ระบบนำวิถีเรดาร์แบบกึ่งแอคทีฟ
สรุปใจความสำคัญ
- ขีปนาวุธ SARH ทำหน้าที่เป็นเครื่องรับสัญญาณเรดาร์แบบพาสซีฟ โดยอาศัยสัญญาณสะท้อนจากเป้าหมายที่ถูกฉายแสงโดยเรดาร์ภายนอก
- ช่วยลดน้ำหนักของขีปนาวุธและเพิ่มระยะการบินเนื่องจากไม่ต้องติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณเรดาร์ในตัว
- เป้าหมายต้องได้รับการฉายแสง (Illumination) จากเรดาร์ของเครื่องส่งสัญญาณตลอดระยะเวลาการบินของขีปนาวุธ
- มีความแม่นยำสูงกว่าระบบ Beam Riding โดยเฉพาะในระยะไกล เนื่องจากไม่ขึ้นกับความกว้างของลำแสงเรดาร์
ระบบนำวิถีเรดาร์แบบกึ่งแอคทีฟ (Semi-active radar homing หรือ SARH) เป็นระบบนำวิถีขีปนาวุธที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในขีปนาวุธนำวิถีระยะไกลประเภทอากาศสู่อากาศ (Air-to-Air) และพื้นสู่อากาศ (Surface-to-Air) ความแตกต่างสำคัญของระบบนี้คือ ตัวขีปนาวุธเองจะไม่มีเครื่องส่งสัญญาณเรดาร์ในตัว แต่จะทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องรับสัญญาณ (Passive detector) ที่ตรวจจับสัญญาณเรดาร์ที่สะท้อนมาจากเป้าหมาย ซึ่งสัญญาณดังกล่าวถูกส่งมาจากแหล่งกำเนิดภายนอก เช่น เครื่องบินขับไล่หรือสถานีเรดาร์ภาคพื้นดินที่ทำหน้าที่ "ฉายแสง" (Illumination) ไปยังเป้าหมาย
ในทางยุทธวิธีของ NATO รหัสเรียกขาน (Brevity code) สำหรับการยิงขีปนาวุธนำวิถีแบบ SARH คือ "Fox One"
หลักการทำงานของระบบ SARH
แนวคิดพื้นฐานของ SARH คือการลดความซ้ำซ้อนของอุปกรณ์ โดยการไม่ติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณเรดาร์ที่มีน้ำหนักมากไว้บนตัวขีปนาวุธ ซึ่งช่วยให้ขีปนาวุธมีน้ำหนักเบาลงและเพิ่มระยะการบินได้ไกลขึ้น นอกจากนี้ เนื่องจากความแม่นยำของเรดาร์ขึ้นอยู่กับขนาดของสายอากาศ ซึ่งพื้นที่ส่วนหัวของขีปนาวุธมีจำกัดเกินกว่าจะติดตั้งสายอากาศขนาดใหญ่เพื่อให้ได้ความแม่นยำสูง ระบบจึงใช้เรดาร์ขนาดใหญ่จากเครื่องบินหรือสถานีภาคพื้นดินในการส่งสัญญาณและประมวลผลการติดตามแทน

ขีปนาวุธจะคำนวณความเร็วในการเข้าหาเป้าหมาย (Closing velocity) เพื่อกำหนดตำแหน่งความถี่ของสัญญาณคลื่นต่อเนื่อง (Continuous-wave หรือ CW) และใช้สายอากาศแบบ Monopulse เพื่อวัดค่าความคลาดเคลื่อนของมุม (Angle error) จากนั้นระบบควบคุมการบินจะปรับทิศทางของครีบหางหรือหัวฉีดขับดันเพื่อให้ขีปนาวุธมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ขีปนาวุธยังสามารถรับสัญญาณโดยตรงจากเครื่องส่งของแพลตฟอร์มที่ยิง เพื่อใช้เป็นสัญญาณอ้างอิงในการป้องกันการรบกวนสัญญาณ (Jamming) จากเป้าหมาย
การเปรียบเทียบกับระบบ Beam Riding
ระบบ SARH มีความแตกต่างจากระบบ Beam Riding (เช่น ขีปนาวุธ RIM-8 Talos) ดังนี้:
- ตำแหน่งการรับสัญญาณ: ระบบ Beam Riding ขีปนาวุธจะรับสัญญาณที่ส่วนท้ายเพื่อรักษาตำแหน่งให้อยู่กลางลำแสงเรดาร์ ในขณะที่ SARH จะรับสัญญาณสะท้อนที่ส่วนหัวเพื่อนำทางเข้าหาเป้าหมาย
- ความแม่นยำ: ลำแสงเรดาร์มีลักษณะเป็นรูปพัดซึ่งจะกว้างขึ้นตามระยะทาง ทำให้ระบบ Beam Riding มีความแม่นยำลดลงในระยะไกล ในขณะที่ SARH มีความแม่นยำสูงขึ้นเมื่อเข้าใกล้เป้าหมาย
