Sebaceous Hyperplasia คืออะไร? สาเหตุ อาการ และการรักษา
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นความผิดปกติที่ทำให้ต่อมไขมันขยายขนาดใหญ่ขึ้นจนเกิดเป็นตุ่มนูนสีเหลืองหรือสีเนื้อบนใบหน้า
- มักพบในผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV หรือผู้ใช้ยา Cyclosporin A
- สามารถวินิจฉัยได้ด้วยการตรวจทางคลินิกหรือการใช้ Dermoscopy เพื่อดูลักษณะ Crown Vessels และ Bonbon Toffee Sign
Sebaceous Hyperplasia คือความผิดปกติของต่อมไขมัน (sebaceous glands) ที่ทำให้ต่อมไขมันมีขนาดใหญ่ขึ้น ส่งผลให้เกิดตุ่มนูนสีเนื้อหรือสีเหลือง มีลักษณะมันวาว และมักมีรอยบุ๋มตรงกลาง (umbilicated bumps) ภาวะนี้มักพบในผู้ป่วยสูงอายุ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีความเข้มข้นของต่อมไขมันสูง เช่น ใบหน้า ศีรษะ และลำคอ
อาการและลักษณะเด่น
ตุ่มของ Sebaceous Hyperplasia มักมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-4 มิลลิเมตร และโดยปกติแล้วจะไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองหรือเจ็บปวด ลักษณะที่สังเกตได้ชัดเจนคือ:
- เป็นตุ่มนูนสีเหลืองหรือสีเนื้อ
- มีรอยบุ๋มตรงกลาง ซึ่งเกิดจากรูขุมขนที่ขยายตัว
- มักล้อมรอบด้วยเส้นเลือดฝอยที่ขยายตัว (telangiectatic blood vessels) ซึ่งเรียกว่า "crown vessels"
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
แม้ว่าสาเหตุที่แน่ชัดจะยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่จากการศึกษาในหนูทดลองพบว่าสารระคายเคืองและสารก่อมะเร็งบางชนิดที่สัมผัสทางผิวหนังอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะนี้ ได้แก่:
- อายุ: พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ
- ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง: เช่น การติดเชื้อ HIV หรือการใช้ยาในกลุ่ม immunosuppression อย่าง cyclosporin A ซึ่งเพิ่มโอกาสในการเกิด Sebaceous Hyperplasia อย่างมีนัยสำคัญ
การวินิจฉัย
แพทย์สามารถวินิจฉัย Sebaceous Hyperplasia ได้จากการตรวจร่างกายทางคลินิก อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีความสงสัย แพทย์อาจทำการตัดชิ้นเนื้อ (biopsy) เพื่อยืนยันผลการวินิจฉัย
การใช้ Dermoscopy
การใช้กล้อง Dermoscopy ช่วยให้แพทย์แยกแยะ Sebaceous Hyperplasia ออกจากรอยโรคอื่นๆ ได้ โดยมีลักษณะเฉพาะดังนี้:
- Crown Vessels: กลุ่มของตุ่มสีขาวหรือเหลืองที่ล้อมรอบด้วยเส้นเลือดฝอยขนาดเล็ก
- Cumulus Sign: โครงสร้างสีขาวขุ่นที่ไม่สมมาตร
- Bonbon Toffee Sign: รอยบุ๋มตรงกลางที่ล้อมรอบด้วย Cumulus sign
วิธีการรักษา
เนื่องจาก Sebaceous Hyperplasia ไม่เป็นอันตรายและไม่มีอาการ การรักษาจึงมักทำเพื่อความสวยงามเป็นหลัก โดยมีเทคนิคต่างๆ ดังนี้:
- การจี้เย็น (Cryotherapy)
- การใช้กรด bichloroacetic acid
- การผ่าตัดออก (Shave excision)
- การใช้เลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 laser ablation)
- การจี้ไฟฟ้า (Electrodessication)
- การใช้เลเซอร์ Erbium หรือ Yttrium Aluminum Garnet (YAG)
- การใช้ Pulsed-dye laser photothermolysis
คำถามที่พบบ่อย
Sebaceous Hyperplasia คืออะไร?
คือภาวะที่ต่อมไขมันในผิวหนังขยายขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้เกิดตุ่มนูนสีเหลืองหรือสีเนื้อที่มีรอยบุ๋มตรงกลาง มักพบที่ใบหน้าและลำคอ
ภาวะนี้เป็นอันตรายหรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว Sebaceous Hyperplasia ไม่เป็นอันตรายและไม่มีอาการใดๆ การรักษามักทำเพื่อจุดประสงค์ด้านความสวยงาม
สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
สามารถรักษาได้ด้วยหลายวิธี เช่น การใช้เลเซอร์ การจี้เย็น หรือการผ่าตัดออก ซึ่งช่วยกำจัดตุ่มนูนเหล่านี้ออกไปจากผิวหนังได้


