← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ย่านประวัติศาสตร์ชูการ์ฮิลล์ในดีทรอยต์

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นย่านประวัติศาสตร์ในเมืองดีทรอยต์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนใน National Register of Historic Places ในปี 2003
  • เคยเป็นศูนย์กลางดนตรีแจ๊สที่สำคัญของดีทรอยต์ในช่วงทศวรรษ 1940-1950 และเป็นจุดเริ่มต้นของศิลปิน Motown หลายคน
  • ประกอบด้วยอาคาร 14 แห่งที่มีสถาปัตยกรรมหลากหลาย โดยเฉพาะสไตล์ควีนแอน (Queen Anne) จากปลายศตวรรษที่ 19
  • ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการรื้อถอนเพื่อขยายศูนย์การแพทย์ดีทรอยต์และโครงการฟื้นฟูเมืองในทศวรรษ 1960

ย่านประวัติศาสตร์ชูการ์ฮิลล์ (Sugar Hill Historic District) เป็นพื้นที่อนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยสิ่งปลูกสร้าง 14 แห่งที่ตั้งอยู่ตามแนวถนน East Forest, Garfield และ East Canfield โดยมีขอบเขตระหว่างถนน Woodward Avenue ทางทิศตะวันตก และถนน John R. ทางทิศตะวันออก ย่านนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนในทะเบียนสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ (National Register of Historic Places) ในปี ค.ศ. 2003

ทัศนียภาพของอาคารในย่านประวัติศาสตร์ชูการ์ฮิลล์
อาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่ในย่านชูการ์ฮิลล์ ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมของเมืองดีทรอยต์

ประวัติความเป็นมา

ยุคเริ่มต้นและการตั้งถิ่นฐาน

ในช่วงทศวรรษ 1880 พื้นที่แห่งนี้เริ่มเป็นที่ตั้งของบ้านพักอาศัยสำหรับพลเมืองผู้มั่งคั่งของดีทรอยต์ที่ต้องการบ้านในสไตล์ชานเมืองซึ่งอยู่ใกล้กับถนน Woodward Avenue และห่างจากความวุ่นวายในใจกลางเมือง ผู้อยู่อาศัยในยุคแรกประกอบด้วยบุคคลสำคัญ เช่น อเล็กซ์ ดาว (Alex Dow) ประธานบริษัท Detroit Edison, ดร. กาย แอล. คีเฟอร์ (Dr. Guy L. Kiefer) ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาล Herman Kiefer และ ดร. นาธาเนียล เว็บเบอร์ (Dr. Nathaniel Webber) ศาสตราจารย์จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์ดีทรอยต์

ต่อมาในช่วงปี ค.ศ. 1900 พื้นที่นี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของชาวเยิวในดีทรอยต์ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานในโรงพยาบาลใกล้เคียง โดยย่านนี้ยังคงเป็นชุมชนชาวเยิวที่เข้มแข็งจนถึงทศวรรษ 1930 ก่อนที่ความหนาแน่นของประชากรจะเพิ่มขึ้น นำไปสู่การสร้างอาคารอพาร์ตเมนต์และการแบ่งบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ให้เป็นห้องเช่าขนาดเล็ก

การเปลี่ยนผ่านสู่ศูนย์กลางความบันเทิงและดนตรีแจ๊ส

ในขณะที่ชาวแอฟริกัน-อเมริกันในดีทรอยต์เริ่มตั้งถิ่นฐานในย่าน Black Bottom และ Paradise Valley แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านที่อยู่อาศัยและการแบ่งแยกสีผิวในยุคนั้น ทำให้การขยายตัวของที่อยู่อาศัยเป็นไปได้อย่างจำกัด จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1941 เออร์เนสต์ ไวท์ (Ernest White) ได้ซื้อโรงแรม Gotham ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนน John R และ Orchestra Place ทางทิศใต้ของย่านนี้ เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชาวแอฟริกัน-อเมริกันเริ่มย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานและเปิดธุรกิจในพื้นที่มากขึ้น

ในช่วงทศวรรษ 1940 และ 1950 ย่านชูการ์ฮิลล์ได้เปลี่ยนสภาพจากย่านที่พักอาศัยที่เงียบสงบกลายเป็นย่านความบันเทิงที่รุ่งเรือง โดยเฉพาะดนตรีแจ๊ส ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางของไนท์คลับและสถานบันเทิงที่เปิดรับผู้คนทุกสีผิว (Black and Tan clubs) ศิลปินระดับโลกหลายท่าน เช่น เคานต์ เบซี (Count Basie), บิลลี ฮอลิเดย์ (Billie Holiday), มัดดี้ วอเตอร์ส (Muddy Waters), บี.บี. คิง (B. B. King), ไดนา วอชิงตัน (Dinah Washington) และ จอห์น ลี ฮุกเกอร์ (John Lee Hooker) ต่างเคยมาแสดงและพักในย่านนี้

