เซอร์โอลิเวอร์ กูนีทิลเลก รัฐบุรุษและผู้บุกเบิกเอกราชศรีลังกา
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นชาวศรีลังกาคนแรกที่ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (Governor-General) ของซีลอน
- มีบทบาทสำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญและเจรจาเอกราชจากสหราชอาณาจักร
- ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจสอบบัญชีทั่วไป (Auditor General) และเลขาธิการฝ่ายการคลัง (Financial Secretary) คนแรกที่เป็นชาวซีลอน
- เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม 'The Breakdown Gang' ที่วางแผนการให้ประเทศได้รับเอกราช
เซอร์โอลิเวอร์ เออร์เนสต์ กูนีทิลเลก (Sir Oliver Ernest Goonetilleke; 20 ตุลาคม 1892 – 17 ธันวาคม 1978) เป็นรัฐบุรุษคนสำคัญของศรีลังกา ผู้มีบทบาทอย่างยิ่งในการนำพาประเทศก้าวไปสู่เอกราชจากสหราชอาณาจักร และเป็นชาวศรีลังกาคนแรกที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (Governor-General) ของซีลอน (ชื่อเดิมของศรีลังกา) ระหว่างปี 1954 ถึง 1962

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
โอลิเวอร์ กูนีทิลเลก เกิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 1892 ที่เมืองตรินโกมาลี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของซีลอน เขาเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวในบรรดาพี่น้อง 8 คน โดยเป็นบุตรของอัลเฟรด กูนีทิลเลก ซึ่งดำรงตำแหน่งนายไปรษณีย์เมืองตรินโกมาลีในขณะนั้น และเอมิลี จายาเซเกระ
เขาเข้ารับการศึกษาที่วิทยาลัยเวสลีย์ (Wesley College) ในโคลัมโบ ซึ่งเขาสร้างผลงานโดดเด่นจนได้รับรางวัลและทุนการศึกษามากมาย รวมถึงเหรียญ Hill Medal และทุน Gogerly Scholarship หลังจากจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา เขาได้กลับมาเป็นผู้ช่วยครูที่วิทยาลัยเวสลีย์ และต่อมาได้รับปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยลอนดอนในฐานะนักศึกษาภายนอก
เส้นทางอาชีพในช่วงแรก
หลังจากสำเร็จการศึกษา กูนีทิลเลกได้เข้าทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยบัญชีที่ธนาคารแห่งโคลัมโบ (Bank of Colombo) ของ O. B. Wijeyesekera แต่ธนาคารดังกล่าวได้ปิดตัวลงในเวลาต่อมา ต่อมาเขาได้รับความไว้วางใจจาก D. R. Wijewardena ให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการของหนังสือพิมพ์ Ceylon Daily News ซึ่งเป็นหนึ่งในหนังสือพิมพ์หลักของประเทศในขณะนั้น นอกจากนี้เขายังเคยดำรงตำแหน่งร้อยตรีกิตติมศักดิ์ในกองกำลังอาสาสมัครซีลอน (Ceylon Cadet Corps)
การรับราชการและบทบาทสำคัญในภาครัฐ
ในปี 1921 กูนีทิลเลกเข้าสู่ระบบราชการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชีรถไฟ และได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชีอาณานิคมในเวลาต่อมา
ผู้ตรวจสอบบัญชีทั่วไป (Auditor General)
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 1931 กูนีทิลเลกกลายเป็นชาวซีลอนคนแรกที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีอาณานิคม (Colonial Auditor) และเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญโดโนมอร์ (Donoughmore Constitution) ในวันที่ 7 กรกฎาคม 1931 เขาจึงกลายเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีทั่วไป (Auditor General) คนแรกของซีลอน โดยดำรงตำแหน่งนี้จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 1946
บทบาทในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อมีความเสี่ยงที่กองทัพญี่ปุ่นจะโจมตีซีลอน กูนีทิลเลกได้รับมอบหมายหน้าที่เพิ่มเติมเป็นผู้อำนวยการป้องกันพลเรือน (Civil Defence Commissioner) โดยเป็นหัวหน้ากรมป้องกันพลเรือนเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการโจมตีทางอากาศ ซึ่งมาตรการให้ทุบตึกบางส่วนเพื่อสร้างแนวกันไฟในโคลัมโบ แม้จะไม่เป็นที่นิยมในตอนแรก แต่กลับพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพเมื่อกองทัพเรือญี่ปุ่นบุกโจมตีทางอากาศในฤดูใบไม้ผลิปี 1942
ในช่วงนี้เขาได้ทำงานร่วมกับ ไอวอร์ เจนนิงส์ (Ivor Jennings) และ ดี. เอส. เซนานายกะ (D. S. Senanayake) ซึ่งกลุ่มนี้ถูกขนานนามว่า "The Breakdown Gang" เนื่องจากพวกเขาไม่ได้หารือเพียงเรื่องการป้องกันพลเรือน แต่ยังวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อนำซีลอนไปสู่เอกราชอย่างสมบูรณ์หลังสิ้นสุดสงคราม
การเจรจาเพื่อเอกราช
กูนีทิลเลกมีบทบาทสำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญที่เรียกว่า "Ministers' Draft" ในปี 1944 และได้เดินทางไปยังสหราชอาณาจักรเพื่อเจรจาเรื่องเสบียงอาหารและผลักดันเรื่องการปกครองตนเองกับลอร์ดโซลบิวรี (Lord Soulbury) ซึ่งเป็นผู้นำคณะกรรมาธิการโซลบิวรี (Soulbury Commission) โดยกูนีทิลเลกทำหน้าที่เป็น "เลขานุการไม่เป็นทางการ" ของคณะกรรมาธิการ และมีอิทธิพลอย่างมากต่อการกำหนดทิศทางเอกราชของประเทศ
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 1947 เมื่อเซอร์โอลิเวอร์ กูนีทิลเลก เป็นผู้ประกาศข่าวการนำร่างพระราชบัญญัติเอกราชของซีลอน (Independence of Ceylon Act) เข้าสู่สภาสามัญชนที่เวสต์มินสเตอร์ ในงานแถลงข่าวที่โรงแรมกัลเลเฟซ (Galle Face Hotel) แทนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ดี. เอส. เซนานายกะ
เลขาธิการฝ่ายการคลัง (Financial Secretary)
ในเดือนกุมภาพันธ์ 1946 กูนีทิลเลกลาออกจากตำแหน่งผู้ตรวจสอบบัญชีทั่วไปเพื่อมารับตำแหน่งเลขาธิการฝ่ายการคลัง (Financial Secretary) ซึ่งเป็นหัวหน้ากระทรวงการคลังและผู้รับผิดชอบนโยบายการเงินทั้งหมดของอาณานิคม โดยเขาเป็นชาวซีลอนคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ และอยู่ในตำแหน่งจนถึงเดือนกันยายน 1947
บทบาททางการเมืองและตำแหน่งสูงสุด
หลังจากการได้รับสถานะโดมินิออน (Dominion status) ในปี 1948 กูนีทิลเลกได้ก้าวเข้าสู่การเมืองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและการพัฒนาชนบท

จุดสูงสุดในอาชีพของเขาคือการได้รับแต่งตั้งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (Governor-General) ของซีลอนคนที่ 3 ระหว่างปี 1954 ถึง 1962 ซึ่งทำให้เขากลายเป็นชาวซีลอนคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งสูงสุดในทางพิธีการนี้
คำถามที่พบบ่อย
เซอร์โอลิเวอร์ กูนีทิลเลก คือใคร?
เขาเป็นรัฐบุรุษชาวศรีลังกา ผู้มีบทบาทสำคัญในการนำพาประเทศไปสู่เอกราชจากบริเตน และเป็นชาวศรีลังกาคนแรกที่ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ของซีลอน
บทบาทของเขาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คืออะไร?
เขาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการป้องกันพลเรือน (Civil Defence Commissioner) และเตรียมความพร้อมให้เมืองโคลัมโบรับมือกับการโจมตีทางอากาศของญี่ปุ่น
ทำไมเขาถึงถูกเรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของ 'The Breakdown Gang'?
เพราะเขาทำงานร่วมกับ ดี. เอส. เซนานายกะ และไอวอร์ เจนนิงส์ เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ในการเปลี่ยนผ่านซีลอนไปสู่เอกราชหลังสงคราม
ตำแหน่งสูงสุดที่เขาเคยดำรงตำแหน่งคืออะไร?
ตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (Governor-General) ของซีลอน ระหว่างปี 1954-1962
