← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ภูมิภาคตราส-อุส-มอนตึช ดินแดนหลังขุนเขาแห่งโปรตุเกส

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นภูมิภาคทางตะวันออกเฉียงเหนือของโปรตุเกสที่มีความโดดเดี่ยวทางภูมิศาสตร์เนื่องจากถูกล้อมรอบด้วยภูเขา
  • มีสภาพอากาศที่รุนแรงที่สุดในโปรตุเกส โดยแบ่งเป็นเขตดินแดนหนาว (Terra Fria) และดินแดนร้อน (Terra Quente)
  • เป็นแหล่งผลิตไวน์พอร์ต (Port Wine) ที่สำคัญ โดยเฉพาะในเขตอัลโตโดรูวินยาเตโรซึ่งเป็นมรดกโลกยูเนสโก
  • มีประชากรจำนวนมากอพยพออกนอกพื้นที่เนื่องจากความยากจนและการขาดแคลนโอกาสในอดีต

ตราส-อุส-มอนตึช (โปรตุเกส: Trás-os-Montes) เป็นภูมิภาคทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศโปรตุเกส ชื่อของภูมิภาคนี้มีความหมายตรงตัวว่า "หลังขุนเขา" ซึ่งสะท้อนถึงลักษณะทางกายภาพที่ถูกกั้นด้วยเทือกเขาหลายลูก ทำให้พื้นที่นี้มีความโดดเดี่ยวจากชายฝั่งทะเลและส่งผลให้เกิดการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมของโปรตุเกสไว้อย่างเหนียวแน่น

ทิวทัศน์หุบเขาตัวอา (Tua Valley) ในเมืองอาลิโฮ
ทิวทัศน์หุบเขาตัวอา (Tua Valley) ในเมืองอาลิโฮ

ภูมิศาสตร์และอาณาเขต

ภูมิภาคตราส-อุส-มอนตึชตั้งอยู่ในพื้นที่สูงและไม่มีทางออกสู่ทะเล โดยมีอาณาเขตติดต่อดังนี้:

  • ทิศเหนือ: ติดกับแคว้นกาลิเซีย (Galicia) ประเทศสเปน
  • ทิศตะวันออก: ติดกับแคว้นกัสติยาและเลออน (Castile and León) ประเทศสเปน
  • ทิศตะวันตก: มีแม่น้ำตาเมกา (Tâmega River) เป็นเส้นแบ่งเขต
  • ทิศใต้: มีแม่น้ำโดรู (Douro River) เป็นเส้นแบ่งเขต

ในทางธรณีสัณฐานวิทยา พื้นที่นี้มีความต่อเนื่องกับมวลภูเขาในกาลิเซีย จึงถูกเรียกโดยรวมว่า "เขตกาลิเซีย-ตราส-อุส-มอนตึช" (Galicia-Trás-os-Montes Zone) ภูมิภาคนี้ครอบคลุมเขตการปกครองหลักคือจังหวัดวิลาเรอัล (Vila Real) และบรากันซา (Bragança) รวมถึงเทศบาลบางแห่งในจังหวัดวิเซอู (Viseu) และกวาร์ดา (Guarda)

แผนที่แสดงขอบเขตการปกครองของภูมิภาคตราส-อุส-มอนตึช
แผนที่แสดงขอบเขตการปกครองของภูมิภาคตราส-อุส-มอนตึช

สภาพภูมิอากาศ

ชาวท้องถิ่นมักเรียกภูมิภาคนี้ว่าเป็นดินแดนแห่ง "ฤดูหนาว 10 เดือน และนรก 2 เดือน" เนื่องจากสภาพอากาศที่รุนแรง โดยแบ่งออกเป็นสองเขตภูมิอากาศหลัก:

  • เทอร์รา ฟรียา (Terra Fria - ดินแดนหนาว): มีฤดูหนาวที่ยาวนานและหนาวจัด ส่วนฤดูร้อนจะมีอากาศร้อนและแห้ง
  • เทอร์รา เวนเต (Terra Quente - ดินแดนร้อน): มีฤดูหนาวที่สั้นกว่าแต่ยังคงมีความหนาวเย็น และมีฤดูร้อนที่ร้อนจัดและแห้งแล้ง

