เวลาในสหราชอาณาจักร ระบบ GMT, BST และประวัติศาสตร์การปรับเวลา
สรุปใจความสำคัญ
- สหราชอาณาจักรใช้ GMT (UTC+0) ในฤดูหนาว และ BST (UTC+1) ในฤดูร้อน
- เวลามาตรฐานกรีนิช (GMT) ถูกนำมาใช้เป็นเวลาทางกฎหมายทั่วบริเตนในปี 1880
- ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการใช้ British Double Summer Time (BDST) ซึ่งเร็วกว่า GMT 2 ชั่วโมง
- การเปลี่ยนเวลา BST เริ่มในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนมีนาคม และสิ้นสุดในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม
สหราชอาณาจักรใช้ระบบเวลาที่แตกต่างกันตามฤดูกาล โดยในช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคมจะใช้ เวลามาตรฐานกรีนิช (Greenwich Mean Time หรือ GMT, UTC+00:00) ซึ่งเรียกอีกอย่างว่าเวลามาตรฐานยุโรปตะวันตก และในช่วงเวลาที่เหลือของปีจะใช้ เวลาฤดูร้อนของบริเตน (British Summer Time หรือ BST, UTC+01:00) หรือเวลาฤดูร้อนยุโรปตะวันตก

โดยปกติแล้ว BST จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนมีนาคมไปจนถึงวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม วัตถุประสงค์ของการปรับเวลาเลื่อนขึ้นนี้คือเพื่อให้มีแสงแดดในช่วงเย็นมากขึ้น
ประวัติศาสตร์การกำหนดเวลา
ก่อนการเข้ามาของระบบรถไฟ สหราชอาณาจักรใช้เวลาท้องถิ่น (Local Mean Time) ต่อมาเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT) ถูกนำมาใช้ครั้งแรกโดยบริษัท Great Western Railway ในปี 1840 และบริษัทรถไฟอื่นๆ ได้ปฏิบัติตามในเวลาต่อมา จนกระทั่งในปี 1847 Railway Clearing House ได้นำมาใช้ และบริษัทรถไฟเกือบทั้งหมดก็ใช้ตามในปีถัดมา ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า "railway time"
แม้ว่า GMT จะถูกนำมาใช้ในหลายด้าน แต่ในทางกฎหมายคดี Curtis v March ในปี 1858 ยังคงถือว่า "เวลาท้องถิ่น" เป็นเวลาทางการ จนกระทั่งวันที่ 14 พฤษภาคม 1880 มีการประกาศในหนังสือพิมพ์ The Times ว่าเวลากรีนิชถูกใช้เกือบจะทั่วอังกฤษแต่ยังไม่ใช่เวลาตามกฎหมาย ซึ่งต่อมาในปี 1880 GMT จึงถูกประกาศให้เป็นเวลาทางกฎหมายทั่วเกาะบริเตนภายใต้พระราชบัญญัติ Statutes (Definition of Time) Act 1880

การนำเวลาออมแสงมาใช้
เวลาออมแสง (Daylight Saving Time - DST) ถูกนำมาใช้ในสหราชอาณาจักรผ่านพระราชบัญญัติ Summer Time Act 1916 โดยเริ่มใช้ในปี 1916 เป็นเวลา GMT บวกหนึ่งชั่วโมง และ Dublin Mean Time บวกหนึ่งชั่วโมง ซึ่งมีการขยายระยะเวลาการใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1
นอกจากนี้ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ราชสำนักเคยใช้ "เวลาแซนดริงแฮม" (Sandringham time, UTC+00:30) แต่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ทรงยกเลิกแนวปฏิบัตินี้เพื่อลดความสับสนเรื่องเวลา
ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และการทดลองใช้ CET
ในช่วงฤดูร้อนปี 1941 ถึง 1945 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเตนใช้ British Double Summer Time (BDST) ซึ่งเร็วกว่า GMT ถึงสองชั่วโมง เพื่อประโยชน์ทางยุทธศาสตร์
ระหว่างปี 1968 ถึง 1971 สหราชอาณาจักรได้ทดลองใช้เวลามาตรฐานยุโรปกลาง (Central European Time - CET) โดยการคงเวลาฤดูร้อนไว้ตลอดทั้งปี แต่การทดลองนี้ถูกยกเลิกในปี 1971 หลังจากมีการถกเถียงในสภาขุนนาง

อนาคตและการกระจายอำนาจ
หลังจากสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) สหราชอาณาจักรมีอิสระในการกำหนดการจัดการเวลาของตนเอง โดยไม่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหราชอาณาจักรระบุว่ายังไม่มีแผนที่จะยกเลิกการใช้เวลาออมแสงในขณะนี้
ในด้านการกระจายอำนาจ สภานอร์เทิร์นไอร์แลนด์มีอำนาจในการออกกฎหมายเกี่ยวกับเขตเวลาในนอร์เทิร์นไอร์แลนด์ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีการใช้อำนาจนี้ เนื่องจากสาธารณรัฐไอร์แลนด์ใช้เวลาตามสหราชอาณาจักร ส่วนในสกอตแลนด์และเวลส์ เรื่องเขตเวลาเป็นเรื่องสงวน (Reserved matter) ซึ่งมีเพียงรัฐสภาสหราชอาณาจักรเท่านั้นที่มีอำนาจออกกฎหมาย
คำถามที่พบบ่อย
BST คืออะไรและแตกต่างจาก GMT อย่างไร?
BST (British Summer Time) คือเวลาฤดูร้อนของบริเตน ซึ่งเร็วกว่า GMT (Greenwich Mean Time) อยู่ 1 ชั่วโมง (UTC+1 เทียบกับ UTC+0) เพื่อให้มีแสงแดดในช่วงเย็นมากขึ้นในฤดูร้อน
ทำไมในอดีตถึงมีการใช้ 'Railway Time'?
เพราะก่อนหน้านี้แต่ละเมืองใช้เวลาท้องถิ่นของตนเอง ทำให้การจัดตารางเดินรถไฟมีความสับสน บริษัทรถไฟจึงเริ่มนำเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT) มาใช้เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ปัจจุบันสหราชอาณาจักรยังต้องทำตามกฎการปรับเวลาของสหภาพยุโรปหรือไม่?
หลังจาก Brexit สหราชอาณาจักรมีอิสระในการกำหนดการปรับเวลาของตนเอง แต่ปัจจุบันยังคงใช้กำหนดการที่คล้ายคลึงกับที่เคยใช้ในสหภาพยุโรป

