Windmill ท่าเต้นเบรกแดนซ์ยอดนิยม พร้อมวิธีฝึกและรูปแบบต่างๆ
สรุปใจความสำคัญ
- ท่า Windmill ถูกคิดค้นโดย Crazy Legs แห่งกลุ่ม Rock Steady Crew
- แรงเหวี่ยงหลักของท่า Windmill มาจากการเหวี่ยงขาเป็นรูปตัว V ในอากาศ
- การกางขาได้กว้างถึง 180 องศา ช่วยให้การหมุนตัวรวดเร็วและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
- Power Windmills เป็นการหมุนโดยใช้ศีรษะเป็นจุดหมุนเพื่อให้เกิดความเร็วสูง
Windmill (หรือเรียกสั้นๆ ว่า Mill) เป็นหนึ่งในท่าเต้นเบรกแดนซ์ (Breakdancing) ที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยผู้เต้น (Breaker) จะทำการหมุนตัวเป็นวงกลมอย่างต่อเนื่องบนพื้น โดยใช้ส่วนบนของหน้าอก ไหล่ และหลังเป็นจุดหมุน ในขณะที่กางขาเป็นรูปตัว V และเหวี่ยงเหวี่ยงขาไปในอากาศเพื่อสร้างแรงเหวี่ยง

ต้นกำเนิดของท่า Windmill
การค้นพบท่านี้ได้รับเครดิตจาก Crazy Legs แห่งกลุ่ม Rock Steady Crew จากย่านบรอนซ์ นิวยอร์ก โดยท่านี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญเมื่อเขาพยายามทำท่า Chair Freeze แล้วพลาดจนกลายเป็นความต่อเนื่องของการหมุนตัวไปด้านหลัง (Back Spin) จากนั้นท่านี้จึงกลายเป็นท่าที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากลูกเตะของกังฟูที่ทำบนพื้น ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากภาพยนตร์กังฟู (โดยเฉพาะภาพยนตร์ของ บรูซ ลี)
รายละเอียดและเทคนิคการเต้น
การเหวี่ยงขาในท่า Windmill เปรียบเสมือนการหมุนวงเวียนในมือ แรงเหวี่ยงที่เกิดจากการเคลื่อนไหวนี้เป็นแหล่งพลังงานหลักที่ทำให้ผู้เต้นสามารถหมุนตัวได้ เนื่องจากตำแหน่งและการเคลื่อนไหวของขาเป็นพื้นฐานสำคัญของท่า Power Move อื่นๆ ท่า Windmill จึงเป็นท่าพื้นฐานที่ผู้เริ่มต้นควรเรียนรู้เป็นอันดับแรก
รูปแบบพื้นฐาน Stabbed และ Unstabbed
ท่า Windmill พื้นฐานสามารถแบ่งออกเป็นสองรูปแบบหลักๆ คือ:
- Stabbed: เป็นการใช้มือช่วยพยุงเพื่อยกสะโพกให้สูงขึ้น ซึ่งช่วยให้การหมุนตัวครั้งแรกทำได้ง่ายขึ้นและสร้างแรงส่งได้ดี แต่ข้อเสียคือจะทำให้การหมุนต่อเนื่องหลายๆ รอบทำได้ช้าลง เพราะต้องมีการ "restab" หรือการวางมือใหม่ก่อนการหมุนแต่ละรอบ ทำให้ความต่อเนื่องลดลง
- Unstabbed (Forearm Mill): นักเต้นที่ชำนาญแล้วจะเริ่มด้วยท่า Stabbed แต่จะหมุนรอบต่อๆ ไปโดยไม่ใช้มือพยุง (Unstabbed) เพื่อให้การเคลื่อนไหวมีความลื่นไหลและรวดเร็วขึ้น หรือบางคนอาจใช้เทคนิค Coindrop เพื่อข้ามขั้นตอนการ Stab ไปเลย โดยใช้แรงส่งจากการทิ้งตัวลงจากท่อนแขนไปยังไหล่และหลังในขณะที่เหวี่ยงขาเป็นรูปตัว V