ตราส-อุส-มอนตึชมีฤดูหนาวที่หนาวที่สุดในโปรตุเกส โดยในเดือนมกราคม อุณหภูมิกลางวันจะอยู่ที่ประมาณ 7–11 องศาเซลเซียส และกลางคืนอาจลดลงถึง 0–3 องศาเซลเซียส ส่วนในฤดูร้อน อุณหภูมิอาจสูงถึง 33–34 องศาเซลเซียสในบริเวณหุบเขาต่ำ

ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ภูมิภาคนี้โดดเด่นด้วยความหลากหลายของภูมิทัศน์และพื้นที่อนุรักษ์ที่สำคัญ ได้แก่:

  • อุทยานแห่งชาติเปเนดา-เฌเรช (Peneda-Gerês National Park): ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ
  • อุทยานธรรมชาติมอนเตซินโญ (Montesinho Natural Park): ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ
  • อุทยานธรรมชาติโดรูสากล (Douro International Natural Park): พื้นที่ชายแดนติดกับสเปน
  • เขตอัลโตโดรูวินยาเตโร (Alto Douro Vinhateiro): พื้นที่ปลูกองุ่นและผลิตไวน์ทางตอนใต้ ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2544
หมู่บ้านปิโกเตในภูมิภาคตราส-อุส-มอนตึช
หมู่บ้านปิโกเต ตัวอย่างหมู่บ้านดั้งเดิมในพื้นที่

เศรษฐกิจและสังคม

กิจกรรมทางเศรษฐกิจหลักของภูมิภาคคือเกษตรกรรม โดยมีการผลิตข้าวโพด ข้าวสาลี น้ำมันมะกอก เกาลัด และองุ่น ซึ่งนำไปสู่การผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง ไวน์พอร์ต (Port Wine) นอกจากนี้ อุตสาหกรรมหินแกรนิตและน้ำแร่ยังเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญ

เนื่องจากความโดดเดี่ยวทางภูมิศาสตร์และความยากจนในอดีต ส่งผลให้ประชากรจำนวนมากอพยพไปยังเมืองชายฝั่งหรือต่างประเทศ เช่น บราซิล ฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก และสวิตเซอร์แลนด์ แม้ในปัจจุบันการคมนาคมจะดีขึ้น แต่ภูมิภาคนี้ยังคงเผชิญกับปัญหาการลดลงของประชากร โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ย้ายเข้าสู่เมืองใหญ่เพื่อโอกาสทางอาชีพ

คำถามที่พบบ่อย

ชื่อ Trás-os-Montes หมายถึงอะไร?

หมายถึง 'หลังขุนเขา' ซึ่งสะท้อนถึงตำแหน่งที่ตั้งของภูมิภาคที่อยู่ถัดจากเทือกเขาที่กั้นระหว่างพื้นที่ภายในกับชายฝั่งทะเล

ทำไมภูมิภาคนี้ถึงมีการอพยพของประชากรสูง?

เนื่องจากความโดดเดี่ยวทางภูมิศาสตร์ ขาดแคลนถนนหนทางที่ดีในอดีต และความยากจน ทำให้ผู้คนต้องอพยพไปหาโอกาสที่ดีกว่าในเมืองชายฝั่งหรือประเทศอย่างบราซิลและฝรั่งเศส

พื้นที่มรดกโลกในภูมิภาคนี้คือที่ไหน?

เขตอัลโตโดรูวินยาเตโร (Alto Douro Vinhateiro) ซึ่งเป็นพื้นที่ผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก

สภาพอากาศของตราส-อุส-มอนตึชเป็นอย่างไร?

มีลักษณะแบบเมดิเตอร์เรเนียนแต่มีความเป็นภาคพื้นทวีปสูง ทำให้มีฤดูหนาวที่หนาวจัดและฤดูร้อนที่ร้อนจัดกว่าภูมิภาคอื่นในโปรตุเกส