← กลับไปยังบทความทั้งหมด

อาบู มูซับ อัล-ซาร์กาวี ผู้นำกลุ่มจีฮัดและผู้ก่อตั้งอัลกออิดะห์ในอิรัก

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม Jama'at al-Tawhid wal-Jihad และผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ในอิรัก (AQI)
  • มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนการต่อต้านสหรัฐฯ ในอิรักให้กลายเป็นสงครามกลางเมืองระหว่างนิกายซุนนีและชีอะห์
  • เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของกองทัพสหรัฐฯ ในปี พ.ศ. 2549

อาบู มูซับ อัล-ซาร์กาวี (Abu Musab al-Zarqawi; 30 ตุลาคม พ.ศ. 2509 – 7 มิถุนายน พ.ศ. 2549) หรือชื่อจริงคือ อะห์มัด ฟาดีล นาซาล อัล-คาไลเลห์ (Ahmad Fadeel Nazal al-Khalayleh) เป็นนักรบจีฮัดชาวจอร์แดนผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างเครือข่ายการก่อการร้ายในตะวันออกกลาง เขาเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม Jama'at al-Tawhid wal-Jihad (JTJ) และต่อมาได้กลายเป็นผู้นำของกลุ่ม อัลกออิดะห์ในอิรัก (al-Qaeda in Iraq - AQI)

ภาพถ่ายของอาบู มูซับ อัล-ซาร์กาวี
อาบู มูซับ อัล-ซาร์กาวี ผู้นำกลุ่มติดอาวุธในอิรัก

อัล-ซาร์กาวีเป็นที่รู้จักจากการวางแผนการโจมตีที่รุนแรงในอิรักในช่วงสงครามอิรัก รวมถึงการวางระเบิด การตัดศีรษะตัวประกัน และการโจมตีเป้าหมายพลเรือน ซึ่งส่งผลให้ความขัดแย้งระหว่างกองกำลังสหรัฐฯ กับกลุ่มต่อต้าน กลายเป็นสงครามกลางเมืองระหว่างนิกายชีอะห์และนิกายซุนนีในอิรัก

ประวัติช่วงต้นและครอบครัว

อัล-ซาร์กาวีเกิดในครอบครัวชาวจอร์แดนเชื้อสายปาเลสไตน์ที่มีฐานะยากจนในเมืองซาร์กา (Zarqa) เขาเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก และมีประวัติเป็นอาชญากรข้างถนนในช่วงวัยรุ่น รวมถึงการดื่มสุราและการทะเลาะวิวาท ข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่าเขาลาออกจากโรงเรียนมัธยมและมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมายก่อนจะหันเข้าสู่เส้นทางของกลุ่มจีฮัด

ความสัมพันธ์ในครอบครัวของเขามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มจีฮัดอย่างลึกซึ้ง โดยพี่สาวสามคนของเขาแต่งงานกับบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการจีฮัดในจอร์แดนและอัฟกานิสถาน นอกจากนี้เขายังมีภรรยาหลายคน ซึ่งบางคนเป็นบุตรสาวของนักรบอิสลามสายสุดโต่ง

เส้นทางสู่การเป็นนักรบจีฮัด

ช่วงเวลาในอัฟกานิสถานและปากีสถาน

ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 อัล-ซาร์กาวีเดินทางไปยังอัฟกานิสถานเพื่อเข้าร่วมกับกลุ่มมูจาฮิดีนที่ต่อสู้กับกองทัพโซเวียต เขาเดินทางถึงที่นั่นในปี พ.ศ. 2532 ซึ่งเป็นช่วงที่โซเวียตกำลังถอนตัวออกไป บทบาทของเขาในระยะแรกคือการเป็นผู้สื่อข่าวให้กับจดหมายข่าวอิสลามชื่อ Al-Bonian al-Marsous และได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในเมืองเปชาวาร์ ประเทศปากีสถาน จนสามารถพูดภาษาปาทูได้คล่องแคล่ว

