← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การเฝ้าระวังแบบเจาะจงเป้าหมาย ความแตกต่างและความเสี่ยงต่อสิทธิมนุษยชน

สรุปใจความสำคัญ

  • การเฝ้าระวังแบบเจาะจงต้องอาศัยข้อสงสัยเบื้องต้นเกี่ยวกับบุคคลหรือองค์กรเป้าหมาย
  • การเฝ้าระวังมวลชนถูกประณามโดยสหประชาชาติว่าเป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวขั้นพื้นฐาน
  • กรณี NSA และ BND แสดงให้เห็นว่าการเฝ้าระวังแบบเจาะจงอาจถูกนำไปใช้เพื่อการจารกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

การเฝ้าระวังแบบเจาะจงเป้าหมาย หรือการดักฟังแบบเจาะจง คือรูปแบบหนึ่งของการสอดแนมที่มุ่งเน้นไปที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ ซึ่งแตกต่างจากการเฝ้าระวังมวลชน (Mass Surveillance) ที่เก็บข้อมูลของทุกคนโดยไม่จำกัด
การเฝ้าระวังทั้งสองรูปแบบนี้มักถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการปฏิบัติกับผู้บริสุทธิ์เสมือนเป็นผู้ต้องสงสัย ซึ่งนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชน สนธิสัญญา และกฎหมายภายในประเทศ รวมถึงอาจไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงอย่างแท้จริง

ความแตกต่างระหว่างการเฝ้าระวังแบบเจาะจงและแบบมวลชน

รายงานจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหประชาชาติ (UN) ในปี 2014 ได้ระบุว่าการเฝ้าระวังทางอิเล็กทรอนิกส์แบบมวลชนเป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจน โดยได้จำแนกความแตกต่างไว้ดังนี้:

  • การเฝ้าระวังแบบเจาะจง (Targeted Surveillance): ขึ้นอยู่กับการมีข้อสงสัยเบื้องต้นเกี่ยวกับบุคคลหรือองค์กรเป้าหมาย มีการระบุตัวตนชัดเจนและดำเนินการภายใต้ขอบเขตที่กำหนด
  • การเฝ้าระวังมวลชน (Mass Surveillance): เป็นการเก็บข้อมูลจากผู้ใช้จำนวนมหาศาลโดยไม่มีการคัดกรอง ซึ่งรัฐที่มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในระดับสูงสามารถเข้าถึงเนื้อหาอีเมลและโทรศัพท์ของผู้ใช้จำนวนไม่จำกัด และติดตามกิจกรรมบนเว็บไซต์ต่างๆ ได้

มุมมองจากสภาขุนนางแห่งสหราชอาณาจักร

สภาขุนนางของสหราชอาณาจักรได้แบ่งประเภทการเฝ้าระวังออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ คือ:

  1. การเฝ้าระวังแบบมวลชน (Passive/Undirected Surveillance): ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นการรวบรวมข้อมูลและภาพถ่ายเพื่อใช้ในอนาคต เช่น กล้อง CCTV และฐานข้อมูลขนาดใหญ่
  2. การเฝ้าระวังแบบเจาะจง (Targeted Surveillance): มุ่งเป้าไปที่บุคคลเฉพาะเจาะจง โดยหน่วยงานรัฐที่ได้รับอนุญาตอาจดำเนินการทั้งแบบเปิดเผยหรือปกปิด ซึ่งรวมถึงการใช้สายลับ การดักฟังการสื่อสาร การใช้ข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหว

การคัดเลือกเป้าหมายและกรณีศึกษา

การใช้ 'Selector Lists' ของ NSA

แนวทางปัจจุบันของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (NSA) และองค์กรที่เกี่ยวข้อง มักพยายามเก็บรวบรวมสัญญาณทั้งหมดจากทุกคนตลอดเวลา โดยการคัดเลือกเป้าหมายจะถูกนำมาใช้เพื่อระบุบุคคลที่มีความสนใจเป็นพิเศษ หรือเพื่อจัดสรรทรัพยากรในการตรวจสอบข้อมูล

