สาธารณรัฐและจังหวัดปกครองตนเองของสหภาพโซเวียต
สรุปใจความสำคัญ
- ASSR มีสถานะการปกครองที่อยู่ระหว่างสาธารณรัฐสมาชิก (Union Republics) และจังหวัดปกครองตนเอง (Autonomous Oblasts)
- วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งคือเพื่อสร้างเขตการปกครองให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในสหภาพโซเวียต
- นโยบาย Korenizatsiya ในทศวรรษ 1920 เป็นช่วงที่หน่วยปกครองตนเองได้รับอำนาจการบริหารและวัฒนธรรมสูงสุด
- จังหวัดปกครองตนเองยิว (Jewish Autonomous Oblast) เป็นหนึ่งในไม่กี่หน่วยงานที่ไม่ได้ยกระดับสถานะเป็นสาธารณรัฐในช่วงการล่มสลายของโซเวียต
ในโครงสร้างการบริหารราชการของสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต (USSR) มีการจัดตั้งหน่วยการปกครองพิเศษที่เรียกว่า สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตปกครองตนเอง (Autonomous Soviet Socialist Republic หรือ ASSR) และ จังหวัดปกครองตนเอง (Autonomous Oblast) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างพื้นที่การปกครองให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านั้นได้เป็นประชากรหลักในพื้นที่ของตนเอง
ในเชิงลำดับชั้นทางอำนาจ ASSR มีสถานะต่ำกว่าสาธารณรัฐสมาชิก (Union Republics) แต่มีสถานะสูงกว่าจังหวัดปกครองตนเอง (Autonomous Oblasts) และเขตปกครองตนเอง (Autonomous Okrugs)

ระดับความอิสระและการบริหาร
ระดับของอำนาจทางการเมือง การบริหาร และวัฒนธรรมที่หน่วยปกครองตนเองเหล่านี้ได้รับนั้นมีความผันผวนตามยุคสมัย โดยช่วงที่มีความอิสระสูงสุดคือในช่วงทศวรรษ 1920 (ยุค Korenizatsiya หรือนโยบายส่งเสริมรากเหง้าท้องถิ่น), ช่วงทศวรรษ 1950 หลังการถึงแก่อสัญกรรมของโจเซฟ สตาลิน และในยุคของเลโอนิด เบรจเนฟ (ค.ศ. 1964–1982)
ตัวอย่างเช่น ในสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซีย (RSFSR) ประธานรัฐบาลของ ASSR ต่างๆ จะมีสถานะเป็นสมาชิกของรัฐบาล RSFSR อย่างเป็นทางการด้วย
ประวัติการก่อตั้งและวิวัฒนาการทางกฎหมาย
รากฐานของหน่วยปกครองตนเองเริ่มต้นจากรัฐธรรมนูญปี 1918 ของ RSFSR (มาตรา 11) ซึ่งระบุว่าสามารถจัดตั้งสหภาพภูมิภาคปกครองตนเองสำหรับกลุ่มที่มี "วิถีชีวิตและองค์ประกอบทางชาติพันธุ์ที่โดดเด่น" ได้
- จุดเริ่มต้น: ในวันที่ 19 ตุลาคม 1918 สภาคอมมิสซาร์ประชาชนของ RSFSR ได้จัดตั้ง "คอมมูนแรงงานของชาวเยอรมันในโวลกา" (Labour Commune of Volga Germans) ซึ่งถือเป็นต้นแบบของสาธารณรัฐและจังหวัดปกครองตนเองในเวลาต่อมา ตามด้วยคอมมูนแรงงานคาเรเลียในปี 1920
- การเปลี่ยนผ่าน: ในปี 1923 คอมมูนแรงงานเหล่านี้ได้ถูกเปลี่ยนสถานะเป็น ASSR ทำให้รูปแบบคอมมูนแรงงานสิ้นสุดลง
- การรับรองทางกฎหมาย: รัฐธรรมนูญสหภาพโซเวียตปี 1924 เริ่มมีการกล่าวถึงสาธารณรัฐและจังหวัดปกครองตนเอง และถูกบัญญัติไว้อย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญ RSFSR ปี 1925 ต่อมาในรัฐธรรมนูญสหภาพโซเวียตปี 1936 ได้มีการระบุรายชื่อหน่วยปกครองตนเองทั้งหมดไว้ในมาตรา 22 ถึง 29
- การปรับปรุงครั้งสุดท้าย: รัฐธรรมนูญปี 1977 ได้เปลี่ยนชื่อ "เขตชาติพันธุ์" (National Okrugs) เป็น "เขตปกครองตนเอง" (Autonomous Okrugs) และกำหนดสถานะควบคู่ไปกับจังหวัดปกครองตนเอง
การล่มสลายและ "ขบวนการประกาศเอกราช" (Parade of Sovereignties)