การถูกจำคุกในจอร์แดน

ในปี พ.ศ. 2535 อัล-ซาร์กาวีถูกจับกุมในจอร์แดนหลังจากมีการตรวจพบอาวุธและวัตถุระเบิดในบ้านของเขา ในระหว่างที่ถูกจำคุก เขาได้กลายเป็นผู้นำในกลุ่มนักโทษ โดยการเผยแพร่ความเชื่อทางศาสนาที่รุนแรงและพยายามชักชวนเพื่อนร่วมห้องขังให้ร่วมมือกันล้มล้างรัฐบาลจอร์แดน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาเริ่มสร้างชื่อเสียงในฐานะ "เชค" และท่องจำคัมภีร์อัลกุรอานจนจบ

บทบาทในสงครามอิรักและการก่อตั้ง AQI

หลังจากออกจากคุก อัล-ซาร์กาวีได้กลับไปยังอัฟกานิสถานและพบกับโอซามา บิน ลาดิน ในปี พ.ศ. 2542 อย่างไรก็ตาม ความเชื่อเรื่อง ตักฟีร (Takfir - การตัดสินว่ามุสลิมคนอื่นเป็นผู้ตกศาสนาเพื่อสร้างความชอบธรรมในการฆ่า) ของเขาทำให้เกิดความขัดแย้งกับบิน ลาดิน ในช่วงแรก

ในปี พ.ศ. 2546 เขาได้นำกลุ่ม Jama'at al-Tawhid wal-Jihad (JTJ) เข้าสู่ประเทศอิรักเพื่อต่อต้านการรุกรานของสหรัฐฯ เขาใช้กลยุทธ์การโจมตีที่โหดเหี้ยมเพื่อสร้างความหวาดกลัว และประกาศสงครามกับชาวชีอะห์ในอิรัก โดยมองว่าชาวชีอะห์เป็นศัตรูที่ต้องกำจัด ซึ่งนำไปสู่การระเบิดพลีชีพในมัสยิดและพื้นที่ชุมชนของชาวชีอะห์จำนวนมาก

ในปี พ.ศ. 2547 อัล-ซาร์กาวีได้ประกาศความจงรักภักดีต่อโอซามา บิน ลาดิน และเปลี่ยนชื่อกลุ่ม JTJ เป็น อัลกออิดะห์ในอิรัก (al-Qaeda in Iraq - AQI) โดยเขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นเอมีร์ (ผู้นำ) ของกลุ่ม

การเสียชีวิต

อาบู มูซับ อัล-ซาร์กาวี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2549 จากการโจมตีทางอากาศโดยกองกำลังร่วมของสหรัฐฯ ในบ้านพักลับที่เมืองฮิบฮิบ (Hibhib) ประเทศอิรัก ขณะที่เขากำลังเข้าร่วมการประชุม

คำถามที่พบบ่อย

อาบู มูซับ อัล-ซาร์กาวี คือใคร?

เขาเป็นนักรบจีฮัดชาวจอร์แดน ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ในอิรัก (AQI) และผู้ก่อตั้งกลุ่ม Jama'at al-Tawhid wal-Jihad ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการก่อการร้ายในอิรักช่วงสงครามอิรัก

อัล-ซาร์กาวีมีความสัมพันธ์อย่างไรกับอัลกออิดะห์?

เดิมเขานำกลุ่มอิสระชื่อ JTJ แต่ในปี พ.ศ. 2547 เขาได้ประกาศความจงรักภักดีต่อโอซามา บิน ลาดิน และเปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็นอัลกออิดะห์ในอิรัก (AQI)

ทำไมอัล-ซาร์กาวีจึงโจมตีชาวชีอะห์ในอิรัก?

เขาใช้แนวคิดตักฟีร (Takfir) เพื่อตัดสินว่าชาวชีอะห์เป็นผู้ตกศาสนาและไม่ใช่ชาวมุสลิมที่แท้จริง เพื่อสร้างความชอบธรรมในการโจมตีและฆ่าชาวชีอะห์เพื่อจุดประสงค์ทางการเมืองและศาสนา