การคมนาคมในลินคอล์นเชียร์ ถนน รถไฟ และการเดินทาง
สรุปใจความสำคัญ
- ลินคอล์นเชียร์เป็นหนึ่งในไม่กี่เทศมณฑลในสหราชอาณาจักรที่ไม่มีทางด่วน (motorway) ภายในเขตการปกครองของตนเอง
- ถนนสาย A1 เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อลินคอล์นเชียร์กับลอนดอนและทางตอนเหนือของอังกฤษ
- เครือข่ายรถไฟในลินคอล์นเชียร์ลดลงอย่างมากหลังจากการปิดสถานีตามรายงาน Beeching Report ในปี 1963
ลินคอล์นเชียร์ (Lincolnshire) เป็นเทศมณฑลขนาดใหญ่ในประเทศอังกฤษที่มีการกระจายตัวของประชากรอย่างเบาบาง ซึ่งส่งผลให้เกิดความท้าทายในการจัดสรรงบประมาณสำหรับการคมนาคมทุกรูปแบบ การคมนาคมในพื้นที่นี้มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและหลากหลาย โดยที่เครือข่ายถนนหลายสายยังคงอิงตามรูปแบบของชาวโรมัน และเครือข่ายรถไฟที่เคยรุ่งเรืองในอดีตได้ลดขนาดลงอย่างมากในปัจจุบัน
ถนนและการเดินทางทางบก
เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณขอบทางเศรษฐกิจของอังกฤษ เครือข่ายถนนในลินคอล์นเชียร์จึงพัฒนาได้น้อยกว่าพื้นที่อื่น ๆ ของสหราชอาณาจักร ถนนส่วนใหญ่เป็นถนนเลนเดียว (single-carriageway) และถนนสายรอง (B roads) มากกว่าที่จะเป็นทางด่วน (motorways) หรือทางคู่ (dual carriageways)
เส้นทางสายหลัก
- A1 (Great North Road): เป็นเส้นทางที่สำคัญที่สุดที่เชื่อมต่อลินคอล์นเชียร์กับลอนดอน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ รวมถึงศูนย์กลางประชากรในทางตอนเหนือของอังกฤษและสกอตแลนด์ โดยในลินคอล์นเชียร์ ถนนสาย A1 เป็นทางคู่ตลอดสาย
- A46: เชื่อมต่อจากนิวอาร์ก (Newark) ไปยังกริมสบี (Grimsby) โดยช่วงจากนิวอาร์กถึงลินคอล์นเป็นทางคู่เกือบทั้งหมด แต่หลังจากลินคอล์นไปจะเป็นถนนเลนเดียวที่ดูแลโดยสภาท้องถิ่น
- A52: เป็นหนึ่งในสามถนนสายหลัก (trunk roads) ที่ดูแลโดย National Highways
ความปลอดภัยบนท้องถนน
เนื่องจากถนนในลินคอล์นเชียร์มีลักษณะราบเรียบและตรง ซึ่งอาจทำให้ผู้ขับขี่ประมาทได้ ลินคอล์นเชียร์จึงมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่รุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งในสหราชอาณาจักร ส่งผลให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่นำร่องในการติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็วเพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ
การขนส่งสาธารณะ รถบัส
บริการรถบัสในลินคอล์นเชียร์มีจำกัด เนื่องจากความหนาแน่นของประชากรที่ต่ำ ทำให้การให้บริการในหมู่บ้านขนาดเล็กหลายแห่งไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ การเดินทางในหลายพื้นที่จึงจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก
บริการรถบัสส่วนใหญ่จะเน้นให้บริการในศูนย์กลางประชากรขนาดใหญ่ เช่น ลินคอล์น, แกรนแธม, บอสตัน, สเกกเนส, กริมสบี, คลีธอร์ป และสกันธอร์ป รวมถึงเมืองตลาดขนาดกลางอย่าง ฮอร์นคาสเซิล และเกนส์โบโร
การคมนาคมทางราง
จำนวนสถานีรถไฟและบริการรถไฟในลินคอล์นเชียร์มีค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่ เนื่องจากมีการปิดสถานีรถไฟจำนวนมากในช่วงทศวรรษ 1950 และ 1960 ตามรายงานของ Beeching Report ปี 1963
เส้นทางและบริการที่สำคัญ
- East Coast Main Line: วิ่งผ่านลินคอล์นเชียร์ ทำให้สามารถเดินทางไปยังลอนดอน ลีดส์ หรือเอดินบะระ ได้โดยตรงจากสถานีแกรนแธม (Grantham)
- TransPennine Express: ให้บริการจากคลีธอร์ป (Cleethorpes) ไปยังแมนเชสเตอร์แอร์พอร์ต โดยผ่านสกันธอร์ปและเชื่อมต่อกับ East Coast Main Line ที่ดอนคาสเตอร์
- East Midlands Railway: ให้บริการระหว่างสเกกเนสและนอตติงแฮม โดยผ่านบอสตัน, สลีฟอร์ด และแกรนแธม
หนึ่งในปัญหาที่สำคัญของสถานีรถไฟลินคอล์นคือความยาวของชานชาลาที่ไม่เพียงพอสำหรับรถไฟ InterCity 125 ทำให้ผู้โดยสารต้องเปลี่ยนรถที่นิวอาร์กนอร์ทเกต (Newark North Gate) เมื่อเดินทางไปหรือกลับจากลอนดอน
การเดินทางทางอากาศ
ลินคอล์นเชียร์มีสนามบินของตนเองคือ สนามบินฮัมเบอร์ไซด์ (Humberside Airport) ซึ่งให้บริการการเดินทางทางอากาศในพื้นที่
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมการคมนาคมในลินคอล์นเชียร์จึงมีข้อจำกัด?
เนื่องจากลินคอล์นเชียร์เป็นเทศมณฑลขนาดใหญ่ที่มีประชากรเบาบาง ทำให้การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการขนส่งสาธารณะไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจในหลายพื้นที่
ถนนสายหลักที่สำคัญที่สุดในลินคอล์นเชียร์คือสายใด?
ถนนสาย A1 (เดิมคือ Great North Road) ซึ่งเป็นทางคู่ตลอดสายในลินคอล์นเชียร์ และเชื่อมต่อกับลอนดอนและทางตอนเหนือของอังกฤษ
ปัญหาหลักของสถานีรถไฟลินคอล์นคืออะไร?
ปัญหาหลักคือความยาวของชานชาลาที่ไม่เพียงพอสำหรับรถไฟ InterCity 125 ซึ่งส่งผลต่อการให้บริกการรถไฟสายตรงสู่ลอนดอนในบางช่วงเวลา