ต่างจากสาธารณรัฐสมาชิก รัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุสิทธิในการแยกตัวออกจากสหภาพสำหรับหน่วยปกครองตนเอง อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายยุคโซเวียตได้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่สำคัญ:
- กฎหมายปี 1990: เมื่อวันที่ 3 เมษายน 1990 มีกฎหมายระบุว่าหากสาธารณรัฐสมาชิกลงมติแยกตัวออกจากสหภาพโซเวียต หน่วยปกครองตนเอง (ASSR, Oblast, Okrug) มีสิทธิทำประชามติเพื่อตัดสินใจว่าจะอยู่ในสหภาพโซเวียตต่อไปหรือจะแยกตัวออกไปพร้อมกับสาธารณรัฐสมาชิกนั้นๆ
- การประกาศเอกราช: หลังจากการเสนอสนธิสัญญาใหม่ของมิคาอิล กอร์บาชอฟ ในเดือนกรกฎาคม 1990 สาธารณรัฐปกครองตนเองส่วนใหญ่ได้ประกาศอธิปไตยของตนเอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "Parade of Sovereignties"
- บทสรุป: แม้จะมีความพยายามในการร่างสนธิสัญญาว่าด้วยสหภาพแห่งรัฐอธิปไตย (Union of Sovereign States) เพื่อให้หน่วยปกครองตนเองมีสิทธิลงนาม แต่ความพยายามนี้ล้มเหลวเนื่องจากการรัฐประหารในเดือนสิงหาคม 1991
กรณีศึกษาในภูมิภาคต่างๆ
สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซีย (RSFSR)
ตามรัฐธรรมนูญปี 1978 ของ RSFSR มีการรับรองสาธารณรัฐปกครองตนเอง 16 แห่ง และจังหวัดปกครองตนเอง 5 แห่ง โดยเดิมทีจังหวัดปกครองตนเองจะขึ้นตรงต่อเขต (Krais) แต่ต่อมาในปี 1990 ได้ถูกเปลี่ยนให้ขึ้นตรงต่อ RSFSR โดยตรง
ในช่วงปี 1991 สาธารณรัฐปกครองตนเองและจังหวัดปกครองตนเองส่วนใหญ่ได้ยกระดับสถานะเป็นสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต (SSR) และกลายเป็นสาธารณรัฐของรัสเซียในเวลาต่อมา ยกเว้น จังหวัดปกครองตนเองยิว (Jewish Autonomous Oblast) ที่ยังคงสถานะเดิมไว้
สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตยูเครน (Ukrainian SSR)
- ไครเมีย: ถูกโอนย้ายมาอยู่ภายใต้การดูแลของยูเครนในปี 1954 และได้รับการยกระดับเป็น ASSR ในปี 1991 (ปัจจุบันเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างยูเครนและรัสเซีย)
- มอลโดวา: เริ่มต้นจากการเป็นจังหวัดปกครองตนเองในปี 1924 ก่อนจะกลายเป็น ASSR และยกระดับเป็นสาธารณรัฐสมาชิก (Moldavian SSR) ในปี 1940 ซึ่งต่อมากลายเป็นประเทศมอลโดวาที่เป็นเอกราชในปัจจุบัน
คำถามที่พบบ่อย
ASSR คืออะไร?
ASSR ย่อมาจาก Autonomous Soviet Socialist Republic หรือ สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตปกครองตนเอง เป็นหน่วยการปกครองระดับภูมิภาคในสหภาพโซเวียตที่จัดตั้งขึ้นเพื่อกลุ่มชาติพันธุ์เฉพาะ โดยมีสถานะต่ำกว่าสาธารณรัฐสมาชิกแต่สูงกว่าจังหวัดปกครองตนเอง
ความแตกต่างระหว่างสาธารณรัฐสมาชิกและสาธารณรัฐปกครองตนเองคืออะไร?
สาธารณรัฐสมาชิก (Union Republics) เป็นหน่วยการปกครองระดับสูงสุดที่มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญในการแยกตัวออกจากสหภาพโซเวียต ในขณะที่สาธารณรัฐปกครองตนเอง (ASSR) เป็นหน่วยการปกครองที่อยู่ภายใต้สาธารณรัฐสมาชิกอีกทีหนึ่ง และเดิมไม่มีสิทธิในการแยกตัวโดยอิสระ
Parade of Sovereignties คืออะไร?
คือปรากฏการณ์ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ถึงต้น 1990 ที่สาธารณรัฐและหน่วยปกครองตนเองต่างๆ ภายในสหภาพโซเวียตเริ่มประกาศอธิปไตยหรือความเป็นอิสระจากรัฐบาลกลางที่มอสโก ซึ่งนำไปสู่การล่มสลายของสหภาพโซเวียตในที่สุด
