เซอร์เอ็ดเวิร์ด ออกัสตัส อิงเกิลฟิลด์ นักสำรวจอาร์กติกและนายพลเรือแห่งราชนาวีอังกฤษ
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นผู้นำการค้นหาจอห์น แฟรงคลิน ในอาร์กติกช่วงทศวรรษ 1850 และทำแผนที่ชายฝั่งแคนาดาและกรีนแลนด์
- ได้รับเหรียญ Patron's Medal จากราชสมาคมภูมิศาสตร์ในปี 1853
- ผู้ประดิษฐ์ระบบบังคับเลี้ยวไฮดรอลิกสำหรับเรือและสมอเรือแบบอิงเกิลฟิลด์
- ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือประจำสถานีอเมริกาเหนือและเวสต์อินดีสก่อนเกษียณในปี 1885
- เป็นจิตรกรสีน้ำที่วาดภาพทิวทัศน์อาร์กติก
เซอร์เอ็ดเวิร์ด ออกัสตัส อิงเกิลฟิลด์ (Sir Edward Augustus Inglefield; 27 มีนาคม ค.ศ. 1820 – 4 กันยายน ค.ศ. 1894) เป็นนายทหารระดับสูงของราชนาวีอังกฤษ (Royal Navy) ผู้มีชื่อเสียงจากการนำคณะสำรวจเพื่อค้นหาจอห์น แฟรงคลิน (John Franklin) นักสำรวจอาร์กติกที่สาบสูญในช่วงทศวรรษ 1850 นอกจากภารกิจการค้นหาแล้ว อิงเกิลฟิลด์ยังมีบทบาทสำคัญในการทำแผนที่พื้นที่ที่ไม่เคยมีการสำรวจมาก่อนบริเวณชายฝั่งทางตอนเหนือของแคนาดา รวมถึงอ่าวแบฟฟิน (Baffin Bay), สมิธซาวนด์ (Smith Sound) และแลนแคสเตอร์ซาวนด์ (Lancaster Sound)

การสำรวจอาร์กติก
การเดินทางครั้งแรก (ค.ศ. 1852)
ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1852 อิงเกิลฟิลด์ได้รับมอบหมายให้บัญชาการเรือกลไฟ Isabel ซึ่งเป็นเรือส่วนตัวของเลดี้แฟรงคลิน เพื่อออกตามหาเซอร์จอห์น แฟรงคลิน ที่หายสาบสูญไปขณะพยายามค้นหาเส้นทางเดินเรือทางตะวันตกเฉียงเหนือ (Northwest Passage) เมื่อ 7 ปีก่อนหน้า
ในระหว่างการเดินทาง อิงเกิลฟิลด์ได้ทำการสำรวจและทำแผนที่ชายฝั่งตะวันตกของกรีนแลนด์ และได้ค้นพบเกาะเอลส์เมียร์ (Ellesmere Island) อีกครั้ง โดยตั้งชื่อเกาะเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานของราชสมาคมภูมิศาสตร์ (Royal Geographical Society) นอกจากนี้เขายังสามารถนำเรือรุกคืบเข้าไปในสมิธซาวนด์ได้ลึกกว่าบันทึกที่มีอยู่เดิม และสำรวจบริเวณโจนส์ซาวนด์ (Jones Sound) รวมถึงขึ้นฝั่งที่เกาะบีชี (Beechey Island) ในแลนแคสเตอร์ซาวนด์
แม้ว่าการสำรวจครั้งนี้จะไม่พบร่องรอยของคณะสำรวจแฟรงคลิน แต่ผลงานการทำแผนที่ชายฝั่งตะวันออกของเกาะแบฟฟิน (Baffin Island) และพื้นที่โดยรอบได้รับคำชื่นชมอย่างมาก เมื่อกลับถึงอังกฤษ ราชสมาคมภูมิศาสตร์ได้มอบเหรียญรางวัล Patron's Medal ในปี ค.ศ. 1853 เพื่อเป็นเกียรติแก่ความกล้าหาญและการสำรวจชายฝั่งอ่าวแบฟฟิน สมิธซาวนด์ และแลนแคสเตอร์ซาวนด์
การเดินทางครั้งต่อมา

อิงเกิลฟิลด์เดินทางไปยังอาร์กติกอีกสองครั้งด้วยเรือ HMS Phoenix เพื่อสนับสนุนการค้นหาคณะสำรวจแฟรงคลินภายใต้การนำของเซอร์เอ็ดเวิร์ด เบลเชอร์ (Sir Edward Belcher) ในการเดินทางครั้งแรกปี ค.ศ. 1853 เขาได้นำตัวนายทหารแซมมวล เกอร์นีย์ เครสเวลล์ (Samuel Gurney Cresswell) จากเรือ HMS Investigator ซึ่งเป็นนายทหารคนแรกที่สามารถเดินทางผ่านเส้นทางเดินเรือทางตะวันตกเฉียงเหนือได้ กลับสู่บริเตน
ในการเดินทางครั้งที่สองในปี ค.ศ. 1854 อิงเกิลฟิลด์พบว่าเรือของเบลเชอร์ส่วนใหญ่ถูกทิ้งร้าง เหลือเพียงเรือลำเดียวที่ลูกเรือใช้เป็นที่พักพิง เขาจึงได้นำลูกเรือที่เหลือรอดชีวิตเดินทางกลับสู่บริเตน
เส้นทางอาชีพในราชนาวีและชีวิตบั้นปลาย