หมายเหตุ: ยิ่งผู้เต้นสามารถกางขาได้กว้าง (ใกล้เคียง 180 องศา) มากเท่าไหร่ การหมุนตัวก็จะยิ่งรวดเร็วและสะอาดตามากขึ้นเท่านั้น
Power Windmills และรูปแบบต่างๆ
Power Windmills คือการหมุนตัวโดยไม่ใช้มือ โดยใช้ศีรษะเป็นจุดหมุน ซึ่งจะทำให้การหมุนมีความรวดเร็วขึ้นอย่างมาก และเนื่องจากมือทั้งสองข้างว่าง จึงเกิดเป็นรูปแบบย่อยๆ มากมาย เช่น:
- Nutcrackers: วางมือไว้บริเวณขาหนีบ
- Barrels: งอแขนและไหล่ไว้ด้านหน้าลำตัว เหมือนกำลังกอดถังไม้
- Bellymills: หมุนโดยใช้หน้าอกและหน้าท้องเป็นจุดหมุน แทนที่จะเป็นหลังและศีรษะ
- Handcuffs: ประสานมือไว้ด้านหลัง
- Genies/Coffins: ไขว้มือไว้บนหน้าอก
- Confusions: วางมือไว้ที่หู โดยกางศอกออกด้านนอก
- Eggbeaters: วางมือไว้ที่สะโพก
- Tombstones/Frankensteins: เหยียดแขนและขาตรงไปด้านหน้าลำตัว
- Babymills/Munchmills: หุบขาให้ชิดลำตัวและไขว้กัน โดยแขนอยู่ในท่า Barrel
- Grab Millz: จับขาข้างที่ไม่ได้เตะและดึงเข้าหาลำตัวให้งอในขณะที่หมุน
- Lotus: หมุนในท่าขัดสมาธิ (Lotus position)
- Tap mills: ใช้ขาข้างหนึ่งแตะพื้นในขณะที่หมุนด้วยศีรษะ
- Doubles/No-handed Halos: ใช้ศีรษะยกตัวขึ้นและหมุนสองรอบก่อนที่หลังจะสัมผัสพื้น (ทำให้โด่งดังโดย BBoys MN Joe และ Jamal)
Halos และ Air Track
Halo เป็นท่าที่คล้ายกับ Headmills และ Air Tracks โดยผู้เต้นจะให้ศีรษะสัมผัสพื้นตลอดเวลาในมุม 45 องศา และหมุนตัวรอบศีรษะเป็นรูปวงแหวน (Halo) โดยไม่มีส่วนอื่นของร่างกายสัมผัสพื้น ยกเว้นมือที่อาจใช้พยุงหรือดันตัวเพื่อสร้างแรงส่งในบางจังหวะ ท่านี้มักจะเริ่มจากท่า Windmill เพราะมีความคล้ายคลึงกันและทำได้ง่ายกว่า
Air Track เป็นท่าที่ขั้นสูงกว่า โดยเป็นการทำ Halo หรือ Headtrack ในอากาศ ผู้เต้นจะใช้เพียงมือทั้งสองข้างกระโดดสลับไปมาในลักษณะวงกลม ซึ่งบางคนมองว่าคล้ายกับ Air Flare แต่มีความแตกต่างกันที่ทิศทางของการเคลื่อนที่ (แกน X และ Y)
คำถามที่พบบ่อย
ท่า Windmill คืออะไร?
คือท่าเต้นเบรกแดนซ์ที่ผู้เต้นหมุนตัวเป็นวงกลมบนพื้น โดยใช้ไหล่และหลังเป็นจุดหมุน และเหวี่ยงขาเป็นรูปตัว V เพื่อสร้างแรงเหวี่ยง
ใครเป็นผู้คิดค้นท่า Windmill?
Crazy Legs จากกลุ่ม Rock Steady Crew ในนิวยอร์ก เป็นผู้คิดค้นท่านี้โดยบังเอิญ
ความแตกต่างระหว่าง Stabbed และ Unstabbed Windmill คืออะไร?
Stabbed คือการใช้มือช่วยพยุงเพื่อยกสะโพกให้สูงขึ้นในรอบแรก ส่วน Unstabbed คือการหมุนต่อเนื่องโดยไม่ใช้มือพยุง เพื่อให้เกิดความลื่นไหลและความเร็วที่มากขึ้น
