← กลับไปยังบทความทั้งหมด

We are the 99% ความหมายและที่มาของสโลแกนการต่อสู้ทางเศรษฐกิจ

สรุปใจความสำคัญ

  • สโลแกน 'We are the 99%' เริ่มโด่งดังจากขบวนการ Occupy Wall Street ในปี 2011
  • คำว่า 'The 1%' หมายถึงกลุ่มคนที่มีทรัพย์สินสุทธิสูงสุด ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ที่มีรายได้จากเงินเดือนสูงสุด
  • แนวคิดเรื่องความเหลื่อมล้ำระหว่าง 1% และ 99% มีการกล่าวถึงย้อนกลับไปได้ไกลถึงปี 1935 ในงานของ Huey Long

"We are the 99%" เป็นสโลแกนทางการเมืองที่โด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งถูกนำมาใช้และสร้างชื่อเสียงในช่วงขบวนการ Occupy movement ในปี 2011 วลีนี้สื่อถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านรายได้และความมั่งคั่งในสหรัฐอเมริกา โดยชี้ให้เห็นว่าความมั่งคั่งส่วนใหญ่ของประเทศกระจุกตัวอยู่กับกลุ่มคนเพียง 1% ที่มีรายได้สูงสุด ในขณะที่คนอีก 99% ที่เหลือต้องแบกรับภาระจากความผิดพลาดทางเศรษฐกิจที่เกิดจากคนกลุ่มน้อยในชนชั้นสูง

การประท้วง Occupy Wall Street
ภาพบรรยากาศการเคลื่อนไหวที่ใช้สโลแกน We are the 99% เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมทางเศรษฐกิจ

ความหมายของ "The 1%"

คำว่า "The 1%" ในบริบทนี้ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ผู้ที่มีรายได้จากเงินเดือนสูงสุด 1% เท่านั้น แต่หมายถึงบุคคลที่มี มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (Net Worth) สูงสุด 1% ของประชากร ซึ่งรายได้จากการทำงานเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับแหล่งที่มาของความมั่งคั่งทั้งหมดของพวกเขา

ต้นกำเนิดของสโลแกน

จุดเริ่มต้นจากโซเชียลมีเดียและสื่อกระแสหลัก

สโลแกนนี้กลายเป็นจุดรวมใจของขบวนการ Occupy ในเดือนสิงหาคม 2011 หลังจากมีการเปิดตัวบล็อก Tumblr ในชื่อ "wearethe99percent.tumblr.com" โดยนักกิจกรรมในนิวยอร์กชื่อ "Chris" และ Priscilla Grim โดย Chris ระบุว่าคำนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากใบปลิวสำหรับการประชุมในนิวยอร์กที่ชื่อ "We The 99%"

สัญลักษณ์และข้อความเกี่ยวกับการต่อสู้ความเหลื่อมล้ำ
การใช้สื่อและสัญลักษณ์เพื่อสื่อสารเรื่องความแตกต่างระหว่างคน 1% และ 99%

นอกจากนี้ สื่อกระแสหลักยังเชื่อมโยงที่มาของวลีนี้กับบทความของนักเศรษฐศาสตร์ Joseph Stiglitz ในนิตยสาร Vanity Fair เมื่อเดือนพฤษภาคม 2011 ชื่อว่า "Of the 1%, by the 1%, for the 1%" ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์ว่าคน 1% ของประชากรครอบครองทรัพย์สินส่วนใหญ่ของประเทศ ในขณะที่คน 99% มีทรัพย์สินน้อยกว่ามาก

ประวัติศาสตร์การใช้แนวคิดนี้ในอดีต

แม้สโลแกนจะโด่งดังในปี 2011 แต่แนวคิดเรื่องการแบ่งคนเป็น 1% และ 99% มีปรากฏมานานก่อนหน้านั้น เช่น:

  • ปี 1987: Gore Vidal เคยพูดถึง "คน 1% ที่เป็นเจ้าของประเทศ" ในการสัมภาษณ์กับ Playboy
  • ปี 1980: Howard Zinn นักประวัติศาสตร์ได้ใช้แนวคิดนี้ในหนังสือ A People's History of the United States เพื่อเน้นย้ำถึงผลประโยชน์ร่วมกันของคน 99% ที่ถูกละเลย
  • ปี 1935: มีหลักฐานว่าแนวคิดนี้ปรากฏในโปสเตอร์โฆษณาหนังสือพิมพ์ American Progress ของ Huey Long นักการเมืองแนวประชานิยมในลุยเซียนา ซึ่งกล่าวถึงการที่คน 1% ครอบครองทรัพย์สินมากกว่าคน 99% ถึงสองเท่า

การดัดแปลงสโลแกนในรูปแบบต่างๆ

เมื่อเวลาผ่านไป ได้มีการนำสโลแกนนี้ไปปรับใช้ในหลายรูปแบบเพื่อสื่อความหมายที่แตกต่างกัน:

  • "We are the 1 percent; we stand with the 99 percent": ใช้โดยกลุ่มคนรวยที่สนับสนุนการขึ้นภาษีคนรวยเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
  • "We are the 99.9%": Paul Krugman นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลเสนอคำนี้เพื่อชี้ให้เห็นว่า ความเหลื่อมล้ำนั้นรุนแรงกว่าที่คิด โดยรายได้ของกลุ่ม 0.1% บนสุดเติบโตขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับคนส่วนใหญ่

คำถามที่พบบ่อย

สโลแกน 'We are the 99%' หมายถึงอะไร?

หมายถึงกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประชากรที่ต้องเผชิญกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ โดยเปรียบเทียบกับกลุ่มคน 1% ที่มั่งคั่งที่สุดซึ่งครอบครองทรัพยากรและอำนาจส่วนใหญ่ของประเทศ

ใครเป็นผู้เริ่มต้นใช้สโลแกนนี้ในยุคปัจจุบัน?

เริ่มจากการใช้ในบล็อก Tumblr โดยนักกิจกรรมชื่อ Chris และ Priscilla Grim รวมถึงได้รับอิทธิพลจากบทความของ Joseph Stiglitz ใน Vanity Fair

ทำไม Paul Krugman ถึงเสนอให้ใช้คำว่า 'We are the 99.9%'?

เพราะเขาต้องการชี้ให้เห็นว่าความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนที่น้อยกว่า 1% (คือกลุ่ม 0.1%) อย่างรุนแรง ซึ่งทำให้สโลแกน 99% ดูเหมือนจะตั้งเกณฑ์ไว้ต่ำเกินไป