เปรียบเทียบ Lojban และ Loglan สองภาษาประดิษฐ์เชิงตรรกะ
สรุปใจความสำคัญ
- Lojban ถูกสร้างขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาลิขสิทธิ์คำศัพท์ของ Loglan โดยการสร้างคำศัพท์ชุดใหม่ที่อ้างอิงจำนวนผู้พูดภาษาในโลกปัจจุบัน
- Lojban มีการกำหนดไวยากรณ์ที่ชัดเจนผ่าน Parsing Expression Grammar และ YACC ทำให้มีความได้เปรียบในการนำไปใช้กับคอมพิวเตอร์
- ความแตกต่างทางเสียงที่สำคัญคือ Lojban ตัดตัวอักษร q และ w ออก และใช้ x แทน h
Lojban และ Loglan เป็นภาษาประดิษฐ์ (constructed languages) ที่ถูกสร้างขึ้นโดยมีพื้นฐานจากตรรกศาสตร์ แม้ว่าทั้งสองภาษาจะมีเป้าหมายที่คล้ายคลึงกัน แต่มีความแตกต่างที่สำคัญในหลายด้าน ทั้งในเรื่องของประวัติศาสตร์ คำศัพท์ ไวยากรณ์ และระบบเสียง
ประวัติความเป็นมา
Loglan ถูกสร้างขึ้นโดย James Cooke Brown และบริหารจัดการโดย The Loglan Institute (TLI) ในขณะที่ Lojban เกิดขึ้นจากกลุ่ม The Logical Language Group (LLG) ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นกลุ่มแยกตัวออกมาจากวอชิงตัน ดี.ซี. โดยกลุ่ม LLG มองว่า Lojban คือการทำให้ Loglan กลายเป็นจริง (A Realization of Loglan) และถือว่าเป็นเวอร์ชันหนึ่งของ Loglan
ความแตกต่างด้านคำศัพท์ (Lexicon)
ความแตกต่างที่เด่นชัดที่สุดระหว่างสองภาษานี้คือเรื่องของคำศัพท์ ในปี 1986 กลุ่ม LLG ตัดสินใจสร้างคำศัพท์ขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการอ้างสิทธิ์ในลิขสิทธิ์ของ Dr. Brown แม้ว่าในภายหลังศาลจะตัดสินว่าการอ้างสิทธิ์นั้นไม่มีผล แต่คำศัพท์ชุดใหม่ของ Lojban ก็ได้ถูกนำมาใช้จนกลายเป็นมาตรฐานไปแล้ว
การสร้างคำศัพท์พื้นฐาน
ทั้งสองภาษาใช้หลักการเดียวกันในการสร้างคำศัพท์ 5 ตัวอักษร โดยการเลือกเสียงที่มีความคล้ายคลึงกับคำในภาษาที่พูดกันแพร่หลายที่สุดในโลก แต่ Lojban ได้ปรับปรุงการให้น้ำหนักตามจำนวนผู้พูดในปัจจุบัน ทำให้คำศัพท์ใน Lojban มีอิทธิพลจากภาษาจีนมากขึ้นและลดอิทธิพลจากภาษาอังกฤษลง ตัวอย่างเช่น:
- คำว่า "ปกติ" ใน Loglan คือ norma
- คำว่า "ปกติ" ใน Lojban คือ cnano (ซึ่งอ้างอิงจากภาษาจีน 常 - cháng)
อย่างไรก็ตาม ยังมีคำจำนวนมากที่ทั้งสองภาษายังคงใช้เหมือนกัน ทำให้ในบางกรณีสามารถสร้างประโยคที่มีความหมายและการออกเสียงเหมือนกันทุกประการได้
ไวยากรณ์และโครงสร้าง (Grammar)
โดยพื้นฐานแล้ว Loglan และ Lojban มีไวยากรณ์ที่คล้ายกันมาก ประโยคบอกเล่าพื้นฐานส่วนใหญ่สามารถแปลแบบคำต่อคำได้ แต่มีความแตกต่างในรายละเอียดและรากฐานทางรูปแบบ:
- Lojban: กำหนดไวยากรณ์อย่างเคร่งครัดโดยใช้รูปแบบ Parsing Expression Grammar และ YACC ซึ่งทำให้มีความชัดเจนและนำไปประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติได้ง่ายกว่า
- Loglan: มีไวยากรณ์สำหรับเครื่องจักรเช่นกัน แต่ไม่ได้เป็นตัวกำหนดเด็ดขาด โดยจะอ้างอิงจากคลังประโยคขนาดเล็กที่สะสมมาหลายทศวรรษ
คำศัพท์ทางเทคนิค (Terminology)
การเรียกชื่อองค์ประกอบทางภาษาในภาษาอังกฤษมีความแตกต่างกันดังนี้:
| แนวคิด | คำเรียกใน Loglan | คำเรียกใน Lojban |
|---|---|---|
| คำราก (Root words) | Primitives / Prims | Gismu |
| คำทางไวยากรณ์ (Particles) | Little words | Cmavo |
| โครงสร้างคำขยาย (Modifier-modificand) | Metaphor | Tanru |
| คำยืม (Borrowed word) | Borrowing | Fu'ivla |
ระบบเสียง (Phonology)
Lojban มีการปรับเปลี่ยนระบบเสียงจาก Loglan ดังนี้:
- ตัดพยัญชนะ q และสระ w ออก
- แทนที่พยัญชนะ h ด้วย x
- เพิ่มเครื่องหมาย ' (apostrophe) เพื่อแทนเสียง [h] ในสัทอักษรสากล (IPA) ซึ่งทำหน้าที่เป็น "เสียงเลื่อนไม่ก้อง" (voiceless glide)
นอกจากนี้ Lojban ยังมีระบบการประสมเสียง (phonotactics) ที่เข้มงวดและชัดเจนกว่า Loglan
คำถามที่พบบ่อย
Lojban และ Loglan แตกต่างกันอย่างไรในด้านคำศัพท์?
Lojban ได้สร้างคำศัพท์ขึ้นใหม่เกือบทั้งหมดโดยปรับปรุงการให้น้ำหนักตามจำนวนผู้พูดภาษาต่างๆ ในปัจจุบัน ทำให้มีอิทธิพลจากภาษาจีนมากขึ้นเมื่อเทียบกับ Loglan
ไวยากรณ์ของทั้งสองภาษาเหมือนกันหรือไม่?
มีความคล้ายคลึงกันมากในระดับพื้นฐาน แต่ Lojban มีการกำหนดรูปแบบไวยากรณ์ที่เป็นทางการและเข้มงวดกว่าผ่านระบบคอมพิวเตอร์
ทำไมถึงต้องมีการสร้าง Lojban ขึ้นมาแทนที่ Loglan?
สาเหตุหลักเกิดจากความขัดแย้งเรื่องลิขสิทธิ์ในคำศัพท์ที่ James Cooke Brown ผู้สร้าง Loglan อ้างสิทธิ์ไว้ ทำให้กลุ่ม LLG ต้องสร้างคำศัพท์ชุดใหม่ขึ้นมา