หลังจากการสำรวจอาร์กติก อิงเกิลฟิลด์ได้เข้าร่วมสงครามไครเมีย (Crimean War) ในทะเลดำ โดยบัญชาการเรือ HMS Firebrand และมีส่วนร่วมในการล้อมเมืองเซวาสโตโพล (Siege of Sevastopol)
เขาได้รับความก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นพลเรือตรี (Rear Admiral) ในปี ค.ศ. 1869 และต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ดูแลอู่ต่อเรือมอลตา (Admiral Superintendent of Malta Dockyard) ในปี ค.ศ. 1872 หลังจากนั้นเขาได้รับการเลื่อนยศเป็นพลเรือโท (Vice Admiral) และพลเรือเอก (Admiral) ตามลำดับ พร้อมทั้งได้รับบรรดาศักดิ์อัศวิน (Knight Commander of the Order of the Bath - KCB) ในปี ค.ศ. 1887
ในปี ค.ศ. 1878 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการทหารเรือประจำสถานีอเมริกาเหนือและเวสต์อินดีส (Commander-in-Chief, North America and West Indies Station) ก่อนจะเกษียณอายุราชการในปี ค.ศ. 1885
ในช่วงหลังเกษียณ อิงเกิลฟิลด์ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการวาดภาพสีน้ำทิวทัศน์ของอาร์กติก ซึ่งผลงานของเขาได้ถูกนำไปจัดแสดงในหอศิลป์หลายแห่งในลอนดอน
นวัตกรรมและการรำลึก
นอกเหนือจากผลงานด้านการสำรวจ อิงเกิลฟิลด์ยังเป็นผู้ประดิษฐ์อุปกรณ์เดินเรือที่สำคัญ ได้แก่ ระบบบังคับเลี้ยวไฮดรอลิกสำหรับเรือ (Marine hydraulic steering gear) และการออกแบบสมอเรือ (Anchor design) ซึ่งถูกเรียกชื่อตามเขาในเวลาต่อมา
เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา มีการตั้งชื่อสถานที่และสิ่งก่อสร้างตามชื่อของเขา ได้แก่ เรือ HMS Inglefield, พื้นที่อิงเกิลฟิลด์แลนด์ (Inglefield Land) และอ่าวอิงเกิลฟิลด์ (Inglefield Gulf) ในกรีนแลนด์
ชีวิตส่วนตัว
อิงเกิลฟิลด์สมรสกับเอลิซา แฟนนี จอห์นสตัน (Eliza Fanny Johnston) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1857 มีบุตรด้วยกัน 5 คน (บุตรชาย 4 คน และบุตรสาว 1 คน) โดยบุตรชายคนหนึ่งคือ เอ็ดเวิร์ด ฟิตซ์มอริซ อิงเกิลฟิลด์ (Edward Fitzmaurice Inglefield) ได้รับยศพลเรือตรีและเป็นผู้ประดิษฐ์คลิปหนีบธง (Inglefield clip)
เซอร์เอ็ดเวิร์ด ออกัสตัส อิงเกิลฟิลด์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 กันยายน ค.ศ. 1894 และร่างของเขาถูกฝังอยู่ที่สุสานเคนซัลกรีน (Kensal Green Cemetery) ในลอนดอนตะวันตก
คำถามที่พบบ่อย
เซอร์เอ็ดเวิร์ด ออกัสตัส อิงเกิลฟิลด์ มีบทบาทสำคัญอย่างไรในการสำรวจอาร์กติก?
เขานำคณะสำรวจด้วยเรือ Isabel เพื่อค้นหาจอห์น แฟรงคลิน ที่สาบสูญ และแม้จะไม่พบแฟรงคลิน แต่เขาสามารถทำแผนที่พื้นที่ที่ไม่เคยสำรวจมาก่อนในอ่าวแบฟฟิน สมิธซาวนด์ และแลนแคสเตอร์ซาวนด์ ได้อย่างละเอียด
นวัตกรรมทางวิศวกรรมที่อิงเกิลฟิลด์ประดิษฐ์คืออะไร?
เขาเป็นผู้ประดิษฐ์ระบบบังคับเลี้ยวไฮดรอลิกสำหรับเรือ (Marine hydraulic steering gear) และการออกแบบสมอเรือรูปแบบใหม่ที่ถูกเรียกชื่อตามเขา
อิงเกิลฟิลด์ได้รับรางวัลอะไรบ้าง?
เขาได้รับเหรียญ Patron's Medal จากราชสมาคมภูมิศาสตร์ในปี 1853 และได้รับบรรดาศักดิ์อัศวิน Knight Commander of the Order of the Bath (KCB) ในปี 1887
ชีวิตหลังเกษียณของเขาเป็นอย่างไร?
หลังเกษียณในปี 1885 เขาหันมาทุ่มเทให้กับการวาดภาพสีน้ำทิวทัศน์ของอาร์กติก ซึ่งผลงานของเขาได้รับการยอมรับและนำไปจัดแสดงในหอศิลป์ในลอนดอน