- ข้อกำหนดด้านอุปกรณ์: ระบบ Beam Riding มักต้องการเรดาร์สองชุด (ชุดหนึ่งสำหรับติดตามเป้าหมาย และอีกชุดสำหรับนำทางขีปนาวุธ) แต่ SARH ต้องการเรดาร์เพียงชุดเดียวที่ส่งสัญญาณในรูปแบบที่กว้างกว่า
เทคโนโลยีเรดาร์คลื่นต่อเนื่อง (CW Radar)
ระบบ SARH สมัยใหม่ใช้เรดาร์คลื่นต่อเนื่อง (CW radar) ในการนำวิถี แม้ว่าเรดาร์ของเครื่องบินขับไล่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ Pulse Doppler แต่ก็มักจะมีฟังก์ชัน CW เพื่อรองรับการนำวิถีขีปนาวุธ ตัวอย่างเช่น เครื่องบิน MiG-31 ของโซเวียตที่ใช้ขีปนาวุธ Vympel R-33 ซึ่งใช้การนำวิถีแบบ SARH เป็นหลักร่วมกับการนำวิถีด้วยแรงเฉื่อย (Inertial guidance) ในช่วงเริ่มต้น
ข้อจำกัดสำคัญของระบบนี้คือ เป้าหมายต้องถูกฉายแสงด้วยเรดาร์ตลอดเวลา จนกว่าขีปนาวุธจะกระทบเป้าหมาย ซึ่งทำให้เครื่องบินที่ยิงตกเป็นเป้าสายตาและเสี่ยงต่อการถูกโจมตีกลับ รวมถึงทำให้ระบบแจ้งเตือนของเป้าหมายตรวจพบการโจมตีได้รวดเร็ว นอกจากนี้ เรดาร์รุ่นเก่ามักจะสามารถนำวิถีขีปนาวุธได้เพียงลูกเดียวต่อหนึ่งเครื่องส่งสัญญาณในเวลาเดียวกัน
การป้องกันการรบกวนสัญญาณ (ECCM)
ขีปนาวุธ SARH รุ่นใหม่มีการพัฒนาขีดความสามารถในการต่อต้านการรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Counter-Countermeasure หรือ ECCM) ที่ดีขึ้น เพื่อลดข้อจำกัดพื้นฐานของระบบ อย่างไรก็ตาม เพื่อแก้ปัญหาการที่ต้องฉายแสงเป้าหมายตลอดเวลา จึงมีการพัฒนาระบบ Terminal Semi-Active Radar Homing (TSARH) เช่นในขีปนาวุธ SM-2 ซึ่งจะใช้การนำวิถีด้วยแรงเฉื่อยเป็นส่วนใหญ่ในช่วงแรก และจะเปิดใช้งานระบบ SARH เฉพาะในช่วงสุดท้ายของการโจมตี เพื่อไม่ให้เป้าหมายรู้ตัวจนกว่าจะใกล้ถึงจุดปะทะ
คำถามที่พบบ่อย
ระบบนำวิถี SARH แตกต่างจาก Active Radar Homing อย่างไร?
ระบบ SARH (Semi-active) ใช้เครื่องรับสัญญาณที่ตัวขีปนาวุธเพื่อตรวจจับสัญญาณสะท้อนจากเป้าหมายที่ส่งมาจากเรดาร์ภายนอก ในขณะที่ Active Radar Homing จะมีเครื่องส่งและเครื่องรับเรดาร์ในตัวขีปนาวุธเอง ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาเรดาร์จากเครื่องบินหรือสถานีภาคพื้นดิน
ทำไมระบบ SARH ถึงต้องมีการ 'ฉายแสง' (Illumination) เป้าหมาย?
เพราะขีปนาวุธ SARH ไม่มีเครื่องส่งสัญญาณเรดาร์ของตัวเอง จึงจำเป็นต้องมีเรดาร์ภายนอกส่งคลื่นวิทยุไปยังเป้าหมายเพื่อให้เกิดการสะท้อนกลับ ซึ่งขีปนาวุธจะใช้สัญญาณสะท้อนนี้ในการนำทางเข้าหาเป้าหมาย
ข้อเสียหลักของระบบนำวิถีแบบกึ่งแอคทีฟคืออะไร?
ข้อเสียหลักคือเครื่องบินที่ยิงขีปนาวุธต้องติดตามเป้าหมายด้วยเรดาร์ตลอดเวลาจนกว่าขีปนาวุธจะกระทบเป้าหมาย ทำให้เครื่องบินผู้ยิงเสี่ยงต่อการถูกตรวจพบและโจมตีกลับ รวมถึงเป้าหมายสามารถตรวจพบการถูกฉายแสงได้ง่ายขึ้น
รหัส Fox One หมายถึงอะไรในบริบทของ SARH?
Fox One เป็นรหัสเรียกขานทางยุทธวิธีของ NATO ที่ใช้แจ้งให้เพื่อนร่วมทีมทราบว่ามีการยิงขีปนาวุธนำวิถีเรดาร์แบบกึ่งแอคทีฟ (SARH) ออกไปแล้ว
