← กลับไปยังบทความทั้งหมด

พระราชวังเบลนไฮม์ มรดกโลกและบ้านเกิดของวินสตัน เชอร์ชิลล์

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นมรดกโลกของ UNESCO ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1987
  • เป็นสถานที่เกิดของเซอร์ วินสตัน เชอร์ชิลล์
  • สร้างขึ้นเพื่อเป็นรางวัลแก่ดุ๊กแห่งมาร์ลโบโรที่ 1 จากชัยชนะในยุทธการที่เบลนไฮม์
  • ออกแบบในสไตล์บาโรกอังกฤษ (English Baroque) โดยเซอร์ จอห์น แวนบรู

พระราชวังเบลนไฮม์ (Blenheim Palace) เป็นคฤหาสน์ชนบทขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองวูดสต็อก (Woodstock) ในมณฑลออกซฟอร์ดเชียร์ ประเทศอังกฤษ เป็นที่พำนักของดุ๊กแห่งมาร์ลโบโร (Dukes of Marlborough) และเป็นสถานที่เกิดของเซอร์ วินสตัน เชอร์ชิลล์ (Sir Winston Churchill) รัฐบุรุษผู้โด่งดังของอังกฤษ

เดิมทีสถานที่แห่งนี้ถูกเรียกว่า "ปราสาทเบลนไฮม์" (Blenheim Castle) ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อพระราชวังเบลนไฮม์ในช่วงศตวรรษที่ 19 อาคารแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในบ้านพักอาศัยที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ โดยก่อสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1705 ถึง 1722 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO ในปี ค.ศ. 1987

ทัศนียภาพภายนอกของพระราชวังเบลนไฮม์
ทัศนียภาพอันโอ่อ่าของพระราชวังเบลนไฮม์

ประวัติการก่อสร้างและที่มา

พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นรางวัลแก่ จอห์น เชอร์ชิลล์ ดุ๊กแห่งมาร์ลโบโรที่ 1 (1st Duke of Marlborough) สำหรับชัยชนะทางทหารเหนือฝรั่งเศสและบาวาเรียในสงครามสืบราชสมบัติสเปน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุทธการที่เบลนไฮม์ (Battle of Blenheim) ปี ค.ศ. 1704 ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ปัจจุบันคือตอนใต้ของประเทศเยอรมนี

ที่ดินที่ใช้ก่อสร้างพระราชวังได้รับมอบเป็นของขวัญ และการก่อสร้างเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1705 โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินบางส่วนจากสมเด็จพระราชินีแอนน์ (Queen Anne) อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ประสบปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง จนนำไปสู่การที่ราชสำนักระงับการสนับสนุนทางการเงินในปี ค.ศ. 1712 ส่งผลให้ดุ๊กแห่งมาร์ลโบโรต้องลี้ภัยไปยังทวีปยุโรปเป็นเวลาสามปี และส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของสถาปนิกผู้ออกแบบอย่าง เซอร์ จอห์น แวนบรู (Sir John Vanbrugh)

รายละเอียดทางสถาปัตยกรรมของพระราชวังเบลนไฮม์
รายละเอียดการตกแต่งสถาปัตยกรรมแบบบาโรก

สถาปัตยกรรมและลักษณะเด่น

พระราชวังเบลนไฮม์ถูกออกแบบในสไตล์ บาโรกอังกฤษ (English Baroque) ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ได้รับความนิยมในระยะเวลาสั้นๆ ความโอ่อ่าและซับซ้อนของตัวอาคารทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในแง่บวกและแง่ลบมาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1720

นอกจากจะเป็นที่พำนักของครอบครัวเชอร์ชิลล์ (ต่อมาคือตระกูลสเปนเซอร์-เชอร์ชิลล์) มายาวนานกว่า 300 ปีแล้ว พระราชวังแห่งนี้ยังมีลักษณะพิเศษคือการใช้งานที่ผสมผสานกันระหว่าง บ้านพักอาศัยส่วนตัว, สุสาน (Mausoleum) และ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ

ภายในพระราชวังเบลนไฮม์
การตกแต่งภายในที่สะท้อนถึงความมั่งคั่งและอำนาจ

ความสำคัญทางประวัติศาสตร์และบุคคลสำคัญ

นอกเหนือจากดุ๊กแห่งมาร์ลโบโรผู้ก่อตั้งแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะสถานที่เกิดของ วินสตัน เชอร์ชิลล์ ซึ่งเติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของตระกูล

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 พระราชวังเบลนไฮม์เกือบต้องเผชิญกับความเสื่อมโทรม แต่ได้รับการกอบกู้ไว้ได้ด้วยเงินทุนจากการสมรสของดุ๊กแห่งมาร์ลโบโรคนที่ 9 กับ คอนซูเอโล แวนเดอร์บิลต์ (Consuelo Vanderbilt) ทายาทมหาเศรษฐีทางรถไฟชาวอเมริกัน

สวนและภูมิทัศน์รอบพระราชวัง
สวนและพื้นที่สีเขียวที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีต
มุมมองกว้างของอาคารพระราชวัง
ความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมบาโรกอังกฤษ

คำถามที่พบบ่อย

พระราชวังเบลนไฮม์ตั้งอยู่ที่ไหน?

ตั้งอยู่ที่เมืองวูดสต็อก มณฑลออกซฟอร์ดเชียร์ ประเทศอังกฤษ

ทำไมพระราชวังเบลนไฮม์ถึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์?

เป็นอนุสรณ์สถานแห่งชัยชนะในยุทธการที่เบลนไฮม์ และเป็นบ้านเกิดของวินสตัน เชอร์ชิลล์ รัฐบุรุษคนสำคัญของอังกฤษ

ใครเป็นผู้ออกแบบพระราชวังแห่งนี้?

ออกแบบโดยเซอร์ จอห์น แวนบรู (Sir John Vanbrugh) ในสไตล์บาโรกอังกฤษ

พระราชวังเบลนไฮม์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อใด?

ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1987