ขีปนาวุธร่อน เทคโนโลยี การพัฒนา และการใช้งานทางทหาร
สรุปใจความสำคัญ
- ขีปนาวุธร่อนแตกต่างจากขีปนาวุธวิถีโค้ง (Ballistic Missile) ตรงที่ใช้แรงยกทางอากาศพลศาสตร์ในการบินและสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางได้
- ขีปนาวุธ V-1 ของเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2 ถือเป็นขีปนาวุธร่อนรุ่นแรกที่ถูกนำมาใช้งานจริงในเชิงปฏิบัติการ
- ความสามารถหลักของขีปนาวุธร่อนสมัยใหม่คือการบินในระดับต่ำมาก (Low-altitude trajectory) เพื่อหลบหลีกการตรวจจับของเรดาร์
- ความเร็วของขีปนาวุธร่อนมีหลายระดับ ตั้งแต่ความเร็วต่ำกว่าเสียง (Subsonic) ไปจนถึงความเร็วเหนือเสียงขั้นสูง (Hypersonic)
ขีปนาวุธร่อน (Cruise Missile) คือขีปนาวุธนำวิถีที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองและไม่มีผู้ควบคุม โดยใช้แรงยกทางอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic Lift) เพื่อรักษาการบินตลอดเส้นทางส่วนใหญ่ของวิถีการเคลื่อนที่ ขีปนาวุธประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งหัวรบหรือน้ำหนักบรรทุกขนาดใหญ่ไปยังเป้าหมายในระยะไกลด้วยความแม่นยำสูง
ในปัจจุบัน ขีปนาวุธร่อนมีความสามารถในการเดินทางด้วยความเร็วตั้งแต่ระดับต่ำกว่าเสียง (Subsonic) ความเร็วเหนือเสียง (Supersonic) ไปจนถึงความเร็วเหนือเสียงขั้นสูง (Hypersonic) โดยมีระบบนำทางในตัวและสามารถบินในวิถีที่ไม่ใช่แบบวิถีโค้ง (Non-ballistic) ซึ่งมักจะบินในระดับความสูงที่ต่ำมากเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของระบบเรดาร์
ประวัติการพัฒนา

แนวคิดยุคแรกเริ่ม
แนวคิดเรื่อง "ตอร์ปิโดทางอากาศ" ปรากฏครั้งแรกในภาพยนตร์อังกฤษเรื่อง The Airship Destroyer ในปี 1909 ซึ่งนำเสนอภาพของตอร์ปิโดบินได้ที่ควบคุมผ่านระบบไร้สาย ต่อมาในปี 1916 ลอว์เรนซ์ สเปอร์รี (Lawrence Sperry) นักบินชาวอเมริกันได้สร้างและจดสิทธิบัตร "ตอร์ปิโดทางอากาศ" ในชื่อ Hewitt-Sperry Automatic Airplane ซึ่งเป็นเครื่องบินปีกสองชั้นขนาดเล็กที่บรรจุระเบิด TNT พร้อมระบบบินอัตโนมัติ (Autopilot) และระบบควบคุมระดับความสูงด้วยความดันบรรยากาศ
ในช่วงเวลาเดียวกัน กองทัพสหรัฐฯ ได้พัฒนา "Kettering Bug" ซึ่งเป็นระเบิดบินได้ในลักษณะเดียวกัน ขณะที่เยอรมนีได้เริ่มทดสอบเครื่องร่อนควบคุมระยะไกล (Torpedogleiter) โดยบริษัท Siemens-Schuckert ตั้งแต่ปี 1916 เช่นกัน
การพัฒนาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
