← กลับไปยังบทความทั้งหมด

สกุลเงินเสมือน (Virtual Currency) คืออะไร? ทำความเข้าใจความหมายและประเภท

สรุปใจความสำคัญ

  • สกุลเงินเสมือนไม่มีสถานะเป็นเงินตราทางกฎหมาย (Legal Tender) ในเขตอำนาจศาลใดๆ
  • IRS ของสหรัฐฯ จัดประเภท Bitcoin และสกุลเงินเสมือนอื่นๆ เป็น 'ทรัพย์สิน' เพื่อการคำนวณภาษี
  • สกุลเงินเสมือนแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ แบบปิด, แบบไหลเวียนทิศทางเดียว และแบบแปลงค่าได้

สกุลเงินเสมือน (Virtual Currency) หรือเงินเสมือน คือสกุลเงินดิจิทัลที่โดยปกติแล้วจะไม่มีการควบคุมโดยหน่วยงานกลาง ถูกออกและควบคุมโดยผู้พัฒนา และได้รับการยอมรับให้ใช้จ่ายทางอิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มสมาชิกของชุมชนเสมือนเฉพาะแห่ง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจเสมือน

คำนิยามของสกุลเงินเสมือนจากหน่วยงานต่างๆ

เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ คำนิยามของสกุลเงินเสมือนจึงมีการปรับเปลี่ยนตามมุมมองของหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละภูมิภาค ดังนี้:

  • ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปี 2012: นิยามว่าเป็นเงินดิจิทัลที่ไม่มีการควบคุม ซึ่งออกและควบคุมโดยผู้พัฒนา และใช้กันในชุมชนเสมือน
  • FinCEN (สหรัฐอเมริกา) ปี 2013: ระบุว่ามันคือสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนที่ทำงานคล้ายกับสกุลเงินในบางสภาพแวดล้อม แต่ไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนเหมือน "เงินจริง" (Real Currency) โดยเฉพาะการไม่มีสถานะเป็นเงินตราทางกฎหมาย (Legal Tender)
  • หน่วยงานการธนาคารแห่งยุโรป (EBA) ปี 2014: นิยามว่าเป็นตัวแทนทางดิจิทัลของมูลค่าที่ไม่ได้ออกโดยธนาคารกลางหรือหน่วยงานสาธารณะ และไม่จำเป็นต้องผูกติดกับสกุลเงินตรา (Fiat Currency) แต่ได้รับการยอมรับเป็นสื่อกลางในการชำระเงิน

ประวัติและความเป็นมา

แนวคิดเรื่องเงินอิเล็กทรอนิกส์มีการพัฒนามานานกว่า 20 ปี โดยมีการกล่าวถึงในการไต่สวนของรัฐสภาสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1995 ตัวอย่างเช่น Flooz ซึ่งเป็นสกุลเงินอินเทอร์เน็ตที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1999 อย่างไรก็ตาม คำว่า "Virtual Currency" เริ่มถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในช่วงปี 2009 ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของสกุลเงินดิจิทัลและเกมออนไลน์

ข้อจำกัดในการเป็นสกุลเงิน

ความแตกต่างสำคัญระหว่างสกุลเงินเสมือนและเงินจริงคือ สถานะทางกฎหมาย เงินจริงจะทำหน้าที่เป็นเงินตราทางกฎหมายที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการ ในขณะที่สกุลเงินเสมือนมักถูกมองว่าเป็น "ทรัพย์สิน" (Property) เช่น ในปี 2014 กรมสรรพากรของสหรัฐฯ (IRS) ตัดสินใจปฏิบัติกับ Bitcoin และสกุลเงินเสมือนอื่นๆ ในฐานะทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์ทางภาษี ไม่ใช่ในฐานะสกุลเงิน

การแบ่งประเภทตามการไหลเวียนของสกุลเงิน

เราสามารถแบ่งสกุลเงินเสมือนออกเป็น 3 ประเภทหลักตามลักษณะการใช้งานและการแลกเปลี่ยน:

1. สกุลเงินเสมือนแบบปิด (Closed Virtual Currencies)

คือสกุลเงินที่ไม่มีความเชื่อมโยงอย่างเป็นทางการกับเศรษฐกิจจริง เช่น เงินในเกม MMORPG อย่าง World of Warcraft แม้ว่าอาจจะมีตลาดมืดในการแลกเปลี่ยนเงินในเกมเป็นเงินจริง แต่โดยปกติแล้วจะถูกสั่งห้ามโดยข้อตกลงการใช้งานของเกม

2. สกุลเงินเสมือนที่ไหลเวียนทิศทางเดียว (One-way Flow)

เป็นสกุลเงินที่ใช้ในรูปแบบของคูปอง, แต้มสะสม หรือรางวัล ซึ่งผู้ใช้สามารถซื้อหรือได้รับมาเพื่อแลกสินค้าและบริการ แต่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนกลับเป็นเงินจริงได้ ตัวอย่างเช่น โปรแกรมสะสมไมล์ของสายการบิน, Microsoft Points หรือ Amazon Coin

3. สกุลเงินเสมือนแบบแปลงค่าได้ (Convertible Virtual Currencies)

คือสกุลเงินเสมือนที่สามารถซื้อและขายกลับเป็นเงินจริงได้ ซึ่งอาจเป็นแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) เช่น Bitcoin ซึ่งเป็นคริปโตเคอร์เรนซีประเภทหนึ่ง

คำถามที่พบบ่อย

สกุลเงินเสมือนแตกต่างจากเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) อย่างไร?

สกุลเงินเสมือนไม่ได้ออกโดยธนาคารกลางหรือหน่วยงานสาธารณะ ในขณะที่ CBDC คือสกุลเงินดิจิทัลที่ออกและควบคุมโดยธนาคารกลางของประเทศนั้นๆ

เงินในเกมออนไลน์ถือเป็นสกุลเงินเสมือนประเภทใด?

ถือเป็น 'สกุลเงินเสมือนแบบปิด' (Closed Virtual Currency) เนื่องจากไม่มีความเชื่อมโยงอย่างเป็นทางการกับเศรษฐกิจจริงและมักห้ามแลกเปลี่ยนเป็นเงินจริง

ทำไมสกุลเงินเสมือนบางชนิดถึงไม่ถูกมองว่าเป็นสกุลเงินที่สมบูรณ์?

เพราะขาดคุณสมบัติสำคัญคือการเป็นเงินตราทางกฎหมาย (Legal Tender) และในบางกรณีอาจขาดคุณสมบัติความเหมือนกันทุกหน่วย (Fungibility) ในมุมมองทางกฎหมายหรือภาษี