← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Vought XSO2U เครื่องบินตรวจการณ์ทุ่นลอยที่เกือบได้เป็นตำนาน

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นเครื่องบินที่ประสิทธิภาพดีกว่าคู่แข่งอย่าง Curtiss SO3C แต่ไม่ได้เข้าสู่การผลิตเนื่องจาก Vought ขาดกำลังการผลิต
  • ใช้เครื่องยนต์ Ranger V-770 ซึ่งมีปัญหาเรื่องความร้อนสูงและความไม่เสถียร
  • สามารถใช้งานได้ทั้งแบบเครื่องบินทุ่นลอยและเครื่องบินล้อ

Vought XSO2U เป็นเครื่องบินตรวจการณ์ทุ่นลอยสัญชาติอเมริกันที่พัฒนาโดยบริษัท Vought-Sikorsky ให้กับกองทัพเรือสหรัฐฯ ในช่วงปลายทศวรรษ 1930 โดยมีจุดประสงค์เพื่อนำมาทดแทนเครื่องบิน Curtiss SOC Seagull ที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องบินลาดตระเวนบนเรือลาดตระเวน แม้ว่าผลการประเมินจะพบว่า XSO2U มีประสิทธิภาพเหนือกว่า Curtiss SO3C แต่สุดท้ายกลับไม่ได้รับสัญญาการผลิตเนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตของบริษัท Vought ในขณะนั้น

Vought XSO2U-1
เครื่องบิน Vought XSO2U-1 ในรูปแบบเครื่องบินทุ่นลอย

การออกแบบและการพัฒนา

ในช่วงปลายทศวรรษ 1930 กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้กำหนดคุณสมบัติสำหรับเครื่องบินตรวจการณ์รุ่นใหม่เพื่อใช้บนเรือลาดตระเวน สำหรับภารกิจลาดตระเวนและชี้เป้าการยิงปืนใหญ่ โดยมีข้อกำหนดว่าต้องมีปีกที่พับได้ มีระยะปฏิบัติการและความเร็วที่เหนือกว่า Curtiss SOC และต้องใช้เครื่องยนต์แบบแถวเรียง Ranger V-770

Vought-Sikorsky ได้ส่งแบบจำลอง Model 403 ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ OS2U Kingfisher ที่กำลังพัฒนาอยู่ แต่มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งปีกให้สูงขึ้นบนลำตัวเครื่อง และเปลี่ยนวิธีการยึดชุดทุ่นลอย นอกจากนี้ยังเปลี่ยนจากเครื่องยนต์แบบรัศมี (Radial Engine) มาเป็นเครื่องยนต์ Ranger V-770 แบบแถวเรียง พร้อมฝาครอบเครื่องยนต์ทรงเหลี่ยม

XSO2U ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ทั้งในรูปแบบเครื่องบินทุ่นลอย (Seaplane) และเครื่องบินล้อ (Landplane) โดยใช้โครงสร้างโลหะทั้งหมด ยกเว้นพื้นผิวควบคุมที่หุ้มด้วยผ้า ปีกของเครื่องบินสามารถพับไปด้านหลังเพื่อประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ คล้ายกับเครื่องบินทิ้งระเบิดตอร์ปิโด Grumman TBF Avenger

ขีดความสามารถและอาวุธ

เครื่องบินรุ่นนี้สามารถปฏิบัติภารกิจทิ้งระเบิดแบบดิ่ง (Dive Bombing) โดยสามารถติดตั้งระเบิดขนาดเล็กหรือระเบิดลึก (Depth Charge) ได้ที่จุดติดตั้งใต้ปีกแต่ละข้าง สำหรับการต่อต้านเรือดำน้ำ ส่วนอาวุธปืนประกอบด้วยปืนกล M2 Browning สองกระบอก โดยกระบอกหนึ่งติดตั้งคงที่ยิงผ่านใบพัดด้วยระบบ Synchronizer และอีกกระบอกเป็นปืนแบบยืดหยุ่นในห้องนักบินของผู้สังเกตการณ์เพื่อใช้ป้องกันตัวด้านหลัง

