เรือยูเอสเอส คอมสต็อก (USS Comstock)
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นเรือยกพลขึ้นบกชั้น Casa Grande ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่มีบทบาทสำคัญในสงครามเกาหลีและสงครามเวียดนาม
- ได้รับดาวประดับเหรียญเกียรติยศ 10 ดวงจากสงครามเกาหลี และ 5 ดวงจากสงครามเวียดนาม
- ถูกโอนย้ายให้กองทัพเรือไต้หวันและเปลี่ยนชื่อเป็น ROCS Chung Cheng (LSD-191) ก่อนจะถูกจมเป็นแนวปะการังเทียมในปี 2015
เรือยูเอสเอส คอมสต็อก (USS Comstock, LSD-19) เป็นเรือยกพลขึ้นบก (Dock Landing Ship) ชั้น Casa Grande ของกองทัพเรือสหรัฐฯ โดยชื่อของเรือลำนี้ตั้งตามชื่อของ "คอมสต็อก โลด" (Comstock Lode) ซึ่งเป็นแหล่งแร่โลหะมีค่าที่ใหญ่และร่ำรวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ถูกค้นพบในรัฐเนวาดาเมื่อปี ค.ศ. 1859

ประวัติการประจำการในกองทัพเรือสหรัฐฯ
เรือ Comstock ถูกปล่อยลงน้ำเมื่อวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 1945 โดยบริษัท Newport News Shipbuilding and Dry Dock Co. ในรัฐเวอร์จิเนีย และเข้าประจำการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ. 1945
ช่วงปี ค.ศ. 1945 – 1950
หลังจากการเข้าประจำการ เรือ Comstock ได้เดินทางจากนอร์ฟอล์กไปยังโอกินาวาในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1945 เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการยึดครองในจีนและญี่ปุ่น โดยปฏิบัติหน้าที่ในตะวันออกไกลจนถึงปี ค.ศ. 1946 ก่อนจะกลับมายังชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ เพื่อดัดแปลงเป็นเรือสนับสนุนกองเรือเล็ก (Boat Pool Ship)
ในช่วงปี ค.ศ. 1947 ถึง 1948 เรือลำนี้ได้สนับสนุนปฏิบัติการ Sandstone ซึ่งเป็นการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ที่เกาะเอนิวเวต็อก (Eniwetok) และปฏิบัติหน้าที่สลับกับการฝึกซ้อมรบตามชายฝั่งตะวันตกและในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก
ช่วงปี ค.ศ. 1950 – 1955
เมื่อเกิดสงครามเกาหลี เรือ Comstock ได้เดินทางไปยังตะวันออกไกลในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1950 และมีบทบาทสำคัญในการบุกอินชอน (Inchon) เมื่อวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1950 โดยทำหน้าที่เป็นเรือซ่อมบำรุงและกู้ภัย นอกจากนี้ยังเข้าร่วมในการบุกวอนซัน (Wonsan) เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ค.ศ. 1950
ในปี ค.ศ. 1951 เรือ Comstock ได้รับมอบหมายให้เป็นเรือธงของกองเรือกวาดทุ่นระเบิดที่ 3 (Mine Squadron 3) โดยให้การสนับสนุนด้านการยิงและโลจิสติกส์ รวมถึงการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากเรือ Partridge (AMS-31) ที่ถูกทุ่นระเบิดจมลงเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1951
นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 1954 เรือได้เข้าร่วมในปฏิบัติการ Passage to Freedom เพื่ออพยพพลเรือนชาวอินโดจีนออกจากไฮฟองในเวียดนามเหนือ และในปี ค.ศ. 1955 ได้เข้าร่วมปฏิบัติการ Wigwam ซึ่งเป็นการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ใต้น้ำนอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนียตอนใต้
ช่วงปี ค.ศ. 1956 – 1976
เรือ Comstock ปฏิบัติหน้าที่ในแปซิฟิกตะวันตกหลายครั้งในช่วงปี ค.ศ. 1956 ถึง 1960 และได้เข้าร่วมในหลายแคมเปญของสงครามเวียดนามระหว่างปี ค.ศ. 1965 ถึง 1969 ก่อนจะถูกปลดประจำการในช่วงต้นทศวรรษ 1970 และถูกถอดชื่อออกจากบัญชีเรือรบเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 1976
การโอนย้ายสู่กองทัพเรือไต้หวัน (ROCS Chung Cheng)
เรือ Comstock ไม่ได้ถูกแยกชิ้นส่วนตามแผนเดิม แต่ถูกโอนย้ายให้กับกองทัพเรือสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และเปลี่ยนชื่อเป็น ROCS Chung Cheng (LSD-191) เพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดี เจียง ไคเชก (Chiang Kai-shek)
ในระหว่างการประจำการกับไต้หวัน ระบบอาวุธบนเรือได้รับการปรับปรุง โดยมีการเปลี่ยนปืน Bofors 40 มม. เป็นเครื่องยิงขีปนาวุธ Sea Chaparral และต่อมาได้ติดตั้งระบบป้องกันตนเองระยะประชิด (CIWS) แบบ Mk15 Phalanx ในช่วงท้ายของการประจำการ
เรือ ROCS Chung Cheng ปฏิบัติหน้าที่จนถึงเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2012 และถูกนำไปจมเพื่อสร้างเป็นแนวปะการังเทียมบริเวณชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวันเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2015
ข้อมูลทางเทคนิค
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ระวางขับน้ำ | 7,930 ตัน (เต็มที่), 4,032 ตัน (ตัวเรือเปล่า) |
| ระยะปฏิบัติการ | 8,000 ไมล์ทะเล ที่ความเร็ว 15 นอต |
| ขีดความสามารถในการบรรทุก | เรือ LCT (Mk V หรือ VI) 3 ลำ หรือ LCM (Mk III) 14 ลำ หรือสินค้า 1,500 ตันยาว |
| กำลังพล | เจ้าหน้าที่ 17 นาย, ลูกเรือ 237 นาย (บนเรือหลัก) และเจ้าหน้าที่ 6 นาย, ลูกเรือ 30 นาย (บนเรือระบายพล) |
| อาวุธ (ดั้งเดิม) | ปืน DP 5 นิ้ว/38 คาลิเบอร์ 1 กระบอก, ปืนต่อสู้อากาศยาน 40 มม. (4 กระบอก) 2 ชุด, 40 มม. (2 กระบอก) 2 ชุด, 20 มม. 16 กระบอก |
คำถามที่พบบ่อย
เรือ USS Comstock มีชื่อมาจากอะไร?
ชื่อของเรือตั้งตามชื่อของ Comstock Lode ซึ่งเป็นแหล่งแร่โลหะมีค่าที่สำคัญในรัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา
เรือลำนี้มีบทบาทอย่างไรในสงครามเกาหลี?
เรือ Comstock เข้าร่วมในการบุกอินชอนและการบุกวอนซัน และทำหน้าที่เป็นเรือธงของกองเรือกวาดทุ่นระเบิดที่ 3 เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการทางทะเล
จุดจบของเรือ USS Comstock คืออะไร?
หลังจากปลดประจำการจากกองทัพเรือไต้หวันในปี 2012 เรือลำนี้ถูกนำไปจมเพื่อใช้เป็นแนวปะการังเทียมในปี 2015

