← กลับไปยังบทความทั้งหมด

พื้นที่เกาะภายใต้การดูแลของสหรัฐอเมริกา

สรุปใจความสำคัญ

  • พื้นที่เกาะ (Insular Area) ประกอบด้วยดินแดน 14 แห่งภายใต้อธิปไตยของสหรัฐฯ และรัฐอิสระ 3 แห่งที่มีข้อตกลงความร่วมมือแบบเสรี
  • มีการแบ่งดินแดนเป็นประเภท 'รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่ง' (Incorporated) และ 'ไม่ได้รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่ง' (Unincorporated) ตามคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ
  • ผู้อยู่อาศัยในดินแดนโพ้นทะเลส่วนใหญ่เป็นพลเมืองสหรัฐฯ ยกเว้นอเมริกันซามัวที่มีสถานะเป็นคนในบังคับสหรัฐฯ (U.S. Nationals)
  • ดินแดนที่มีประชากรอาศัยอยู่ทั้ง 5 แห่งมีตัวแทนในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียง

ในทางกฎหมายของสหรัฐอเมริกา พื้นที่เกาะ (Insular Area) หมายถึง เขตอำนาจศาลที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกาซึ่งไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐใดรัฐหนึ่งในสหรัฐฯ หรือเขตโคลัมเบีย (District of Columbia) พื้นที่เหล่านี้ประกอบด้วยดินแดน 14 แห่งที่อยู่ภายใต้การปกครองและอำนาจอธิปไตยของสหรัฐฯ รวมถึงรัฐอธิปไตยอีก 3 แห่งที่มีข้อตกลงความร่วมมือแบบเสรี (Compact of Free Association) กับสหรัฐอเมริกา

แผนที่โลกแสดงพื้นที่เกาะและดินแดนที่สหรัฐอเมริกามีสิทธิครอบครอง
แผนที่โลกแสดงตำแหน่งของพื้นที่เกาะและดินแดนต่างๆ ที่สหรัฐอเมริกามีสิทธิครอบครอง

การแบ่งประเภททางกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

ตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ มาตรา 4 ส่วนที่ 3 วรรค 2 มอบอำนาจให้รัฐสภาสหรัฐฯ เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบดินแดนเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม คำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ ในชุดคดีที่เรียกว่า Insular Cases ได้สร้างความแตกต่างระหว่างดินแดนสองประเภทหลัก ได้แก่:

  • ดินแดนที่รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่ง (Incorporated Territories): พื้นที่ที่รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์ ปัจจุบันมีเพียงเกาะปาลไมรา (Palmyra Atoll) ซึ่งไม่มีผู้อยู่อาศัย
  • ดินแดนที่ไม่ได้รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่ง (Unincorporated Territories): พื้นที่ที่ได้รับความคุ้มครองขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งตามสถานะการจัดระเบียบการปกครอง โดยดินแดนที่เรียกว่า "ดินแดนที่จัดระเบียบแล้ว" (Organized Territory) คือดินแดนที่รัฐสภาสหรัฐฯ ได้ผ่านกฎหมายจัดตั้ง (Organic Act) เพื่อกำหนดโครงสร้างการปกครอง ซึ่งปัจจุบันมีดินแดนที่มีประชากรอาศัยอยู่ 5 แห่ง โดย 4 แห่งเป็นดินแดนที่จัดระเบียบแล้ว ส่วนอเมริกันซามัว (American Samoa) ยังคงเป็นดินแดนที่ไม่ได้จัดระเบียบ (Unorganized) และอยู่ภายใต้การดูแลโดยตรงของสำนักงานกิจการพื้นที่เกาะ (Office of Insular Affairs)

ทัศนียภาพของพื้นที่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
ตัวอย่างสภาพภูมิศาสตร์ของพื้นที่เกาะภายใต้การดูแลของสหรัฐฯ

ประวัติการครอบครองดินแดน

สหรัฐฯ เริ่มครอบครองพื้นที่เกาะในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 โดยเริ่มจากเกาะเบเกอร์ เกาะฮาวแลนด์ และเกาะนาวาสซาในปี 1857 ตามด้วยเกาะจอห์นสตันและเกาะจาร์วิสในปี 1858

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังสงครามสเปน-อเมริกาในปี 1898 ซึ่งทำให้สหรัฐฯ ได้ครอบครองเปอร์โตริโกและกวม รวมถึงการผนวกเกาะปาลไมราและสาธารณรัฐฮาวายในปีเดียวกัน ต่อมาในปี 1899 สหรัฐฯ ได้รับอเมริกันซามัว และในปี 1917 ได้ซื้อหมู่เกาะเวอร์จินจากเดนมาร์ก

ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐฯ ได้รับหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาจากญี่ปุ่นในปี 1945 ส่วนหมู่เกาะมาร์แชลล์ รัฐสหพันธรัฐไมโครนีเซีย และปาเลา ซึ่งเคยเป็นดินแดนในความดูแลของสหรัฐฯ ได้ประกาศเอกราชและเปลี่ยนสถานะเป็นรัฐอธิปไตยที่มีข้อตกลงความร่วมมือแบบเสรี (Free Association) ในปี 1979, 1986 และ 1994 ตามลำดับ

สิทธิพลเมืองและการเป็นตัวแทนทางการเมือง

รัฐสภาสหรัฐฯ ได้มอบสิทธิความเป็นพลเมืองสหรัฐฯ โดยกำเนิดให้แก่ผู้อยู่อาศัยในดินแดนโพ้นทะเลเกือบทั้งหมด ยกเว้นอเมริกันซามัว ซึ่งผู้อยู่อาศัยจะมีสถานะเป็น "คนในบังคับสหรัฐฯ" (U.S. Nationals) ซึ่งสามารถเดินทางและทำงานในสหรัฐฯ ได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า แต่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งหรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองนอกเขตอเมริกันซามัว

ในด้านการเมือง ดินแดนที่มีประชากรอาศัยอยู่ทั้ง 5 แห่ง (เปอร์โตริโก, อเมริกันซามัว, กวม, หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา และหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐฯ) มีตัวแทนในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ แต่เป็นสมาชิกที่ไม่มีสิทธิออกเสียง (Non-voting member)

แผนที่แสดงการแบ่งเขตการปกครองของดินแดนโพ้นทะเลสหรัฐ
การแบ่งประเภทดินแดนตามสถานะทางกฎหมายและการปกครอง

ระบบภาษีและศุลกากร

ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เกาะหลักทั้ง 5 แห่งไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ แต่ยังคงต้องเสียภาษีประเภทอื่น เช่น ภาษีนำเข้า-ส่งออก ภาษีสินค้า และภาษีประกันสังคม (Social Security) อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ทำงานให้รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในพื้นที่เหล่านี้ยังคงต้องเสียภาษีเงินได้ตามปกติ

ในด้านศุลกากร เปอร์โตริโกถือเป็นส่วนหนึ่งของเขตศุลกากรภายในประเทศของสหรัฐฯ ในขณะที่พื้นที่เกาะอื่นๆ ถือว่าอยู่นอกเขตศุลกากร ซึ่งส่งผลให้การปฏิบัติทางภาษีศุลกากรมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่

รัฐที่เกี่ยวข้อง (Associated States)

คำว่า "พื้นที่เกาะ" ยังครอบคลุมถึงรัฐอิสระที่มีข้อตกลงความร่วมมือแบบเสรี (Compact of Free Association) กับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นรัฐอธิปไตยที่แยกจากสหรัฐฯ โดยสมบูรณ์ ประชากรของรัฐเหล่านี้ไม่ใช่พลเมืองหรือคนในบังคับของสหรัฐฯ แต่สหรัฐฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบด้านการป้องกันประเทศและให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจเป็นการแลกเปลี่ยน

คำถามที่พบบ่อย

พื้นที่เกาะ (Insular Area) แตกต่างจากรัฐของสหรัฐอเมริกาอย่างไร?

พื้นที่เกาะเป็นเขตอำนาจศาลที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ แต่ไม่ได้เป็นรัฐ (State) ของสหรัฐอเมริกา ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และมีสถานะทางกฎหมายและการปกครองที่แตกต่างกันตามที่รัฐสภาและศาลฎีกากำหนด

คนในอเมริกันซามัวมีสิทธิเหมือนพลเมืองสหรัฐฯ หรือไม่?

ไม่ทั้งหมด ผู้อยู่อาศัยในอเมริกันซามัวโดยกำเนิดมีสถานะเป็น 'คนในบังคับสหรัฐฯ' (U.S. Nationals) ซึ่งสามารถเดินทางและทำงานในสหรัฐฯ ได้ แต่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งหรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองนอกเขตอเมริกันซามัว

ดินแดนที่จัดระเบียบแล้ว (Organized Territory) คืออะไร?

คือดินแดนที่รัฐสภาสหรัฐฯ ได้ผ่านกฎหมายจัดตั้ง (Organic Act) เพื่อกำหนดโครงสร้างการปกครองและระบบกฎหมายภายในพื้นที่นั้นๆ

รัฐที่เกี่ยวข้อง (Associated States) คือรัฐอิสระหรือไม่?

ใช่ รัฐที่มีข้อตกลงความร่วมมือแบบเสรี (Compact of Free Association) เช่น ปาเลา เป็นรัฐอธิปไตยอิสระ แต่ได้รับความช่วยเหลือด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ

ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เกาะต้องเสียภาษีเงินได้ให้สหรัฐฯ หรือไม่?

ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เกาะหลัก 5 แห่งไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ยกเว้นผู้ที่ทำงานให้รัฐบาลกลาง