Telemeter ต้นกำเนิดโทรทัศน์ระบบจ่ายเงินรายครั้งในสหรัฐฯ
สรุปใจความสำคัญ
- เปิดดำเนินการระหว่างปี ค.ศ. 1953 ถึง 1967 ในสหรัฐอเมริกา
- ใช้ระบบวงจรปิดผ่านสายโคแอกเชียลเพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนสัญญาณวิทยุ
- เป็นระบบโทรทัศน์หยอดเหรียญที่ผู้ใช้ต้องใส่เหรียญเพื่อถอดรหัสสัญญาณภาพ
- ได้รับการลงทุนจาก Paramount Pictures ในปี ค.ศ. 1951 โดยถือหุ้น 50%
Telemeter คือบริการโทรทัศน์แบบสมัครสมาชิกของสหรัฐอเมริกาที่พัฒนาโดย International Telemeter Corporation ซึ่งเปิดดำเนินการระหว่างปี ค.ศ. 1953 ถึง 1967 โดยความโดดเด่นของระบบนี้คือการใช้เครื่องรับสัญญาณแบบหยอดเหรียญที่เชื่อมต่อกับเครื่องรับโทรทัศน์ เมื่อผู้ใช้หยอดเหรียญในจำนวนที่ถูกต้อง สัญญาณที่ถูกเข้ารหัส (scrambled signal) ซึ่งส่งผ่านสายโคแอกเชียล (coaxial cables) จะถูกถอดรหัสและแสดงผลเป็นภาพบนหน้าจอ
จุดเริ่มต้นของโทรทัศน์หยอดเหรียญ
ในช่วงปลายทศวรรษ 1940 แนวคิดเรื่องโทรทัศน์หยอดเหรียญถูกมองว่าเป็นนวัตกรรมที่พลิกโฉมอนาคต บริษัทต่างๆ เช่น Covideo และ Televista รวมถึงแบรนด์ดังอย่าง General Electric ได้สร้างโทรทัศน์ที่ใช้ระบบจ่ายเงินตามการใช้งาน (pay-as-you-go) โดยเน้นการตลาดในพื้นที่เชิงพาณิชย์ เช่น โรงแรม, ห้องนั่งรอในโรงพยาบาล, ร้านซักรีด และสนามบิน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้คนมีเวลาว่างและต้องการความบันเทิง
เทคโนโลยีนี้ทำงานคล้ายกับโทรศัพท์สาธารณะหรือเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ โดยผู้ชมต้องหยอดเหรียญเพื่อเข้าถึงสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นตามเวลาที่กำหนด ในช่วงแรกธุรกิจนี้ทำกำไรได้อย่างมหาศาลเนื่องจากความแปลกใหม่ของการดูทีวีในที่สาธารณะ จนนำไปสู่การพยายามนำระบบนี้มาใช้ในที่พักอาศัย
ความท้าทายและการแทรกแซงของสัญญาณ
บริษัทอย่าง RCA และ Zenith พยายามส่งรายการพิเศษผ่านความถี่วิทยุที่กำหนด แต่กลับพบปัญหาใหญ่คือตัวแปลงสัญญาณ (converters) ก่อให้เกิดการรบกวนสัญญาณอื่นๆ ทำให้การรับชมโทรทัศน์ปกติเป็นไปได้ยาก ทางคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร (FCC) จึงไม่อนุมัติใบอนุญาตให้กับสถานีที่สร้างการรบกวนสัญญาณ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ชมจะสามารถรับชมโทรทัศน์แบบฟรีได้โดยไม่มีการรบกวน
การปฏิวัติโดย International Telemeter Corporation
International Telemeter Corporation ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพขนาดเล็ก ได้เข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าของโทรทัศน์แบบจ่ายเงินด้วยแผนการที่ชาญฉลาด แทนที่จะใช้การส่งสัญญาณผ่านอากาศ (over-the-air) Telemeter ได้สร้างระบบวงจรปิด (closed-circuit system) ขนาดใหญ่ โดยใช้สายเชื่อมต่อแบบโคแอกเชียล
ระบบนี้ประกอบด้วยตัวแปลงสัญญาณหยอดเหรียญที่มีเราเตอร์ในตัว ช่วยให้ผู้ชมเลือกได้ระหว่างช่องโทรทัศน์ปกติและเครือข่ายวงจรปิดของ Telemeter ซึ่งมี 3 ช่องรายการที่ฉายโปรแกรมวนซ้ำตลอด 24 ชั่วโมง ลูกค้าจะได้รับตารางรายการรายสัปดาห์และหยอดเหรียญลงในเครื่องรับเพื่อเลือกชมรายการที่ต้องการ แนวคิดนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของระบบ Pay-per-view ในปัจจุบัน
การลงทุนจาก Paramount Pictures
ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1951 บริษัท Paramount Pictures ได้เข้าซื้อหุ้น 50% ของ International Telemeter Corporation การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงแต่ให้การสนับสนุนด้านการเงิน แต่ยังช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับ Telemeter ในฐานะบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว และแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของ Paramount ในอนาคตของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ที่กำลังเติบโต
ความแตกต่างทางเทคนิคของ Telemeter
Telemeter แตกต่างจากระบบยุคแรกอื่นๆ ตรงที่ไม่ได้เช่าพื้นที่ความถี่วิทยุ แต่ใช้การเชื่อมต่อผ่านสายโดยตรงระหว่างสตูดิโอและสมาชิก สัญญาณจะถูกส่งไปยังช่อง VHF ต่ำ (ปกติคือช่อง 5 หรือ 6) และถูกถอดรหัสโดยกล่อง Telemeter ที่ติดตั้งไว้ที่เครื่องรับโทรทัศน์ ทำให้ผู้ชมได้รับชมรายการคุณภาพสูงโดยไม่รบกวนสัญญาณโทรทัศน์ปกติ
การทดสอบในลอสแอนเจลิสและปาล์มสปริงส์
ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1952 ได้มีการทดสอบระบบในลอสแอนเจลิส โดยมีการสาธิตผ่านเครื่องรับ 6 ชุดที่สถานีโทรทัศน์ KTLA ซึ่งสร้างความสนใจอย่างมากจากประชาชนในพื้นที่ที่โทรเข้ามาสอบถามข้อมูลจำนวนมาก
คำถามที่พบบ่อย
Telemeter คืออะไร?
Telemeter คือบริการโทรทัศน์แบบสมัครสมาชิกในสหรัฐฯ ยุคแรกที่ใช้เครื่องรับสัญญาณแบบหยอดเหรียญเพื่อเข้าถึงเนื้อหาพรีเมียมผ่านระบบสายวงจรปิด
ทำไม Telemeter ถึงแตกต่างจากระบบทีวีจ่ายเงินยุคแรกอื่นๆ?
เพราะ Telemeter ใช้การเชื่อมต่อผ่านสายโคแอกเชียล (Closed-circuit) แทนการส่งสัญญาณผ่านอากาศ ทำให้ไม่เกิดการรบกวนสัญญาณโทรทัศน์ปกติซึ่งเป็นปัญหาที่ FCC ไม่อนุมัติในขณะนั้น
บริษัทใดเข้ามาลงทุนใน Telemeter?
Paramount Pictures เข้าซื้อหุ้น 50% ของบริษัท International Telemeter Corporation ในปี ค.ศ. 1951

