← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ห้องอาบน้ำสแตรนด์เลน จากถังเก็บน้ำยุคทิวดอร์สู่ตำนานโรมัน

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นถังเก็บน้ำที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1612 เพื่อส่งน้ำให้น้ำพุในพระราชวังโซเมอร์เซต
  • ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นห้องอาบน้ำโรมันเนื่องจากกลยุทธ์ทางการตลาดในศตวรรษที่ 19
  • สร้างด้วยอิฐยุคทิวดอร์ (Tudor bricks) และมีการปรับปรุงในยุคจอร์เจียน
  • ตั้งอยู่ที่เลขที่ 5 ถนนสแตรนด์เลน กรุงลอนดอน

ห้องอาบน้ำสแตรนด์เลน (Strand Lane Baths) ตั้งอยู่ที่เลขที่ 5 ถนนสแตรนด์เลน กรุงลอนดอน เป็นสถานที่ที่เคยถูกเชื่อกันอย่างแพร่หลายตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1830 ว่าเป็นโบราณสถานที่หลงเหลือมาจากยุคโรมัน อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมพบว่า สถานที่แห่งนี้แท้จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของถังเก็บน้ำ (Cistern) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1612 เพื่อใช้ส่งน้ำไปยังน้ำพุในสวนของพระราชวังโซเมอร์เซต (Somerset House) ในสมัยนั้น

ทางเข้าห้องอาบน้ำสแตรนด์เลน
ทางเข้าสู่ห้องอาบน้ำสแตรนด์เลนที่ตั้งอยู่ใต้ระดับถนน

ลักษณะทางกายภาพและโครงสร้าง

ปัจจุบันอาคารห้องอาบน้ำประกอบด้วยสองส่วนหลัก คือ ห้องอาบน้ำ และระเบียงทางเดินทางเข้าที่แคบและยาวกว่า ซึ่งมีบันไดนำลงไปสู่ประตูทางออกสู่ถนนสแตรนด์เลน

  • ห้องอาบน้ำ: มีลักษณะเป็นห้องทรงโค้ง (Vault) สร้างด้วยอิฐและหิน ขนาด 6.8 x 3.9 x 4 เมตร ภายในมีอ่างอาบน้ำขนาด 4.8 x 2.1 x 1.3 เมตร โดยที่ปลายด้านตะวันออกมีถังตกตะกอนที่สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1920
  • ระเบียงทางเดิน: มีความยาว 9.1 เมตร กว้างสูงสุด 1.9 เมตร และมีเพดานทรงโค้งครึ่งวงกลม

โครงสร้างของอ่างอาบน้ำสร้างขึ้นจากอิฐยุคทิวดอร์ (Tudor bricks) ซึ่งมีขนาดกว้างและบาง โดยมีผนังหนาประมาณ 400-480 มิลลิเมตร พื้นผิวบางส่วนมีการซ่อมแซมด้วยอิฐในยุคหลังปี ค.ศ. 1750

ภายในห้องอาบน้ำสแตรนด์เลน
โครงสร้างอิฐภายในห้องอาบน้ำที่แสดงให้เห็นถึงการใช้งานในยุคต่างๆ

ระบบการส่งน้ำ

แหล่งที่มาของน้ำในห้องอาบน้ำแห่งนี้ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดและอาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 น้ำจะผุดขึ้นมาจากรูบนพื้นดิน ต่อมาในช่วงทศวรรษที่ 1920 น้ำเริ่มไหลเข้าทางมุมตะวันออกเฉียงเหนือ และตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 1920 เป็นต้นมา น้ำได้ไหลผ่านถังตกตะกอนที่ปลายด้านตะวันออก

มีการสันนิษฐานในอดีตว่าน้ำมาจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ของถนนโฮลีเวลล์ (Holywell Street) หรือลำธารใต้ดินจากไฮเกต (Highgate) แต่ข้อสันนิษฐานเหล่านี้ไม่มีหลักฐานยืนยัน ผลการทดสอบตัวอย่างน้ำในปี ค.ศ. 1981 พบว่ามีคุณสมบัติพื้นฐานเป็นน้ำบาดาล แต่มีระดับไนเตรตและฟอสเฟตสูง

