ปัญหา Three Prisoners Problem ไขปริศนาความน่าจะเป็น
สรุปใจความสำคัญ
- Three Prisoners Problem เป็นปัญหาความน่าจะเป็นที่เทียบเท่ากับ Monty Hall Problem
- การได้รับข้อมูลว่าผู้ต้องขังคนอื่นถูกประหารชีวิต ไม่ได้เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของนักโทษ A
- ทฤษฎีบทของเบย์ส (Bayes' Theorem) ใช้เพื่อคำนวณความน่าจะเป็นแบบปรับปรุงหลังจากได้รับข้อมูลใหม่
- ความน่าจะเป็นที่นักโทษ C จะรอดชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 2/3 หลังจากที่พัศดีบอกว่า B ถูกประหาร
ปัญหา Three Prisoners Problem หรือปัญหาผู้ต้องขังสามคน เป็นปริศนาทางคณิตศาสตร์ที่น่าสนใจซึ่งปรากฏครั้งแรกในคอลัมน์ "Mathematical Games" ของ Martin Gardner ในปี 1959 ปัญหานี้มีความคล้ายคลึงกันอย่างมากกับ Monty Hall Problem โดยเปลี่ยนจากรถยนต์และแพะเป็นอิสรภาพและการประหารชีวิต
ปัญหา
มีผู้ต้องขังสามคนคือ A, B และ C ซึ่งถูกตัดสินประหารชีวิต แต่ผู้ว่าการรัฐได้สุ่มเลือกหนึ่งคนที่จะได้รับการอภัยโทษ โดยที่พัศดีรู้ว่าใครคือผู้โชคดี แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้บอกตรงๆ
นักโทษ A ขอให้พัศดีบอกชื่อผู้ต้องขังอีกสองคนหนึ่งที่ต้องถูกประหารชีวิต โดยมีเงื่อนไขว่า:
- หาก B จะได้รับการอภัยโทษ ให้บอกชื่อ C
- หาก C จะได้รับการอภัยโทษ ให้บอกชื่อ C
- หาก A จะได้รับการอภัยโทษ ให้สุ่มเลือก (โยนเหรียญ) เพื่อบอกชื่อ B หรือ C
พัศดีตอบว่า "B จะถูกประหารชีวิต"
นักโทษ A รู้สึกดีใจเพราะเขาเชื่อว่าโอกาสรอดชีวิตของเขาเพิ่มขึ้นจาก 1/3 เป็น 1/2 เนื่องจากตอนนี้เหลือเพียงเขากับ C เท่านั้น ส่วนนักโทษ C ซึ่งทราบข่าวนี้ กลับคิดว่าโอกาสรอดชีวิตของ A ยังคงเป็น 1/3 แต่โอกาสของตนเองเพิ่มขึ้นเป็น 2/3
ใครเป็นฝ่ายถูกต้อง?
วิธีแก้ปัญหา
คำตอบคือ นักโทษ C เป็นฝ่ายถูกต้อง นักโทษ A ไม่ได้รับข้อมูลใหม่ที่เปลี่ยนความน่าจะเป็นของตนเอง เนื่องจากเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าพัศดีจะต้องบอกชื่อใครบางคน (B หรือ C) ไม่ว่าเขาจะรอดชีวิตหรือไม่ก็ตาม
ก่อนที่พัศดีจะพูด สิ่งที่เกิดขึ้นได้มีดังนี้:
- โอกาสที่ A จะรอดชีวิตคือ 1/3
- โอกาสที่ B จะรอดชีวิตคือ 1/3
- โอกาสที่ C จะรอดชีวิตคือ 1/3
เมื่อพัศดีบอกว่า B จะถูกประหารชีวิต ความน่าจะเป็นแบบปรับปรุง (Posterior Probability) จะเปลี่ยนไปดังนี้:
- หาก C จะรอดชีวิต (โอกาส 1/3) พัศดี ต้อง บอกว่า B ถูกประหาร (โอกาส 1)
- หาก A จะรอดชีวิต (โอกาส 1/3) พัศดีพัศดีจะบอกว่า B ถูกประหาร (โอกาส 1/2)
การพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์
กำหนดให้ A, B และ C คือเหตุการณ์ที่นักโทษคนนั้นได้รับการอภัยโทษ และ b คือเหตุการณ์ที่พัศดีบอกว่า B ถูกประหารชีวิต โดยใช้ ทฤษฎีบทของเบย์ส (Bayes' Theorem) เราสามารถคำนวณได้ดังนี้:





