วอลลิงตัน ลอนดอน ประวัติศาสตร์และเสน่ห์ของเมืองเล็กๆ ในซัตตัน
สรุปใจความสำคัญ
- วอลลิงตันเคยเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลเซอร์เรย์ก่อนจะรวมเข้ากับเขตซัตตันในปี 1965
- ชื่อเมืองมีที่มาจากภาษาแองโกล-แซกซอน หมายถึง หมู่บ้านของชาวบริตัน
- ในอดีตวอลลิงตันเป็นศูนย์กลางการผลิตน้ำมันลาเวนเดอร์ที่สำคัญของอังกฤษ
- มีประเพณีการสวมมงกุฎให้ราชินีเดือนพฤษภาคม (May Queen) ที่สืบทอดมาตั้งแต่ปี 1902
วอลลิงตันเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเขตซัตตัน (London Borough of Sutton) ทางตอนใต้ของลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยอยู่ห่างจากชาริงครอส (Charing Cross) ไปทางทิศใต้ตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 16 กิโลเมตร ก่อนที่จะมีการควบรวมเทศบาลเมืองเบดดิงตันและวอลลิงตันเข้ากับเขตซัตตันในปี ค.ศ. 1965 เมืองนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลเซอร์เรย์ (Surrey) และปัจจุบันเป็นเมืองไปรษณีย์ในพื้นที่รหัสไปรษณีย์ SM

ประวัติศาสตร์และการก่อตั้ง
ชื่อ "วอลลิงตัน" มีที่มาจากภาษาแองโกล-แซกซอนว่า "Waletone" ซึ่งมีความหมายว่า "หมู่บ้านของชาวบริตัน" เมืองนี้ปรากฏชื่อในหนังสือ Domesday Book ปี ค.ศ. 1086 โดยในขณะนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของพระเจ้าวิลเลียมผู้พิชิต (William the Conqueror) โดยมีทรัพย์สินประกอบด้วยโรงสี 2 แห่ง และพื้นที่ทุ่งหญ้า 8 เอเคอร์
การพัฒนาเมืองและสถาปัตยกรรม
ในช่วงปี ค.ศ. 1847 สถานีรถไฟที่เดิมเรียกว่า "คาร์ชาลตัน" ได้เปิดให้บริการในพื้นที่ทุ่งโล่งทางตอนใต้ของวอลลิงตัน เนื่องจากเจ้าของสวนคาร์ชาลตันคัดค้านการสร้างสถานีใกล้หมู่บ้านคาร์ชาลตัน การเปิดสถานีรถไฟนี้ได้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ โดยในช่วงปี ค.ศ. 1860 นาธาเนียล บริดเจส ได้สร้างโครงการบ้านพักอาศัยสไตล์โกธิครีไววัล (Gothic Revival) ที่หรูหรา และได้สนับสนุนการสร้างโบสถ์ Holy Trinity เพื่อให้เป็นศูนย์กลางทางจิตใจของชุมชน ทำให้วอลลิงตันกลายเป็นเขตแพริชแยกต่างหากในปี ค.ศ. 1867
พื้นที่รอบโบสถ์ Holy Trinity ซึ่งรู้จักกันในชื่อ "วอลลิงตันเมืองเก่า" (Wallington Old Town) ยังคงมีวิลล่าสไตล์วิกตอเรียนและเอ็ดเวิร์ดเดียนที่โอ่อ่าปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน โดยเฉพาะบนถนนคลิฟตัน (Clifton Road), ถนนเบลมอนต์ (Belmont Road) และถนนพาร์ค (Park Road)
มรดกทางวัฒนธรรมและเกษตรกรรม
วอลลิงตันเคยเป็นศูนย์กลางสำคัญในการผลิตน้ำมันลาเวนเดอร์จนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 การปลูกลาเวนเดอร์และสมุนไพรมีความโดดเด่นมากในยุควิกตอเรียน โดยทุ่งลาเวนเดอร์กว้างขวางครอบคลุมพื้นที่คาร์ชาลตัน, เบดดิงตัน และวอลลิงตัน
ความสำคัญของลาเวนเดอร์ยังคงถูกรำลึกถึงในปัจจุบันผ่านหลายช่องทาง เช่น:
- ประติมากรรมรูปต้นลาเวนเดอร์ขนาดใหญ่ที่ทางแยกถนนวูดโคท (Woodcote Road) และถนนสแตฟฟอร์ด (Stafford Road) ซึ่งสร้างโดย Guy Portelli ในปี ค.ศ. 1999
- การตกแต่งไฟคริสต์มาสที่เป็นรูปต้นลาเวนเดอร์
- ชื่อผับในถนนวูดโคทที่ตั้งตามชื่อเกษตรกรผู้ปลูกลาเวนเดอร์ท้องถิ่น
- ตราสัญลักษณ์ของลูกเสือในพื้นที่ซัตตันที่ใช้รูปลาเวนเดอร์
ประเพณีและสถานที่สำคัญ
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1902 เมืองนี้ได้รักษาประเพณีการสวมมงกุฎให้ "ราชินีเดือนพฤษภาคม" (Wallington May Queen) ซึ่งเป็นกิจกรรมประจำปีที่มีขบวนพาเหรดผ่านตัวเมือง โดยเด็กหญิงในชุมชนจะเข้าร่วมตามลำดับอายุ ตั้งแต่เป็น "นางฟ้า" (Fairies) เมื่ออายุ 3 ขวบ จนกระทั่งมีสิทธิ์ได้รับเลือกเป็นราชินีเมื่ออายุ 9 ขวบ
การศึกษาและบริการสาธารณะ
วอลลิงตันมีสถานศึกษาที่มีชื่อเสียง เช่น โรงเรียนมัธยมหญิงวอลลิงตัน (Wallington High School for Girls) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1888 โดยกลุ่มแม่ชี และโรงเรียนไวยากรณ์วอลลิงตันสำหรับเด็กชาย (Wallington County Grammar School for boys) ซึ่งเปิดทำการในปี ค.ศ. 1927 บนถนนลอนดอน ใกล้กับสวนเบดดิงตัน
คำถามที่พบบ่อย
วอลลิงตันตั้งอยู่ที่ไหน?
วอลลิงตันเป็นเมืองในเขตซัตตัน (London Borough of Sutton) ทางตอนใต้ของลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ทำไมลาเวนเดอร์ถึงมีความสำคัญต่อวอลลิงตัน?
เพราะในอดีตวอลลิงตันและพื้นที่ใกล้เคียงเคยเป็นศูนย์กลางการผลิตน้ำมันลาเวนเดอร์ที่รุ่งเรืองมากในช่วงศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20
ประเพณี May Queen ของวอลลิงตันคืออะไร?
เป็นประเพณีประจำปีที่มีการสวมมงกุฎให้เด็กหญิงในชุมชนที่ได้รับเลือกเป็นราชินีเดือนพฤษภาคม โดยมีขบวนพาเหรดผ่านตัวเมือง ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่ปี 1902