ประวัติการปฏิบัติงาน

เครื่องบิน XSO2U-1 (หมายเลขซีเรียล 1440) บินครั้งแรกในรูปแบบเครื่องบินล้อเมื่อเดือนกรกฎาคม 1939 และบินในรูปแบบเครื่องบินทุ่นลอยในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน จากการทดสอบพบว่าเครื่องบินขาดเสถียรภาพในแนวทิศทาง ซึ่งได้รับการแก้ไขโดยการเพิ่มครีบใต้ท้องเครื่อง (Ventral Fin) ขนาดใหญ่เชื่อมต่อจากส่วนท้ายของทุ่นลอยไปยังหางเครื่อง

อย่างไรก็ตาม เครื่องบินประสบปัญหาใหญ่ด้านเครื่องยนต์ เนื่องจากเครื่องยนต์ Ranger V-770 ขึ้นชื่อเรื่องความไม่เชื่อถือได้และมักเกิดปัญหาความร้อนสูงเกินไป ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์ แม้จะมีการเปลี่ยนรุ่นเครื่องยนต์เป็น XV-770-6 และย้ายตำแหน่งหม้อน้ำน้ำมันแล้วก็ตาม

แม้จะมีปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ แต่ XSO2U-1 ก็ยังถูกมองว่าเหนือกว่าคู่แข่งอย่าง Curtiss XSO3C-1 แต่เนื่องจาก Vought มีภาระการผลิต OS2U Kingfisher และ F4U Corsair อยู่เต็มกำลัง กองทัพเรือจึงตัดสินใจเลือก Curtiss XSO3C ให้เป็นผู้ชนะสัญญาการผลิต ซึ่งภายหลังเครื่องบินรุ่น SO3C กลับมีชื่อเสียงที่ย่ำแย่ในการใช้งานจริงและถูกปลดประจำการก่อนเครื่องบิน SOC รุ่นเก่าที่มันตั้งใจจะมาแทนที่เสียอีก

Vought XSO2U-1 Landplane
Vought XSO2U-1 ในรูปแบบเครื่องบินล้อ

หลังจากสิ้นสุดการแข่งขัน XSO2U-1 ถูกใช้เป็นเครื่องบินอเนกประสงค์ของกองทัพเรือ ก่อนจะถูกส่งมอบให้บริษัท Ranger Engine Corporation ในเดือนกรกฎาคม 1942 เพื่อใช้ทดสอบเครื่องยนต์ V-770 สำหรับโครงการเครื่องบิน Bell XP-77 และ Edo XOSE แต่เมื่อเครื่องยนต์ยังคงมีปัญหา เครื่องบินจึงถูกส่งคืนให้กองทัพเรือและถูกปลดประจำการพร้อมทั้งถูกแยกชิ้นส่วนในวันที่ 6 กรกฎาคม 1944

ข้อมูลทางเทคนิค (XSO2U-1)

คุณลักษณะรายละเอียด
ลูกเรือ2 นาย (นักบินและผู้สังเกตการณ์)ความยาว11.00 เมตรช่วงปีก11.63 เมตรความสูง4.85 เมตรน้ำหนักตัวเปล่า1,822 กิโลกรัมน้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด2,551 กิโลกรัมเครื่องยนต์Ranger XV-770 แบบแถวเรียง 450 แรงม้าความเร็วสูงสุด310 กม./ชม. ที่ระดับความสูง 9,000 ฟุตเพดานบิน6,800 เมตรอาวุธปืนกล M2 Browning 2 กระบอก, ระเบิดหรือระเบิดลึกใต้ปีก

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Vought XSO2U ถึงไม่ถูกนำมาผลิตจำนวนมาก?

แม้ว่าจะมีประสิทธิภาพเหนือกว่าคู่แข่ง แต่บริษัท Vought มีกำลังการผลิตเต็มที่ในการผลิตเครื่องบินรุ่น OS2U Kingfisher และ F4U Corsair อยู่แล้ว ทำให้กองทัพเรือต้องเลือกบริษัท Curtiss แทน

XSO2U มีจุดเด่นด้านการออกแบบอย่างไร?

มีปีกที่พับได้เพื่อประหยัดพื้นที่บนเรือ และสามารถปรับเปลี่ยนชุดฐานล้อให้เป็นทุ่นลอยสำหรับลงจอดในน้ำได้

ปัญหาหลักของ XSO2U คืออะไร?

ปัญหาหลักคือความไม่เชื่อถือได้ของเครื่องยนต์ Ranger V-770 ซึ่งมักเกิดปัญหาความร้อนสูงเกินไปและไม่สามารถแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์