วิเคราะห์หนังสือ The War on Normal People โดย แอนดรูว์ ยัง
สรุปใจความสำคัญ
- เขียนโดย แอนดรูว์ ยัง ผู้ก่อตั้ง Venture for America และผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2020
- นำเสนอแนวคิด 'การแทนที่ครั้งใหญ่' (The Great Displacement) ซึ่งเกิดจากระบบอัตโนมัติและ AI
- เสนอให้มี 'เงินปันผลแห่งเสรีภาพ' (Freedom Dividend) หรือ UBI จำนวน 1,000 ดอลลาร์ต่อเดือน
- เสนอให้เปลี่ยนตัวชี้วัดเศรษฐกิจจาก GDP ไปสู่ 'ทุนนิยมที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง' (Human-Centric Capitalism)
The War on Normal People: The Truth About America's Disappearing Jobs and Why Universal Basic Income Is Our Future เป็นหนังสือที่เขียนโดย แอนดรูว์ ยัง (Andrew Yang) ผู้ประกอบการชาวอเมริกันและผู้ก่อตั้ง Venture for America ซึ่งต่อมาได้ใช้แนวคิดในหนังสือเล่มนี้เป็นแกนหลักในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2020 หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Hachette Books ในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2018
แนวคิดหลักและการวิเคราะห์ปัญหา
เนื้อหาหลักของหนังสือมุ่งเน้นไปที่ประเด็นปัญหาภายในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ (Automation) และการว่างงานทางเทคโนโลยี ซึ่งยังมองว่าสิ่งเหล่านี้กำลังนำไปสู่สภาวะที่เขาเรียกว่า "การแทนที่ครั้งใหญ่" (The Great Displacement)
ยังวิเคราะห์ว่าการแทนที่ครั้งใหญ่นี้เป็นผลมาจากปัจจัยสามประการ ได้แก่ การทำให้เป็นทางการเงิน (Financialization), โลกาภิวัตน์ (Globalization) และการทำให้เป็นเทคโนโลยี (Technologization) โดยเขาทำนายว่าระบบอัตโนมัติจะกำจัดตำแหน่งงานหลายล้านตำแหน่ง ไม่เพียงแต่ในภาคการผลิต แต่รวมถึงงานสายวิชาชีพ (White-collar jobs) เช่น ทนายความที่เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบเอกสาร และบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะในด้านรังสีวิทยาที่คอมพิวเตอร์สามารถวินิจฉัยภาพสแกนได้อย่างแม่นยำ
ความแตกต่างระหว่าง "คนปกติ" และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี
ยังได้สร้างข้อแตกต่างระหว่าง "คนปกติ" (Normal People) และผู้ที่มีทักษะทางเทคโนโลยี โดยเขาชี้ให้เห็นว่าในขณะที่วิศวกรในซิลิคอนวัลเลย์ได้รับเงินเดือนเริ่มต้นที่สูงมาก (เกือบ 200,000 ดอลลาร์) ส่งผลให้มีการลดลงของการลงทะเบียนเรียนในสาขามนุษยศาสตร์ และเพิ่มขึ้นในสาขาเทคนิค ซึ่งเขากังวลว่าระบบอัตโนมัติจะทำให้คนปกติเหล่านี้กลายเป็นผู้ที่ไม่มีความจำเป็นในตลาดแรงงาน และอาจนำไปสู่การประท้วงที่รุนแรงหากอัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น
ข้อเสนอแนะ รายได้พื้นฐานถ้วนหน้า (UBI)
เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังเสนอให้รัฐบาลสหรัฐฯ จัดสรร รายได้พื้นฐานถ้วนหน้า (Universal Basic Income หรือ UBI) ซึ่งเขาเรียกว่า "เงินปันผลแห่งเสรีภาพ" (Freedom Dividend) โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- จำนวนเงิน: 1,000 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับพลเมืองสหรัฐฯ ทุกคน
- แหล่งเงินทุน: จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 10% จากสินค้าและบริการทั้งหมด
- เป้าหมาย: เพื่อทดแทนโครงการสวัสดิการส่วนใหญ่ที่มีอยู่ และขจัดความยากจนสำหรับชาวอเมริกันกว่า 41 ล้านคนที่อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจน
ยังอ้างถึงบุคคลสำคัญ เช่น มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์, ริชาร์ด นิกสัน และมิลตัน ฟรีดแมน ในฐานะผู้ที่เคยสนับสนุนแนวคิด UBI ในอดีต โดยเขามองว่า UBI จะช่วยให้ผู้คนสามารถปรับตัวจากอุตสาหกรรมที่กำลังหดตัวไปยังอุตสาหกรรมใหม่ และเป็นตัวเร่งความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์
ทุนนิยมที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-Centric Capitalism)
นอกเหนือจาก UBI ยังได้เสนอแนวคิด "ทุนนิยมที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง" (Human-Centric Capitalism) ซึ่งเสนอให้เปลี่ยนตัวชี้วัดความสำเร็จทางเศรษฐกิจจาก GDP ไปสู่ตัวชี้วัดที่สะท้อนคุณภาพชีวิตจริง เช่น อัตราความสำเร็จของเด็ก, สุขภาพจิต, ระดับความผูกพันกับงาน และการลดการใช้สารเสพติด เนื่องจากเขามองว่า GDP จะกลายเป็นตัวชี้วัดที่ผิดพลาดเมื่อซอฟต์แวร์และ AI ทำงานแทนมนุษย์มากขึ้น
การตอบรับและคำวิจารณ์
หนังสือเล่มนี้ได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกจากหลายฝ่าย โดย Arianna Huffington เรียกหนังสือเล่มนี้ว่าเป็นการมองปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างชัดเจนและเป็นแผนที่นำทางสู่อนาคตที่สร้างสรรค์ ขณะที่ Daymond John ผู้ประกอบการชื่อดังระบุว่าผู้ประกอบการทุกคนควรอ่านหนังสือเล่มนี้เพื่อทำความเข้าใจความท้าทายในทศวรรษหน้า
คำถามที่พบบ่อย
The War on Normal People คือหนังสือเกี่ยวกับอะไร?
เป็นหนังสือที่วิเคราะห์ผลกระทบของระบบอัตโนมัติ (Automation) และ AI ต่อตลาดแรงงานในสหรัฐฯ และเสนอทางออกด้วยการจัดสรรรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า (UBI) เพื่อป้องกันวิกฤตการว่างงานทางเทคโนโลยี
แนวคิด 'เงินปันผลแห่งเสรีภาพ' (Freedom Dividend) คืออะไร?
คือข้อเสนอของ แอนดรูว์ ยัง ที่ให้รัฐบาลจ่ายเงิน 1,000 ดอลลาร์ต่อเดือนให้กับพลเมืองสหรัฐฯ ทุกคน โดยใช้เงินทุนจากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 10%
ทำไม แอนดรูว์ ยัง ถึงเสนอให้เปลี่ยนตัวชี้วัด GDP?
เพราะเขามองว่าเมื่อ AI และซอฟต์แวร์ทำงานแทนมนุษย์มากขึ้น GDP จะไม่สามารถสะท้อนความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่แท้จริงของประชากรได้อีกต่อไป