ประวัติความเป็นมา

น้ำพุของพระนางแอนน์แห่งเดนมาร์ก

ระหว่างปี ค.ศ. 1609–1613 พระเจ้าเจมส์ที่ 1 ทรงปรับปรุงพระราชวังโซเมอร์เซตเพื่อพระนางแอนน์แห่งเดนมาร์ก ซึ่งรวมถึงการสร้างน้ำพุขนาดใหญ่ที่ออกแบบโดยวิศวกรชาวฝรั่งเศสชื่อ ซาโลมอน เดอ โกส์ (Salomon de Caus) โดยมีเอกสารร่วมสมัยระบุว่าถังเก็บน้ำที่ส่งน้ำไปยังน้ำพุนี้ตั้งอยู่บริเวณถนนสแตรนด์เลน

ภาพจำลองหรือแผนผังระบบน้ำโบราณ
การวิเคราะห์โครงสร้างระบบน้ำในศตวรรษที่ 17

จากการวิเคราะห์อิฐที่ใช้ก่อสร้างซึ่งอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1550–1650 จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าโครงสร้างที่หลงเหลืออยู่คือส่วนหนึ่งของระบบถังเก็บน้ำดังกล่าว แม้ว่าโครงสร้างเดิมน่าจะมีขนาดใหญ่และสูงกว่านี้เพื่อให้มีแรงดันน้ำเพียงพอสำหรับน้ำพุ

รายละเอียดสถาปัตยกรรมภายใน
ร่องรอยการตกแต่งและโครงสร้างอิฐโบราณ

การเปลี่ยนเป็นห้องอาบน้ำเย็นในยุคจอร์เจียน

ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1770 นายเจมส์ สมิธ (James Smith) ได้ปรับปรุงโครงสร้างถังเก็บน้ำที่ถูกทิ้งร้างให้กลายเป็นห้องอาบน้ำเย็น (Cold bath) สำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี โดยโฆษณาว่าใช้น้ำจากน้ำพุธรรมชาติที่ไหลผ่านตลอดเวลา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการนำสถานที่แห่งนี้กลับมาใช้งานอีกครั้งในเชิงพาณิชย์

การสร้างตำนาน "โรมัน"

ความเชื่อที่ว่าห้องอาบน้ำแห่งนี้เป็นมรดกจากยุคโรมันเริ่มขึ้นในช่วงประมาณ 50 ปีหลังจากที่กลายเป็นห้องอาบน้ำเย็น โดยถูกใช้เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อดึงดูดผู้เข้าชมและสร้างความน่าตื่นเต้น โดยมีการติดตั้งป้ายระบุว่าสถานที่นี้มีอายุเกือบ 2,000 ปี และสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิติตุส (Titus) หรือเวสปาเซียน (Vespasian) ซึ่งในความเป็นจริงเป็นเพียงการกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักฐานทางโบราณคดีรองรับ

คำถามที่พบบ่อย

ห้องอาบน้ำสแตรนด์เลนเป็นของชาวโรมันจริงหรือไม่?

ไม่ใช่ สถานที่แห่งนี้เป็นถังเก็บน้ำที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 (ค.ศ. 1612) เพื่อใช้ในพระราชวังโซเมอร์เซต ไม่ใช่โบราณสถานจากยุคโรมัน

ทำไมคนถึงเชื่อว่าเป็นห้องอาบน้ำโรมัน?

ความเชื่อนี้เริ่มขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1830 โดยถูกใช้เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้าและนักท่องเที่ยว โดยการกล่าวอ้างว่าสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิติตุสหรือเวสปาเซียน

ปัจจุบันห้องอาบน้ำนี้ใช้น้ำจากแหล่งใด?

จากการทดสอบในปี ค.ศ. 1981 พบว่าน้ำที่ไหลเข้ามาเป็นน้ำบาดาลที่มีระดับไนเตรตและฟอสเฟตสูง ไม่ใช่มาจากลำธารศักดิ์สิทธิ์ตามตำนาน

โครงสร้างนี้สร้างขึ้นจากวัสดุอะไร?

สร้างขึ้นจากอิฐยุคทิวดอร์ (Tudor bricks) ซึ่งมีลักษณะกว้างและบาง และมีการซ่อมแซมด้วยอิฐในยุคหลังปี ค.ศ. 1750