← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ไวโรม การศึกษาชุมชนไวรัสในระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิต

สรุปใจความสำคัญ

  • ไวโรมคือการศึกษาชุดของไวรัสทั้งหมดในระบบนิเวศหรือสิ่งมีชีวิตหนึ่งๆ โดยใช้เทคนิคเมทาจีโนมิกส์
  • ไวรัสเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจำนวนมากที่สุดบนโลก และความหลากหลายทางพันธุกรรมส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการระบุเอกลักษณ์
  • การระบุโฮสต์ของไวรัสในไวโรมทำได้โดยการวิเคราะห์ระบบ CRISPR-Cas และยีน tRNA ของไวรัส
  • การศึกษาไวโรมช่วยให้เข้าใจบทบาทของไวรัสในการหมุนเวียนสารอาหารและการถ่ายทอดทางพันธุกรรม

ไวโรม (Virome) หมายถึง กลุ่มหรือชุดของไวรัสทั้งหมดที่พบในระบบนิเวศ สิ่งมีชีวิต หรือโฮโลไบออนต์ (Holobiont) หนึ่งๆ ซึ่งมักถูกสำรวจและวิเคราะห์ผ่านการหาลำดับนิวคลีอิกแอซิดด้วยวิธีเมทาจีโนมิกส์ (Metagenomic sequencing) คำนี้มักใช้เพื่ออธิบายผลลัพธ์จากการวิเคราะห์เมทาจีโนมแบบช็อตกัน (Shotgun metagenomes) ของไวรัสในสิ่งแวดล้อม

ไวรัส รวมถึงแบคทีเรียโอฟาจ (Bacteriophages) สามารถพบได้ในทุกสภาพแวดล้อมบนโลก การศึกษาไวโรมช่วยให้มนุษย์เข้าใจถึงกลไกการหมุนเวียนของสารอาหาร การพัฒนาระบบภูมิคุ้มกัน และการถ่ายทอดทางพันธุกรรมผ่านกระบวนการไลโซเจนิกคอนเวอร์ชัน (Lysogenic conversion) ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญของยีนใหม่ๆ ในสิ่งมีชีวิต

แผนผังความสัมพันธ์ของไวโรมในระบบนิเวศต่างๆ
แผนผังแสดงความเชื่อมโยงระหว่างไวโรมในส่วนต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม

ประวัติและการพัฒนาการศึกษา

การศึกษาไวโรมอย่างครอบคลุมเริ่มต้นขึ้นด้วยการใช้เทคนิคการหาลำดับเบสแบบช็อตกันของชุมชน (Shotgun community sequencing) หรือที่รู้จักกันในชื่อ เมทาจีโนมิกส์ (Metagenomics) ในช่วงทศวรรษ 2000 ห้องปฏิบัติการ Rohwer ได้ทำการหาลำดับไวโรมจากตัวอย่างที่หลากหลาย เช่น น้ำทะเล ตะกอนในทะเล อุจจาระของผู้ใหญ่และทารก ดิน และเลือด

นอกจากนี้ยังมีการริเริ่มการศึกษา RNA ไวโรมเป็นครั้งแรกโดยความร่วมมือกับสถาบันจีโนมิกส์แห่งสิงคโปร์ (Genomic Institute of Singapore) ผลจากการศึกษาในยุคแรกชี้ให้เห็นว่า ความหลากหลายทางพันธุกรรมส่วนใหญ่ของโลกถูกบรรจุอยู่ในไวโรม และความหลากหลายส่วนใหญ่นี้ยังไม่ได้รับการระบุเอกลักษณ์ (Uncharacterized) ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากการหาลำดับจีโนมรายตัว โดยเฉพาะในกลุ่มไมโคแบคทีเรียมฟาจ (Mycobacterium phage)

ในช่วงปลายทศวรรษ 2010 ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการหาลำดับเบสทำให้สามารถเจาะลึกข้อมูลไวโรมได้มากขึ้น โดยเฉพาะไวโรมในลำไส้ของมนุษย์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน

วิธีการศึกษาไวโรม

ในการศึกษาไวโรม นักวิจัยต้องแยกอนุภาคที่คล้ายไวรัส (Virus-like particles - VLPs) ออกจากส่วนประกอบของเซลล์ โดยทั่วไปจะใช้กระบวนการผสมผสานระหว่าง:

  • การกรอง (Filtration): เพื่อแยกอนุภาคขนาดเล็กออกจากเซลล์
  • การปั่นเหวี่ยงตามความหนาแน่น (Density centrifugation): เพื่อให้ได้อนุภาคไวรัสที่บริสุทธิ์
  • การบำบัดด้วยเอนไซม์ (Enzymatic treatments): เพื่อกำจัดนิวคลีอิกแอซิดอิสระที่ไม่ได้อยู่ในอนุภาคไวรัส

หลังจากนั้น นิวคลีอิกแอซิดที่สกัดได้จะถูกนำไปหาลำดับเบสและวิเคราะห์ด้วยวิธีเมทาจีโนมิกส์ นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีวิธีการทางคอมพิวเตอร์ที่สามารถค้นหาไวรัสจากลำดับเมทาจีโนมที่ประกอบขึ้นมาได้โดยตรงโดยไม่ต้องแยกอนุภาคไวรัสก่อน

