← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Time Out นิตยสารแนะนำไลฟ์สไตล์และเมืองระดับโลก

สรุปใจความสำคัญ

  • Time Out ก่อตั้งขึ้นในปี 1968 ในลอนดอนโดย Tony Elliott
  • เริ่มต้นจากการเป็นแผ่นพับทางเลือกและพัฒนาสู่สื่อไลฟ์สไตล์ระดับโลก
  • ปัจจุบันเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอเนื้อหาจากนิตยสารฉบับพิมพ์เป็นรูปแบบออนไลน์เต็มตัว

Time Out เป็นนิตยสารระดับโลกที่จัดพิมพ์โดย Time Out Group โดยเริ่มต้นจากการเป็นสิ่งพิมพ์ที่เน้นเฉพาะในลอนดอนเมื่อปี 1968 และได้ขยายการแนะนำด้านบรรณาธิการไปยัง 333 เมืองใน 59 ประเทศทั่วโลก

โลโก้ Time Out
Time Out สื่อนำทางไลฟ์สไตล์คนเมืองทั่วโลก

ในปี 2012 ฉบับลอนดอนได้เปลี่ยนมาเป็นสิ่งพิมพ์แบบแจกฟรี ซึ่งมีผู้อ่านรายสัปดาห์มากกว่า 307,000 คน นอกจากนี้ Time Out ยังมีการสร้างพันธมิตรกับ Nokia และพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อขยายฐานผู้ใช้งานในยุคดิจิทัล โดยนิตยสารได้รับรางวัล International Consumer Magazine of the Year ในปี 2010 และ 2011 รวมถึงรางวัล International Consumer Media Brand of the Year ในปี 2013 และ 2014

ประวัติความเป็นมา

ประวัติ Time Out
จุดเริ่มต้นของ Time Out จากแผ่นพับในลอนดอน

Time Out เริ่มต้นขึ้นในปี 1968 โดย Tony Elliott ซึ่งใช้เงินวันเกิดของเขาผลิตแผ่นพับหนึ่งหน้า โดยมี Bob Harris เป็นบรรณาธิการร่วม ในช่วงแรกใช้ชื่อว่า Where It's At ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น Time Out ตามแรงบันดาลใจจากอัลบั้มของ Dave Brubeck

ในช่วงแรก Time Out วางตัวเป็นนิตยสารทางเลือกและเป็นส่วนหนึ่งของสื่อใต้ดินในสหราชอาณาจักร แต่เมื่อถึงปี 1980 นิตยสารได้ละทิ้งโครงสร้างการตัดสินใจแบบกลุ่มและความมุ่งมั่นในเรื่องค่าจ้างที่เท่าเทียมกัน ซึ่งนำไปสู่การประท้วงหยุดงานและการก่อตั้งนิตยสารคู่แข่งอย่าง City Limits โดยอดีตพนักงาน

เอกลักษณ์ของนิตยสารส่วนใหญ่เป็นผลงานของ Pearce Marchbank ผู้ออกแบบที่เข้าร่วมงานในปี 1971 เขาเป็นผู้สร้างโลโก้คลาสสิกและกำหนดโครงสร้างบรรณาธิการที่ยังคงใช้กันอยู่ทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน รวมถึงการออกแบบหนังสือคู่มือ Time Out เล่มแรกด้วย

การขยายตัวสู่ระดับสากล

Tony Elliott ได้เปิดตัว Time Out New York (TONY) ในปี 1995 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากจนนำไปสู่การสร้าง Time Out New York Kids สำหรับครอบครัว และขยายแบรนด์ไปยังเมืองต่างๆ ทั่วโลก เช่น อิสตันบูล, ดูไบ, ปักกิ่ง, ฮ่องกง และลิสบอน

นอกจากนี้ Time Out ยังผลิตนิตยสารท่องเที่ยว คู่มือเมือง และหนังสือต่างๆ โดยในปี 2010 ได้รับเลือกให้เป็นผู้จัดพิมพ์คู่มือท่องเที่ยวและหนังสือสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกเกมส์ ลอนดอน 2012

การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล Tony Elliott ได้ขายหุ้นส่วนหนึ่งให้กับ Oakley Capital ในปี 2010 เพื่อระดมทุนในการขยายแบรนด์ และได้เปิดตัวเว็บไซต์สำหรับอีก 33 เมือง เช่น เดลี, วอชิงตัน ดี.ซี., บอสตัน และแมนเชสเตอร์

ในปี 2016 Time Out Group ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ AIM ของลอนดอน ภายใต้สัญลักษณ์ 'TMO'

ในด้านการแจกจ่าย ฉบับลอนดอนเปลี่ยนเป็นแบบแจกฟรีในปี 2012 และฉบับนิวยอร์กเปลี่ยนตามในปี 2015 เพื่อเพิ่มฐานผู้อ่านและสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ อย่างไรก็ตาม ในปี 2020 ฉบับนิวยอร์กได้หยุดพิมพ์ฉบับกระดาษ และในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 นิตยสารได้เปลี่ยนรูปแบบเป็นออนไลน์อย่างเต็มตัว โดยใช้ชื่อชั่วคราวว่า Time Out In เพื่อเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับกิจกรรมเสมือนจริง (Virtual Events)

ในเดือนเมษายน 2022 มีการประกาศว่าฉบับพิมพ์ของ London Time Out จะยุติการผลิตหลังจากดำเนินงานมา 54 ปี โดยฉบับสุดท้ายถูกแจกจ่ายเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2022 และยังคงดำเนินการต่อในรูปแบบออนไลน์เท่านั้น

ฉบับเมืองต่างๆ

Time Out มีเครือข่ายครอบคลุมหลายทวีป ได้แก่:

  • แอฟริกา: อักกรา, เคปทาวน์, เดอร์บัน, โยฮันเนสเบิร์ก, มาร์ราเกช, พรีทอเรีย
  • อเมริกา: อะคาปุลโก, แอลบูเคอร์คี, แองเคอเรจ, บอสตัน, นิวยอร์ก, ลอสแอนเจลิส, เม็กซิโกซิตี้, ไมอามี และเมืองอื่นๆ อีกมากมาย

ปัจจุบัน Time Out ยังคงเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาประสบการณ์ที่ดีที่สุดในเมืองต่างๆ ทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

คำถามที่พบบ่อย

Time Out คืออะไร?

Time Out เป็นนิตยสารและสื่อแนะนำไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยว และกิจกรรมในเมืองต่างๆ ทั่วโลก โดยให้คำแนะนำด้านบรรณาธิการที่ครอบคลุมหลายร้อยเมืองในหลายสิบประเทศ

ทำไม Time Out ถึงหยุดพิมพ์ฉบับกระดาษ?

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ทางนิตยสารเปลี่ยนไปใช้รูปแบบออนไลน์อย่างเต็มตัวเพื่อเข้าถึงผู้ใช้งานได้กว้างขวางและรวดเร็วกว่า

Time Out เริ่มต้นจากที่ไหน?

Time Out เริ่มต้นที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในปี 1968 โดยเริ่มจากการเป็นสิ่งพิมพ์ขนาดเล็กที่เน้นเนื้อหาทางเลือก