เซอร์ แฮร์รี แมสซีย์ นักฟิสิกส์ผู้บุกเบิกด้านอะตอมและอวกาศ
สรุปใจความสำคัญ
- เกิดวันที่ 16 พฤษภาคม 1908 ที่รัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย
- มีบทบาทสำคัญในโครงการแมนแฮตตัน (Manhattan Project) ในการแยกไอโซโทป
- เป็นประธานของ COSPAR (Committee on Space Research) ยาวนานถึง 19 ปี (1959-1978)
- เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Mullard Space Science Laboratory ที่ University College London
เซอร์ แฮร์รี สจวร์ต วิลสัน แมสซีย์ (16 พฤษภาคม 1908 – 27 พฤศจิกายน 1983) เป็นนักฟิสิกส์เชิงคณิตศาสตร์ชาวออสเตรเลีย ผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในสาขาฟิสิกส์อะตอมและฟิสิกส์ชั้นบรรยากาศ ผลงานของเขามีอิทธิพลต่อการพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ของอนุภาคและพื้นฐานของวิทยาศาสตร์อวกาศสมัยใหม่
ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
แมสซีย์เกิดที่เมืองอินเวอร์เมย์ รัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย เป็นบุตรชายคนเดียวของนายแฮร์รี สจวร์ต แมสซีย์ และนางเอเลนอร์ เอลิซาเบธ เขาเติบโตในชุมชนชนบทของฮอดเดิลส์ครีก และแสดงความเป็นอัจฉริยะทางวิชาการตั้งแต่เด็ก โดยได้รับประกาศนียบัตร Merit Certificate เมื่ออายุเพียง 9 ปี
เขาได้รับทุนการศึกษาเข้าเรียนที่ University High School และต่อมาได้รับทุนเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น (University of Melbourne) ในปี 1925 ซึ่งเขาได้รับปริญญาตรีด้านฟิสิกส์ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) ในปี 1928 และปริญญาตรีด้านคณิตศาสตร์ในปี 1929
หลังจากนั้น แมสซีย์ได้เดินทางไปยังวิทยาลัยทรีนิตี มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เพื่อทำวิจัยที่ห้องปฏิบัติการคาเวนดิช (Cavendish Laboratory) ภายใต้การดูแลของราล์ฟ ฟาวเลอร์ และได้รับปริญญาเอกในปี 1932 โดยวิทยานิพนธ์ของเขาว่าด้วยเรื่อง "The Collisions of Material Particles" ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของทฤษฎีการชนกันของอนุภาค
เส้นทางอาชีพและผลงานทางวิชาการ
ในปี 1933 แมสซีย์เริ่มงานเป็นอาจารย์อิสระด้านฟิสิกส์เชิงคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยควีนส์ เบลฟาสต์ (Queen's University Belfast) ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ประยุกต์ที่ University College London (UCL) ในปี 1938
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แมสซีย์มีบทบาทสำคัญในด้านความมั่นคง โดยทำงานที่ Admiralty Research Laboratory เพื่อพัฒนามาตรการตอบโต้ทุ่นระเบิดแม่เหล็กของเยอรมนี และต่อมาในปี 1943 เขาได้เข้าร่วม โครงการแมนแฮตตัน (Manhattan Project) ตามคำชวนของมาร์ก โอลิแฟนท์ เพื่อทำงานเกี่ยวกับการแยกไอโซโทปด้วยวิธีแม่เหล็กไฟฟ้า
การบุกเบิกวิทยาศาสตร์อวกาศ
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง แมสซีย์กลับมาที่ UCL และได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ Quain และหัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ในปี 1950 เขาได้ปรับทิศทางของภาควิชาให้มุ่งเน้นไปที่ฟิสิกส์อนุภาคและฟิสิกส์ชั้นบรรยากาศชั้นบน
- COSPAR: เขาเป็นประธานคณะกรรมการวิจัยอวกาศ (Committee on Space Research) ตั้งแต่ปี 1959 ถึง 1978
- ESRO: เขามีส่วนร่วมในการก่อตั้งองค์การวิจัยอวกาศยุโรป (European Space Research Organization)
- Mullard Space Science Laboratory: เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์อวกาศมัลลาร์ดที่ UCL ซึ่งเป็นศูนย์กลางการวิจัยอวกาศที่สำคัญของอังกฤษ
นอกจากนี้ เขายังทำงานร่วมกับ Woomera Rocket Range เพื่อพัฒนาจรวด Skylark ของอังกฤษ และเป็นคณะกรรมการบริหารของกล้องโทรทรรศน์แองโกล-ออสเตรเลียน (Anglo-Australian Telescope)
เกียรติยศและการยอมรับ
ด้วยผลงานที่โดดเด่น แมสซีย์ได้รับเกียรติสูงสุดมากมาย รวมถึงการเป็นสมาชิกของ Royal Society (FRS) และการได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Knight Bachelor จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2
คำถามที่พบบ่อย
เซอร์ แฮร์รี แมสซีย์ มีความเชี่ยวชาญในด้านใด?
เขามีความเชี่ยวชาญหลักในด้านฟิสิกส์เชิงคณิตศาสตร์ โดยเน้นที่ฟิสิกส์อะตอมและฟิสิกส์ชั้นบรรยากาศ
บทบาทของเขาในโครงการแมนแฮตตันคืออะไร?
เขาทำงานในภารกิจของอังกฤษที่ Radiation Laboratory เพื่อพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการแยกไอโซโทปด้วยวิธีแม่เหล็กไฟฟ้า
เขามีส่วนช่วยในการพัฒนาวิทยาศาสตร์อวกาศอย่างไร?
เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ESRO และ Mullard Space Science Laboratory รวมถึงเป็นประธาน COSPAR เป็นเวลานาน ซึ่งช่วยขับเคลื่อนการวิจัยอวกาศในระดับนานาชาติ
