ โดยในยุโรป SPARC Europe ได้มีการมอบตราประทับ (Seal) สำหรับวารสารที่เข้าถึงแบบเปิด ซึ่งเป็นการรับรองวารสารที่ใช้สัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons (CC-BY) และมีการส่งข้อมูลเมทาดาตาในระดับบทความให้กับ Directory of Open Access Journals (DOAJ)

เอกสารแนบสิทธิผู้เขียนของ SPARC (SPARC Author Addendum)

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ SPARC จัดทำขึ้นคือ เอกสารแนบสิทธิผู้เขียน (Author Addendum) ซึ่งเป็นแบบฟอร์มมาตรฐานที่ผู้เขียนสามารถนำไปใช้เจรจากับสำนักพิมพ์วิชาการ เพื่อให้ผู้เขียนยังคงมีสิทธิในผลงานของตนเอง แม้จะมีการลงนามในสัญญาโอนลิขสิทธิ์ให้กับสำนักพิมพ์ก็ตาม

โดยทั่วไป ผู้เขียนที่ใช้เอกสารแนบนี้จะสามารถ:

  • คงสิทธิในการใช้ผลงานของตนเองได้โดยไม่มีข้อจำกัด
  • ได้รับสิทธิในการระบุชื่อผู้เขียน (Attribution)
  • สามารถนำผลงานไปจัดเก็บในคลังข้อมูลดิจิทัล (Self-archiving) เพื่อให้ผู้อื่นเข้าถึงได้ฟรี

ในขณะเดียวกัน สำนักพิมพ์จะยังคงได้รับสิทธิแบบไม่ผูกขาด (Non-exclusive right) ในการเผยแพร่ผลงานเพื่อแสวงหากำไร และได้รับการระบุว่าเป็นวารสารฉบับแรกที่ตีพิมพ์ผลงานนั้น

คำถามที่พบบ่อย

SPARC คืออะไร?

SPARC คือพันธมิตรระดับนานาชาติของห้องสมุดวิชาการและวิจัยที่มุ่งส่งเสริมการเข้าถึงผลงานทางวิชาการแบบเปิด (Open Access) เพื่อให้ความรู้และงานวิจัยสามารถเข้าถึงได้ฟรีโดยไม่มีกำแพงด้านค่าใช้จ่าย

เอกสารแนบสิทธิผู้เขียน (SPARC Author Addendum) มีประโยชน์อย่างไร?

ช่วยให้ผู้เขียนงานวิจัยสามารถเจรจากับสำนักพิมพ์เพื่อรักษาลิขสิทธิ์บางส่วนในผลงานของตนเอง เช่น สิทธิในการนำงานไปเผยแพร่ในคลังข้อมูลดิจิทัลของตนเอง (Self-archiving) แม้จะโอนลิขสิทธิ์การตีพิมพ์ให้สำนักพิมพ์ไปแล้ว

SPARC มีบทบาทอย่างไรในระดับสากล?

SPARC มีเครือข่ายครอบคลุมหลายทวีป เช่น SPARC Europe, SPARC Japan และ SPARC Africa เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการเข้าถึงแบบเปิดให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละภูมิภาค