← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เรือบรรทุกน้ำมันเอสโซ มารากาอิโบ (SS Esso Maracaibo)

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นเรือบรรทุกน้ำมันที่สร้างในญี่ปุ่นปี 1959 เพื่อขนส่งน้ำมันดิบระหว่างเวเนซุเอลาและอารูบา
  • ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมในปี 1964 โดยพุ่งชนสะพาน General Rafael Urdaneta จนถล่มและมีผู้เสียชีวิต 7 ราย
  • ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Lagoven Maracaibo ในปี 1976 หลังการโอนกิจการน้ำมันของเวเนซุเอลาเป็นของรัฐ
  • ถูกปลดระวางและแยกชิ้นส่วนที่ไต้หวันในปี 1985

เอสโซ มารากาอิโบ (Esso Maracaibo) เป็นเรือบรรทุกน้ำมันที่ดำเนินการโดยบริษัท Creole Petroleum Corporation ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Standard Oil Company of New Jersey โดยเรือลำนี้เป็นเรือลำที่สองของบริษัทที่ใช้ชื่อนี้ (ลำแรกคือ USS Narraguagas) หน้าที่หลักของเรือคือการขนส่งน้ำมันดิบระหว่างทะเลสาบมารากาอิโบ (Lake Maracaibo) และเกาะอารูบา (Aruba)

การก่อสร้างและลักษณะทางเทคนิค

เรือ Esso Maracaibo เป็นหนึ่งในเรือบรรทุกน้ำมันสี่ลำที่สั่งสร้างในปี 1959 สำหรับ Creole Petroleum Corporation โดยต่อที่อู่ต่อเรือ Hitachi Zosen ในเมืองอินโนชิมะ ประเทศญี่ปุ่น และปล่อยลงน้ำเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1959 โดยมีเรือพี่น้องคือ Esso Caracas ส่วนเรืออีกสองลำในชั้นเดียวกันคือ Esso Amuay และ Esso Caripito ซึ่งต่อโดย Mitsui Shipbuilding & Engineering

ลักษณะทางเทคนิคในช่วงแรกของเรือมีดังนี้:

  • ขนาดระวางบรรทุกรวม (GRT): 24,727 ตัน
  • น้ำหนักบรรทุกเดดเวท (DWT): 35,601 ตัน
  • ความยาว: 198.1 เมตร
  • โครงสร้าง: มีถังบรรจุน้ำมัน 30 ถัง ออกแบบตามมาตรฐานยุคสมัยด้วยหัวเรือแบบ Bulbous Bow โดยมีสะพานเดินเรือและที่พักเจ้าหน้าที่อยู่กลางลำ และส่วนเครื่องยนต์และที่พักลูกเรืออยู่ทางท้ายเรือ

เรือลำนี้ติดตั้งอุปกรณ์นำทางที่ทันสมัยในขณะนั้น เช่น เรดาร์ โซนาร์ และระบบปรับอากาศในที่พักลูกเรือ โดยมีมูลค่าการก่อสร้างลำละประมาณ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสามารถขนส่งน้ำมันดิบได้มากกว่าเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทในขณะนั้นถึงสามเท่า

ประวัติการปฏิบัติงาน

Esso Maracaibo เริ่มให้บริการในเดือนกรกฎาคม 1959 โดยวิ่งเส้นทางระหว่างท่าเรือมารากาอิโบและซานนิโคลัส (San Nicolaas) เรือเดินทางถึงมารากาอิโบเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 1959 หลังจากเดินทางเที่ยวแรกเป็นเวลา 24 วัน และส่งมอบน้ำมันดิบจำนวน 205,800 บาร์เรล (32,720 ลูกบาศก์เมตร) ให้กับโรงกลั่น Lago บนเกาะอารูบาเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 1959

ในช่วงแรก เรือไม่สามารถบรรทุกน้ำมันได้เต็มความจุสูงสุดที่ 296,000 บาร์เรล เนื่องจากความลึกของร่องน้ำบริเวณปากทางออกของทะเลสาบมารากาอิโบมีความลึกเพียง 33.5 ฟุต (10.2 เมตร) ในขณะที่เรือเมื่อบรรทุกเต็มที่จะมีกินน้ำลึก 36 ฟุต (11 เมตร) จนกระทั่งมีการขุดลอกร่องน้ำในภายหลัง

เหตุการณ์พุ่งชนสะพาน General Rafael Urdaneta

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 1964 เกิดเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เรือลำนี้เป็นข่าวไปทั่วโลก เมื่อ Esso Maracaibo ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบ 236,000 บาร์เรล กำลังเดินทางผ่านทางออกของทะเลสาบมารากาอิโบ แต่เกิดเหตุขัดข้องทางไฟฟ้าทำให้ระบบบังคับเลี้ยวล้มเหลว

เรือที่ไม่สามารถควบคุมทิศทางได้ได้พุ่งชนตอม่อที่ 31 และ 32 ของสะพาน General Rafael Urdaneta ส่งผลให้โครงสร้างสะพานช่วงหนึ่งที่มีความยาว 259 เมตรพังถล่มลงสู่ทะเล มีรถยนต์ 4 คันตกลงไปในน้ำ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย แม้ว่าส่วนของสะพานที่ถล่มจะตกลงมาทับหัวเรือและมีน้ำมันรั่วไหลออกมา แต่ตัวเรือยังคงลอยอยู่ได้ และลูกเรือทั้ง 42 คนไม่ได้รับบาดเจ็บ

การซ่อมแซมและการเปลี่ยนชื่อ

ในระหว่างการซ่อมแซมหลังอุบัติเหตุ ได้มีการต่อเติมส่วนของเรือเพิ่ม ทำให้ความยาวเพิ่มขึ้นเป็น 212.2 เมตร และเพิ่มความจุเป็น 40,925 DWT

เรือยังคงปฏิบัติหน้าที่ขนส่งน้ำมันดิบให้แก่ Creole Petroleum Corporation ต่อมาในปี 1976 หลังจากรัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศโอนกิจการน้ำมันเป็นของรัฐ (Nationalization) เรือลำนี้จึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Lagoven Maracaibo แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในเส้นทางเดิม

ในปี 1985 เรือ Lagoven Maracaibo ถูกปลดระวางพร้อมกับเรือ Dorias และถูกลากไปยังไต้หวันเพื่อทำการแยกชิ้นส่วนและขายเป็นเศษเหล็ก

คำถามที่พบบ่อย

เรือ Esso Maracaibo เกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้น?

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 1964 เรือได้เกิดระบบบังคับเลี้ยวขัดข้องเนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้พุ่งชนตอม่อสะพาน General Rafael Urdaneta จนสะพานถล่มเป็นระยะทาง 259 เมตร และมีผู้เสียชีวิต 7 ราย

ทำไมในช่วงแรกเรือถึงบรรทุกน้ำมันได้ไม่เต็มความจุ?

เนื่องจากร่องน้ำบริเวณปากทางออกของทะเลสาบมารากาอิโบมีความลึกไม่เพียงพอ (33.5 ฟุต) ในขณะที่เรือเมื่อบรรทุกเต็มที่จะกินน้ำลึกถึง 36 ฟุต

เรือลำนี้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นอะไรและเมื่อไหร่?

เรือถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Lagoven Maracaibo ในปี 1976 หลังจากที่รัฐบาลเวเนซุเอลาโอนกิจการของบริษัท Creole Petroleum Corporation ให้เป็นของรัฐ

จุดจบของเรือ Esso Maracaibo คืออะไร?

เรือถูกปลดระวางในปี 1985 และถูกลากไปแยกชิ้นส่วนที่ประเทศไต้หวัน