← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Simon Ramo บิดาแห่งขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) และวิศวกรผู้พลิกโลก

สรุปใจความสำคัญ

  • ได้รับฉายาว่าเป็น 'บิดาแห่งขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM)' จากการออกแบบจรวด Thor, Atlas และ Titan
  • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (PhD) 2 ใบจาก Caltech ในสาขาฟิสิกส์และวิศวกรรมไฟฟ้าเมื่ออายุเพียง 23 ปี
  • เป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Ramo-Wooldridge ซึ่งต่อมากลายเป็นบริษัท TRW ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและการบินอวกาศ
  • ได้รับรางวัลเหรียญอิสรภาพประธานาธิบดี (Presidential Medal of Freedom) ในปี 1983

Simon Ramo (7 พฤษภาคม 1913 – 27 มิถุนายน 2016) เป็นวิศวกร นักธุรกิจ และนักเขียนชาวอเมริกันผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีไมโครเวฟและขีปนาวุธ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "บิดาแห่งขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM)" นอกจากนี้เขายังเป็นผู้พัฒนาเครื่องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนของ General Electric และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทในกลุ่ม Fortune 500 ถึงสองแห่ง ได้แก่ Ramo-Wooldridge (ต่อมาคือ TRW) และ Bunker Ramo Corporation

Dr. Simon Ramo ในช่วงทศวรรษ 1950
ดร. ไซมอน ราโม ผู้บุกเบิกด้านอวกาศและขีปนาวุธของกองทัพอากาศสหรัฐฯ

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา

Ramo เกิดที่เมืองซอลต์เลกซิตี รัฐยูทาห์ เป็นบุตรของ Clara และ Benjamin Ramo โดยบิดาเป็นผู้อพยพชาวยิวจากโปแลนด์ และมารดาเป็นผู้อพยพชาวยิวจากรัสเซีย เขาแสดงความเป็นอัจฉริยะด้านการเรียนโดยเข้าเรียนที่ University of Utah ตั้งแต่อายุ 16 ปี และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมไฟฟ้าเมื่ออายุ 20 ปี ต่อมาในปี 1936 ขณะที่มีอายุเพียง 23 ปี เขาได้รับปริญญาเอก (PhD) สองใบจาก Caltech ในสาขาฟิสิกส์และวิศวกรรมไฟฟ้า

เส้นทางอาชีพและการสร้างนวัตกรรม

ยุค General Electric

หลังจบการศึกษา Ramo เริ่มทำงานที่ General Electric (GE) โดยดำรงตำแหน่งหัวหน้าห้องปฏิบัติการวิศวกรรมทั่วไปและหัวหน้าแผนกฟิสิกส์ของห้องปฏิบัติการวิจัยอิเล็กทรอนิกส์ จนถึงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง เขาถือครองสิทธิบัตรด้านอิเล็กทรอนิกส์ถึง 25 ฉบับ และได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำด้านการวิจัยไมโครเวฟ รวมถึงการพัฒนาเครื่องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนของ GE

ยุค Hughes Aircraft

ในปี 1946 Ramo ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยแผนกอิเล็กทรอนิกส์ที่ Hughes Aircraft ซึ่งที่นี่เขาได้พบกับ Dean Wooldridge และกลายเป็นคู่หูทางธุรกิจที่ทรงพลัง โดย Ramo ดูแลด้านการวิจัยและวิศวกรรม ส่วน Wooldridge ดูแลด้านการลงทุนและธุรกิจ เขาได้นำทักษะ "วิศวกรรมระบบ" (Systems Engineering) มาใช้ในการสร้างระบบควบคุมการยิงของเครื่องบินและเรดาร์แบบบูรณาการ รวมถึงการพัฒนาขีปนาวุธแบบอากาศสู่อากาศรุ่น Falcon

การก่อตั้ง Ramo-Wooldridge และ TRW

เนื่องจากปัญหาด้านการบริหารจัดการที่ Hughes Aircraft ในปี 1953 Ramo และ Wooldridge จึงตัดสินใจลาออกและก่อตั้ง Ramo-Wooldridge Corporation ขึ้นในวันที่ 16 กันยายน 1953 ต่อมาเขาได้เข้าร่วมคณะกรรมการประเมินขีปนาวุธเชิงยุทธศาสตร์ (SMEC) ภายใต้การนำของ John von Neumann ซึ่งเสนอให้สหรัฐฯ เร่งพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) เพื่อให้ทันกับการพัฒนาของรัสเซีย

ภายใต้การนำทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมของ Ramo บริษัท Ramo-Wooldridge กลายเป็นผู้รับเหมาหลักของกองทัพอากาศสหรัฐฯ นำไปสู่ความสำเร็จของจรวด Atlas ซึ่งต่อมาถูกใช้เป็นยานส่งนักบินอวกาศในโครงการ Mercury ของ NASA โดยนายพล Bernard Schriever ได้ยกย่อง Ramo ว่าเป็น "สถาปนิกของจรวด Thor, Atlas และ Titan"

ในเวลาต่อมา Ramo-Wooldridge ได้ควบรวมกิจการกับ Thompson Products กลายเป็นบริษัท TRW โดย Ramo ดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัท และในปี 1964 ได้ร่วมกับ Martin Marietta ก่อตั้ง Bunker Ramo Corporation เพื่อขยายธุรกิจเข้าสู่เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร

บั้นปลายชีวิตและเกียรติยศ

แม้จะเกษียณอายุจาก TRW ในปี 1978 แต่ Ramo ยังคงเป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาลกลางและผู้บริหารด้านการบินอวกาศ และในปี 2008 เขาได้เข้าร่วมเป็นอาจารย์ในตำแหน่ง Presidential Chair และศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมไฟฟ้าที่ University of Southern California (USC)

ตลอดชีวิตการทำงาน เขาได้รับรางวัลเกียรติยศมากมาย เช่น เหรียญอิสรภาพประธานาธิบดี (Presidential Medal of Freedom) ในปี 1983 และเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของ National Academy of Engineering

คำถามที่พบบ่อย

Simon Ramo มีบทบาทสำคัญอย่างไรในโครงการอวกาศของสหรัฐฯ?

เขาเป็นสถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาจรวด Thor, Atlas และ Titan โดยเฉพาะจรวด Atlas ที่ถูกนำไปใช้เป็นยานส่งนักบินอวกาศในโครงการ Mercury ของ NASA

Simon Ramo ก่อตั้งบริษัทอะไรบ้าง?

เขาร่วมก่อตั้ง Ramo-Wooldridge Corporation (ซึ่งต่อมาควบรวมเป็น TRW) และ Bunker Ramo Corporation

ความสำเร็จในช่วงเริ่มต้นอาชีพของเขาที่ General Electric คืออะไร?

เขาเป็นผู้นำด้านการวิจัยไมโครเวฟและเป็นผู้พัฒนาเครื่องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนของ General Electric รวมถึงถือครองสิทธิบัตรด้านอิเล็กทรอนิกส์ถึง 25 ฉบับ