จากสูตรข้างต้น ความน่าจะเป็นที่ A จะรอดชีวิตยังคงเป็น 1/3 ในขณะที่ความน่าจะเป็นที่ C จะรอดชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 2/3

ความแตกต่างที่สำคัญคือ P(b|A) = 1/2 แต่ P(b|C) = 1 ซึ่งหมายความว่าหาก C จะรอดชีวิต พัศดีไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องบอกว่า B ถูกประหาร


คำอธิบายแบบเข้าใจง่าย
นักโทษ A มีโอกาสรอดชีวิตเพียง 1/3 เท่านั้น และการรู้ว่าใครระหว่าง B หรือ C จะถูกประหารไม่ให้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับตัวเขาเองเลย เพราะเขารู้ว่าพัศดีต้องบอกชื่อหนึ่งชื่อเสมอ
อย่างไรก็ตาม เมื่อพัศดีบอกว่า B ถูกประหาร นักโทษ A ตระหนักว่าหากเขาไม่รอดชีวิต โอกาสทั้งหมดจะตกไปอยู่ที่ C ทันที ซึ่งทำให้โอกาสรอดชีวิตของ C เพิ่มขึ้นเป็น 2/3
การแจกแจงกรณีที่เป็นไปได้
- A รอดชีวิต และพัศดีบอกว่า B ถูกประหาร: 1/3 × 1/2 = 1/6
- A รอดชีวิต และพัศดีบอกว่า B ถูกประหาร: 1/3 × 1/2 = 1/6
- B รอดชีวิต และพัศดีบอกว่า B ถูกประหาร: 0 (พัศดีไม่สามารถบอกว่า B ถูกประหารได้)
- C รอดชีวิต และพัศดีบอกว่า B ถูกประหาร: 1/3 × 1 = 1/3
เมื่อพิจารณาเฉพาะกรณีที่พัศดีบอกว่า B ถูกประหาร จะเห็นว่ามีโอกาส 1/6 สำหรับ A และ 1/3 สำหรับ C ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 1:2 ดังนั้น A มีโอกาสรอด 1/3 และ C มีโอกาสรอด 2/3
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมโอกาสรอดชีวิตของนักโทษ A ถึงไม่เพิ่มขึ้นเป็น 1/2?
เพราะนักโทษ A รู้อยู่แล้วว่าพัศดีต้องบอกชื่อผู้ต้องขังคนอื่นหนึ่งคนไม่ว่าเขาจะรอดชีวิตหรือไม่ ดังนั้นข้อมูลนี้จึงไม่ให้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับสถานะของตนเอง
question ปัญหานี้แตกต่างจาก Monty Hall Problem อย่างไร?
ทางคณิตศาสตร์แล้ว ปัญหานี้เป็นเรื่องเดียวกันกับ Monty Hall mahdolligheden ของการเลือกประตูบานที่ 1 (นักโทษ A) และการเปิดประตูบานที่แพะอยู่ (พัศดีบอกชื่อนักโทษ B)
หากพัศดีบอกชื่อ B หรือ C โดยการสุ่มเลือกแบบสมบูรณ์แบบ โดยไม่คำนึงถึงความน่าจะเป็น
หากพัศดีสุ่มเลือกชื่อที่จะบอกโดยไม่คำนึงถึงใครรอดชีวิต จะทำให้ความน่าจะเป็นของ A และ C กลายเป็น 1/2 เท่ากัน แต่ในโจทย์นี้ พัศดีรู้ว่าใครรอดชีวิตและข้อมูลที่เขาบอกต้องเป็นความจริง