เยอรมนีเป็นประเทศแรกที่นำขีปนาวุธร่อนมาใช้งานจริงในเชิงปฏิบัติการในปี 1944 โดยใช้ V-1 (Fieseler Fi 103) หรือที่รู้จักในชื่อ "ระเบิดบินได้" (Flying Bomb) ขีปนาวุธรุ่นนี้ใช้ระบบนำทางด้วยไจโรสโคปและขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์พัลส์เจ็ต (Pulsejet) ซึ่งทำให้เกิดเสียงดังเป็นเอกลักษณ์จนได้รับฉายาว่า "Buzz Bomb"
แม้ว่า V-1 จะมีความแม่นยำต่ำ (เหมาะสำหรับเป้าหมายขนาดใหญ่ เช่น เมือง) และมีระยะยิงเพียง 250 กิโลเมตร แต่มีข้อดีในด้านความเร็วและการประหยัดต้นทุนเมื่อเทียบกับเครื่องบินทิ้งระเบิดหรือขีปนาวุธ V-2 นอกจากนี้ เยอรมนียังได้พัฒนาโครงการ Mistel ซึ่งเป็นการนำเครื่องบินขับไล่มาติดตั้งบนเครื่องบินทิ้งระเบิดไร้คนขับที่บรรจุระเบิด ซึ่งถือเป็นรูปแบบเริ่มต้นของขีปนาวุธร่อนที่ปล่อยจากอากาศ
ยุคสงครามเย็นและการพัฒนาขั้นสูง
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐอเมริกาได้ดำเนินโครงการขีปนาวุธนำวิถีหลายโครงการ เช่น SM-62 Snark และ MGM-1 Matador โดย Matador เป็นขีปนาวุธพื้นสู่พื้นแบบมีปีกที่สามารถบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ได้ และถูกนำไปประจำการในเยอรมนีตะวันตกในปี 1954 เพื่อคานอำนาจกับกลุ่มประเทศกติกาสัญญาเวอซอ
ในช่วงปี 1957 ถึง 1961 สหรัฐฯ พยายามพัฒนาขีปนาวุธร่อนพลังงานนิวเคลียร์ในโครงการ Supersonic Low Altitude Missile (SLAM) ซึ่งออกแบบให้บินต่ำกว่าเรดาร์ด้วยความเร็วเหนือเสียง (Mach 3) และบรรทุกระเบิดไฮโดรเจน แม้จะประสบความสำเร็จในการทดสอบเครื่องยนต์ขนาด 500 เมกะวัตต์ แต่โครงการนี้ถูกยกเลิกในที่สุดเพื่อเปลี่ยนไปพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) แทน
ในขณะเดียวกัน สหภาพโซเวียตได้ให้ความสำคัญกับขีปนาวุธร่อนขนาดใหญ่เพื่อใช้ทำลายกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ โดยมีการพัฒนาเรือดำน้ำชั้น Echo และ Oscar เพื่อบรรทุกขีปนาวุธเหล่านี้โดยเฉพาะ
คำถามที่พบบ่อย
ขีปนาวุธร่อนแตกต่างจากขีปนาวุธวิถีโค้งอย่างไร?
ขีปนาวุธร่อน (Cruise Missile) บินด้วยแรงยกทางอากาศพลศาสตร์และสามารถควบคุมทิศทางได้ตลอดการบิน มักบินในระดับต่ำเพื่อหลบเรดาร์ ในขณะที่ขีปนาวุธวิถีโค้ง (Ballistic Missile) จะถูกยิงขึ้นไปในชั้นบรรยากาศหรืออวกาศแล้วตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงในวิถีโค้ง
ขีปนาวุธ V-1 มีฉายาว่าอะไรและเพราะเหตุใด?
มีฉายาว่า 'Buzz Bomb' หรือ 'Doodlebug' เนื่องจากเสียงการทำงานของเครื่องยนต์พัลส์เจ็ต (Pulsejet) ที่มีเสียงดังเป็นเอกลักษณ์ขณะบิน
ทำไมขีปนาวุธร่อนถึงมักบินในระดับต่ำ?
การบินในระดับต่ำช่วยให้ขีปนาวุธสามารถใช้ภูมิประเทศ (เช่น หุบเขา) บดบังตัวเครื่อง และอยู่ต่ำกว่าระยะตรวจจับของระบบเรดาร์ป้องกันภัยทางอากาศ ทำให้เข้าถึงเป้าหมายได้โดยไม่ถูกตรวจพบ