นอกจากนี้ ย่านชูการ์ฮิลล์ยังมีบทบาทสำคัญในการบ่มเพาะศิลปินรุ่นเยาว์ในยุคแรก เช่น เบอร์รี กอร์ดี้ (Berry Gordy), แอล กรีน (Al Green), แจ็กกี วิลสัน (Jackie Wilson) และ มาร์วิน เกย์ (Marvin Gaye) ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นผู้สร้างสรรค์เสียงดนตรีในแบบฉบับของ Motown

การเสื่อมถอยและการฟื้นฟู

ความรุ่งเรืองของย่านชูการ์ฮิลล์สิ้นสุดลงในช่วงทศวรรษ 1960 เนื่องจากการดำเนินนโยบายฟื้นฟูเมือง (Urban Renewal) ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อย่าน Paradise Valley และการขยายตัวของศูนย์การแพทย์ดีทรอยต์ (Detroit Medical Center) ซึ่งนำไปสู่การรื้อถอนอาคารและคลับดนตรีแจ๊สจำนวนมาก โดยเฉพาะการสร้างโรงพยาบาลทหารผ่านศึก John Dingell ในช่วงทศวรรษ 1990

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้มีการลงทุนเพื่อฟื้นฟูย่านนี้อีกครั้ง เช่น การปรับปรุงอาคาร Garfield Manor Apartments ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2010 ให้เป็นที่พักและสตูดิโอสำหรับศิลปิน โดยมีการนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และระบบความร้อนใต้พิภพมาใช้

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม

ย่านประวัติศาสตร์ชูการ์ฮิลล์ประกอบด้วยสิ่งปลูกสร้าง 14 แห่งที่สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1885 ถึง 1938 มีความหลากหลายทางสถาปัตยกรรมตั้งแต่บ้านเดี่ยว อาคารอพาร์ตเมนต์ โบสถ์ ไปจนถึงอาคารพาณิชย์

ตัวอย่างอาคารที่สำคัญ

  • บ้านแอกเนส อิงกลิส (Agnes Inglis house): สร้างในปี ค.ศ. 1891 เป็นบ้านสไตล์ควีนแอน (Queen Anne) ก่ออิฐ 2 ชั้นครึ่ง มีหอคอยทรงหลายเหลี่ยมและหน้าจั่วขนาดใหญ่ เคยเป็นที่พักของอเล็กซ์ ดาว ในช่วงปี ค.ศ. 1907-1922
  • บ้าน ดร. เอ็น.ดับเบิลยู. เว็บเบอร์ (Dr. N.W. Webber house): สร้างในปี ค.ศ. 1885 เป็นบ้านสไตล์ควีนแอนที่เคยเป็นที่พักของนายแพทย์ผู้มีชื่อเสียง และต่อมาถูกแบ่งเป็นอพาร์ตเมนต์และใช้เป็นสถานที่ตั้งของคลับในยุคหนึ่ง

คำถามที่พบบ่อย

ย่านชูการ์ฮิลล์มีความสำคัญทางวัฒนธรรมอย่างไร?

ย่านนี้เคยเป็นศูนย์กลางความบันเทิงและดนตรีแจ๊สที่รุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งในดีทรอยต์ โดยเป็นสถานที่ที่ศิลปินแจ๊สระดับโลกและศิลปินรุ่นเยาว์ที่ต่อมาสร้างชื่อเสียงในแนวทาง Motown ได้มาแสดงและทำงาน

ทำไมย่านชูการ์ฮิลล์ถึงเสื่อมถอยลง?

การเสื่อมถอยเกิดจากนโยบายฟื้นฟูเมืองในทศวรรษ 1960 และการขยายตัวของศูนย์การแพทย์ดีทรอยต์ (Detroit Medical Center) ซึ่งทำให้อาคารและคลับดนตรีแจ๊สจำนวนมากถูกรื้อถอน

สถาปัตยกรรมเด่นในย่านนี้คืออะไร?

สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นคือบ้านสไตล์ควีนแอน (Queen Anne) ที่สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งสะท้อนถึงความมั่งคั่งของผู้อยู่อาศัยในยุคแรกที่เป็นกลุ่มชนชั้นสูงของเมืองดีทรอยต์