ตัวอย่างโครงการสำคัญคือ Global Ocean Viromes (GOV) ซึ่งเป็นชุดข้อมูลที่เกิดจากการหาลำดับเบสเชิงลึกจากตัวอย่างมากกว่า 150 ตัวอย่างที่เก็บจากมหาสมุทรทั่วโลก

ความสัมพันธ์ระหว่างไวรัสและโฮสต์

แผนภูมิแสดงการกระจายตัวของไวรัสและโฮสต์
การวิเคราะห์ความหลากหลายทางพันธุกรรมและการระบุโฮสต์ของไวรัสในระดับโลก

ไวรัสเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจำนวนมากที่สุดบนโลก แต่ความท้าทายในการตรวจวัด การแยกเชื้อ และการจำแนกประเภททำให้การสำรวจไวโรมทั่วโลกยังไม่สมบูรณ์ จากการวิเคราะห์ข้อมูลเมทาจีโนมมากกว่า 5 Terabytes จาก 3,042 ตัวอย่างทั่วโลก พบว่ามีการใช้เครื่องมือทางคอมพิวเตอร์เพื่อระบุความเชื่อมโยงระหว่างไวรัสและโฮสต์

การระบุโฮสต์ผ่านระบบ CRISPR-Cas

นักวิจัยใช้ระบบภูมิคุ้มกัน CRISPR-Cas ของโปรคาริโอต ซึ่งทำหน้าที่เป็น "ห้องสมุด" เก็บชิ้นส่วนจีโนมของฟาจ (Proto-spacers) ที่เคยติดเชื้อในโฮสต์ โดยการจับคู่ลำดับ Spacer จากจีโนมของจุลินทรีย์กับลำดับไวรัสในเมทาจีโนม (mVCs) ทำให้สามารถระบุโฮสต์ของไวรัสบางกลุ่มได้

การระบุโฮสต์ผ่าน tRNA

การวิเคราะห์ยีน transfer RNA (tRNA) ของไวรัสที่พบใน mVCs พบว่ามีความสอดคล้องกับจีโนมของโฮสต์ในระดับสกุล (Genus) สูงถึง 94% เมื่อเทียบกับข้อมูลจาก CRISPR-Cas วิธีการเหล่านี้ช่วยให้ระบุความสัมพันธ์ระหว่างโฮสต์และไวรัสได้เกือบ 10,000 คู่ ซึ่งรวมถึงโฮสต์จาก 16 ไฟลัมของโปรคาริโอตที่ไม่เคยมีการค้นพบไวรัสมาก่อน

โดยทั่วไป ไวรัสส่วนใหญ่จะมีความจำเพาะเจาะจงต่อโฮสต์ที่ใกล้ชิดกันทางสายวิวัฒนาการ อย่างไรก็ตาม อาจมีไวรัสบางชนิดที่เป็น "Generalists" ซึ่งสามารถติดเชื้อโฮสต์ที่อยู่ต่างกลุ่มทางอนุกรมวิธานได้

คำถามที่พบบ่อย

ไวโรม (Virome) แตกต่างจากไวรัสทั่วไปอย่างไร?

ไวรัสทั่วไปมักหมายถึงไวรัสชนิดเดียวหรือสายพันธุ์เดียวที่ก่อโรค แต่ไวโรมหมายถึง 'ชุมชนไวรัสทั้งหมด' ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่หรือสิ่งมีชีวิตหนึ่งๆ เช่น ไวโรมในลำไส้มนุษย์ หรือไวโรมในมหาสมุทร

นักวิทยาศาสตร์ศึกษาไวโรมได้อย่างไร?

ใช้วิธีการที่หาลำดับนิวคลีอิกแอซิดทั้งหมดในตัวอย่าง (Metagenomic sequencing) โดยต้องแยกอนุภาคที่คล้ายไวรัส (VLPs) ออกจากเซลล์สิ่งมีชีวิตอื่นก่อน เพื่อให้ได้ข้อมูลพันธุกรรมของไวรัสเท่านั้น

ทำไมการศึกษาไวโรมจึงมีความสำคัญ?

เพราะช่วยให้เราเข้าใจว่าไวรัสไม่ได้มีแค่หน้าที่ก่อโรค แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการควบคุมประชากรจุลินทรีย์ การหมุนเวียนสารอาหารในธรรมชาติ และการส่งต่อยีนระหว่างสิ่งมีชีวิต

เทคโนโลยีใดที่มีบทบาทสำคัญในการศึกษาไวโรม?

เทคโนโลยีการหาลำดับเบสแบบช็อตกัน (Shotgun sequencing) และเครื่องมือทางชีวสารสนเทศ (Bioinformatics) ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลจีโนมขนาดใหญ่

ไวรัสในไวโรมสามารถระบุโฮสต์ได้หรือไม่?

สามารถทำได้โดยการวิเคราะห์ลำดับ Spacer ในระบบ CRISPR-Cas ของแบคทีเรีย หรือการวิเคราะห์ยีน tRNA ของไวรัสที่มักจะเลียนแบบโฮสต์ของมัน