ตัวอย่างของ 'ตัวคัดเลือก' (Selectors) ได้แก่ การค้นหาเครื่องมือซอฟต์แวร์ที่เพิ่มความเป็นส่วนตัว เช่น Tor หรือการใช้ภาษาที่ไม่สอดคล้องกับภูมิภาคที่ผู้ใช้พำนักอยู่ รวมถึงการใช้การเข้ารหัสข้อมูลและการค้นหา 'สิ่งน่าสงสัย' บนเว็บ

กรณีความขัดแย้งระหว่าง NSA และเยอรมนี

ในปฏิบัติการ Eikonal เจ้าหน้าที่ BND ของเยอรมนีได้รับ "รายการตัวคัดเลือก" (Selector Lists) จาก NSA ซึ่งประกอบด้วยที่อยู่ IP, หมายเลขโทรศัพท์ และบัญชีอีเมลจำนวนหลายแสนถึงล้านรายการ

เกิดข้อพิพาทเมื่อมีการเปิดเผยว่ารายการเหล่านี้มีเป้าหมายเป็นบริษัท EADS, โครงการ Eurocopter รวมถึงหน่วยงานบริหารของฝรั่งเศสและออสเตรีย ซึ่งเป็นการละเมิดบันทึกข้อตกลง (MoA) ระหว่างสหรัฐฯ และเยอรมนีที่ลงนามในปี 2002

จากการตรวจสอบของคณะกรรมการพิจารณาในเยอรมนี พบว่ามีการใช้พารามิเตอร์การค้นหาที่น่าสงสัยกว่า 40,000 รายการ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่รัฐบาลยุโรปตะวันตกและบริษัทเอกชนจำนวนมาก ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสหรัฐฯ อาจใช้การสอดแนมเพื่อการจารกรรมทางเศรษฐกิจภายใต้การสนับสนุนของเยอรมนี

ประเภทการเฝ้าระวังลักษณะการทำงานความชอบธรรมทางกฎหมาย
แบบเจาะจง (Targeted)มุ่งเน้นบุคคลที่น่าสงสัยยอมรับได้หากเพื่อต่อต้านอาชญากรรมร้ายแรงและก่อการร้าย
แบบมวลชน (Mass)เก็บข้อมูลทุกคนโดยไม่จำกัดมักถูกมองว่าละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวขั้นพื้นฐาน

คำถามที่พบบ่อย

การเฝ้าระวังแบบเจาะจงแตกต่างจากการเฝ้าระวังมวลชนอย่างไร?

การเฝ้าระวังแบบเจาะจงมุ่งเน้นไปที่บุคคลหรือกลุ่มที่น่าสงสัยโดยเฉพาะ โดยมีหลักฐานหรือข้อสงสัยเบื้องต้น ในขณะที่การเฝ้าระวังมวลชนเป็นการเก็บข้อมูลของประชาชนทั่วไปจำนวนมากโดยไม่มีการคัดกรองเป้าหมาย

การเฝ้าระวังแบบเจาะจงถือว่าชอบธรรมตามกฎหมายหรือไม่?

ศาลยุติธรรมแห่งยุโรปตัดสินว่าการดักฟังข้อมูลการจราจรและตำแหน่งที่ตั้งแบบเจาะจงจะมีความชอบธรรมก็ต่อเมื่อดำเนินการเพื่อต่อต้านอาชญากรรมร้ายแรง รวมถึงการก่อการร้ายเท่านั้น

Selector Lists คืออะไร?

คือรายการคำค้นหาหรือข้อมูลระบุตัวตน เช่น ที่อยู่ IP หรืออีเมล ที่หน่วยงานข่าวกรองใช้ในการคัดกรองข้อมูลจากสัญญาณสื่อสารเพื่อระบุและติดตามเป้าหมายที่น่าสงสัย