← กลับไปยังบทความทั้งหมด

สหราชอาณาจักรกับกลุ่มรัฐอิสลาม (ISIL)

สรุปใจความสำคัญ

  • สหราชอาณาจักรประกาศให้ ISIL เป็นองค์กรก่อการร้ายอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2014
  • กองทัพอากาศอังกฤษ (RAF) ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศทั้งในอิรักและซีเรียเพื่อต่อต้าน ISIL
  • มีการถกเถียงทางกฎหมายอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการถอนสัญชาติพลเมืองอังกฤษที่เข้าร่วมกับกลุ่ม ISIL เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ

กลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและเลแวนต์ (ISIL) ถูกประกาศให้เป็นองค์กรก่อการร้ายโดยรัฐบาลสหราชอาณาจักร ซึ่งนำไปสู่การเผชิญหน้าทั้งในด้านการทหารและการเมืองภายในประเทศ เนื่องจากมีพลเมืองอังกฤษบางส่วนเข้าร่วมกับกลุ่มดังกล่าว

การปฏิบัติการทางทหารของสหราชอาณาจักร

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2014 รัฐสภาสหราชอาณาจักรได้ลงมติให้กองทัพอากาศ (Royal Air Force - RAF) เริ่มการโจมตีทางอากาศในภาคเหนือของอิรักตามคำขอของรัฐบาลอิรัก โดยใช้เครื่องบินเจ็ต Tornado GR4 เริ่มปฏิบัติการในอีกสี่วันต่อมา

ต่อมาในวันที่ 2 ธันวาคม 2015 รัฐสภาได้อนุมัติให้ขยายขอบเขตการโจมตีทางอากาศไปยังประเทศซีเรีย เพื่อเข้าร่วมกับกองกำลังผสมนานาชาติที่นำโดยสหรัฐอเมริกา โดยเป้าหมายหลักคือการทำลายแหล่งน้ำมันของ ISIL เพื่อตัดวงจรทางการเงินของกลุ่มก่อการร้าย

พลเมืองอังกฤษในกลุ่ม ISIL

จำนวนพลเมืองอังกฤษที่เดินทางไปร่วมรบกับกลุ่มจีฮาดิสต์ในอิรักและซีเรียเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง โดยมีการประมาณการที่แตกต่างกัน:

  • วิลเลียม เฮก อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ประเมินว่ามีชาวอังกฤษประมาณ 400 คน
  • คาลิด มาห์มูด สส. พรรคแรงงาน ประเมินว่าอาจมีถึง 1,500 คน
  • BBC ประเมินว่ามีชาวอังกฤษประมาณ 850 คนเดินทางไปสนับสนุนหรือร่วมรบ

เหตุการณ์สำคัญที่สร้างความสะเทือนขวัญ ได้แก่ การประหารชีวิต เจมส์ โฟลีย์ นักข่าวชาวอังกฤษเมื่อเดือนสิงหาคม 2014 โดย โมฮัมเหม็ด เอ็มวาซี หรือที่รู้จักในชื่อ "จีฮาดิ จอห์น" ซึ่งมีสำเนียงภาษาอังกฤษที่ชัดเจน

กรณีศึกษาที่สำคัญ

กรณีของ ชามีมา เบกุม เด็กสาวชาวอังกฤษที่เดินทางไปซีเรียเพื่อเข้าร่วมกับ ISIL ขณะอายุ 15 ปี กลายเป็นประเด็นทางกฎหมายที่ซับซ้อน เธอพยายามยื่นคำร้องขอเดินทางกลับสหราชอาณาจักร แต่ในที่สุดศาลสูงสุดและคณะกรรมการอุทธรณ์การตรวจคนเข้าเมืองพิเศษ (SIAC) ได้ตัดสินให้เธอไม่สามารถกลับมาได้ เนื่องจากถือเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติ

ปฏิกิริยาและการตอบโต้ของรัฐบาลอังกฤษ

รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้ประกาศให้ ISIL เป็นองค์กรก่อการร้ายตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2014 โดยนิยามว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มก่อการร้ายอิสลามนิกายซุนนีที่โหดเหี้ยม ซึ่งยึดถืออุดมการณ์จีฮาดิสต์ระดับโลก และมุ่งสร้างรัฐอิสลามที่ปกครองด้วยกฎหมายชะรีอะฮ์ผ่านความรุนแรงและการกรรโชกทรัพย์

มาตรการที่รัฐบาลนำมาใช้ ได้แก่:

  • การเสนอให้จับกุมผู้ที่แสดงสัญลักษณ์ธงสีดำของ ISIL ในที่สาธารณะ
  • การพิจารณาถอนสัญชาติจากพลเมืองอังกฤษที่เข้าร่วมกับกลุ่ม ISIL
  • การเพิ่มระดับการเตือนภัยการก่อการร้ายในประเทศจากระดับ "มีนัยสำคัญ" (substantial) เป็น "รุนแรง" (severe)

นอกจากนี้ กองทัพอากาศอังกฤษยังได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ลี้ภัยชาวเยซิดีที่หลบหนีจากการกดขี่ของ ISIL ผ่านการขนส่งทางอากาศโดยใช้เครื่องบิน Tornado และเฮลิคอปเตอร์ Chinook

คำถามที่พบบ่อย

สหราชอาณาจักรมีบทบาทอย่างไรในการต่อต้าน ISIL?

สหราชอาณาจักรได้ใช้กองทัพอากาศ (RAF) โจมตีทางอากาศในอิรักและซีเรีย รวมถึงเข้าร่วมกับกองกำลังผสมนานาชาติที่นำโดยสหรัฐฯ เพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานและแหล่งเงินทุนของ ISIL

ทำไมกรณีของชามีมา เบกุม จึงเป็นประเด็นสำคัญ?

เพราะเป็นกรณีตัวอย่างของการต่อสู้ทางกฎหมายระหว่างสิทธิพลเมืองกับการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ โดยรัฐบาลอังกฤษตัดสินไม่ให้เธอกลับเข้าประเทศเนื่องจากความเสี่ยงด้านความมั่นคง

รัฐบาลอังกฤษจัดการกับพลเมืองของตนที่เข้าร่วมกับ ISIL อย่างไร?

รัฐบาลใช้มาตรการเด็ดขาด เช่น การประกาศให้เป็นผู้ก่อการร้าย การพิจารณาถอนสัญชาติ และการดำเนินคดีทางกฎหมายเมื่อบุคคลเหล่านั้นเดินทางกลับสู่สหราชอาณาจักร