ตึกตอร์เร ลาติโนอเมริกานา แลนด์มาร์คต้านแผ่นดินไหวแห่งเม็กซิโกซิตี้
สรุปใจความสำคัญ
- ตึกตอร์เร ลาติโนอเมริกานา สูง 166 เมตร และเคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในละตินอเมริกา
- สามารถทนทานต่อแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 8.1 ในปี 1985 ได้โดยไม่มีความเสียหาย
- ออกแบบโดยวิศวกรชาวเม็กซิกันตระกูลซีวาร์ต โดยใช้โครงสร้างเหล็กและเสาเข็มลึกเพื่อรับมือกับดินโคลน
- เป็นแลนด์มาร์คสำคัญใจกลางเมืองเม็กซิโกซิตี้ที่มีจุดชมวิวชั้น 44
ตึกตอร์เร ลาติโนอเมริกานา หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Latin American Tower เป็นตึกระฟ้าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเม็กซิโกซิตี้ ด้วยทำเลที่ตั้งที่สำคัญ ความสูง 166 เมตร และประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ทำให้ตึกแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่สำคัญที่สุดของเมือง โดยจุดเด่นที่ทำให้ตึกนี้มีชื่อเสียงระดับโลกคือความสามารถในการทนทานต่อแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 8.1 ในปี 1985 ได้โดยไม่มีความเสียหาย ในขณะที่อาคารอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ประวัติการก่อสร้าง
หลายคนเชื่อว่านี่คือตึกระฟ้าแห่งแรกในเม็กซิโก แต่ในความเป็นจริง ตึกระฟ้าเริ่มปรากฏในเม็กซิโกซิตี้ตั้งแต่ช่วงปี 1910 ถึง 1935 โดยตึกที่สูงที่สุดในขณะนั้นคือ International Capital Building (สร้างเสร็จปี 1935) ต่อมาถูกทำลายสถิติโดย Edificio Miguel E. Abed และในที่สุด ตอร์เร ลาติโนอเมริกานาก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตึกที่สูงที่สุด โดยเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 เมษายน 1956

พื้นที่ที่ใช้ก่อสร้างตึกแห่งนี้ เคยเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์ของจักรพรรดิโมกเตซูมาที่ 2 (Moctezuma II) และต่อมาได้กลายเป็นอาศรมของ Convent of San Francisco ก่อนที่จะถูกยึดทรัพย์สินและรื้อถอนไป
ตึกนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทประกันภัย La Latinoamericana, Seguros, S.A. ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1906 โดยได้รับชื่อตึกตามชื่อบริษัทประกันภัยแห่งนี้ ในช่วงเวลาที่สร้างเสร็จ ตอร์เร ลาติโนอเมริกานา เป็นตึกที่สูงที่สุดในละตินอเมริกา และเป็นตึกที่สูงเป็นอันดับ 4 ของโลกนอกเหนือจากนิวยอร์ก โดยมีจุดชมวิวสาธารณะอยู่ที่ชั้น 44 ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในเม็กซิโกซิตี้
วิศวกรรมและการต้านทานแผ่นดินไหว
โครงการนี้ออกแบบและดำเนินการโดย ดร. เลโอนาร์โด ซีวาร์ต (Dr. Leonardo Zeevaert) และ อดอลโฟ ซีวาร์ต (Adolfo Zeevaert) วิศวกรโยธาชาวเม็กซิกัน โดยมี นาธาน เอ็ม. นิว์มาร์ก (Nathan M. Newmark) เป็นที่ปรึกษาหลัก

การออกแบบใช้โครงสร้างเหล็กและเสาเข็มลึก ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากเม็กซิโกซิตี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ดินโคลนและเผชิญกับแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง วิศวกรได้ทำการศึกษาด้านกลศาสตร์ดินอย่างละเอียดก่อนการก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยมากในยุคนั้น
ตึกนี้ได้รับชื่อเสียงโด่งดังเมื่อสามารถทนทานต่อแผ่นดินไหวขนาด 7.9 ในปี 1957 และที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือแผ่นดินไหวขนาด 8.1 ในวันที่ 19 กันยายน 1985 ซึ่งทำลายอาคารจำนวนมากในใจกลางเมือง แต่ตอร์เร ลาติโนอเมริกานายังคงยืนหยัดอยู่ได้โดยไม่มีปัญหา ทำให้ตึกแห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความปลอดภัยในเม็กซิโกซิตี้
การใช้งานในปัจจุบัน
ปัจจุบันตึกนี้มีเจ้าของร่วมกันระหว่างบริษัท La Latinoamericana, Seguros และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ Inmobiliaria Torre Latinoamericana ในปี 2002 บริษัท Telcel และ Banco Inbursa ของมหาเศรษฐี คาร์ลอส สลิม (Carlos Slim) ได้ซื้อพื้นที่บางส่วนของตึก

ในปี 2006 ตึกได้ฉลองครบรอบ 50 ปี โดยมีการปรับปรุงชั้น 37 ถึง 44 รวมถึงพิพิธภัณฑ์ในอาคารและจุดชมวิว (Mirador) ที่ได้รับการออกแบบใหม่โดยสถาปนิกชาวเดนมาร์ก Palle Seiersen Frost นอกจากนี้ ตึกยังเป็นที่ตั้งของอุปกรณ์ส่งสัญญาณ FM สำหรับสถานีวิทยุ Radio Fórmula อีกด้วย
คำถามที่พบบ่อย
ตึกตอร์เร ลาติโนอเมริกานา มีความสำคัญอย่างไร?
เป็นสัญลักษณ์ของความปลอดภัยทางวิศวกรรมในเม็กซิโกซิตี้ เนื่องจากสามารถทนทานต่อแผ่นดินไหวรุนแรงหลายครั้งได้โดยไม่เสียหาย
ตึกนี้สร้างเสร็จเมื่อไหร่และใครเป็นเจ้าของ?
เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 30 เมษายน 1956 โดยเริ่มแรกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทประกันภัย La Latinoamericana, Seguros, S.A.
จุดชมวิวของตึกตั้งอยู่ที่ชั้นไหน?
จุดชมวิวสาธารณะตั้งอยู่ที่ชั้น 44 ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในเม็กซิโกซิตี้
