← กลับไปยังบทความทั้งหมด

รถจักรไอน้ำแบบ Engerth นวัตกรรมสำหรับทางรถไฟสายภูเขา

สรุปใจความสำคัญ

  • ออกแบบโดย Wilhelm Freiherr von Engerth เพื่อใช้งานบนทางรถไฟสาย Semmering ในออสเตรีย
  • มีจุดเด่นที่เทนเดอร์แบบข้อต่อที่ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะของล้อขับเคลื่อนโดยการถ่ายโอนน้ำหนัก
  • ช่วยให้รถจักรสามารถวิ่งผ่านโค้งแคบๆ ของทางรถไฟสายภูเขาได้ดีขึ้น
  • ถูกนำไปใช้ในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงสเปน, โรมาเนีย และสวิตเซอร์แลนด์

รถจักรไอน้ำแบบ Engerth เป็นรถจักรไอน้ำแบบข้อต่อยุคแรกๆ ที่ออกแบบโดย Wilhelm Freiherr von Engerth เพื่อใช้งานบนทางรถไฟสาย Semmering ในประเทศออสเตรีย ซึ่งเป็นหนึ่งในทางรถไฟสายภูเขาที่ท้าทายที่สุดในยุคแรก

การออกแบบและจุดเด่น

ลักษณะเด่นของรถจักรแบบ Engerth คือการมี เทนเดอร์ (Tender) แบบข้อต่อ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างหลักของรถจักร สิ่งนี้ช่วยให้น้ำหนักของเชื้อเพลิงและน้ำบางส่วนถูกถ่ายโอนไปยังล้อขับเคลื่อน ซึ่งช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะ (Adhesion) ในขณะที่การออกแบบแบบข้อต่อช่วยให้รถจักรสามารถเลี้ยวโค้งแคบๆ ของทางรถไฟสายภูเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รถจักรไอน้ำแบบ Engerth
ตัวอย่างรถจักรไอน้ำแบบ Engerth

ผู้ออกแบบ Wilhelm von Engerth

Wilhelm von Engerth เกิดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 1814 ที่ Pless, Upper Silesia (ปัจจุบันคือ Pszczyna, ประเทศโปแลนด์) เขาเริ่มต้นจากการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมก่อนจะเปลี่ยนมาศึกษาวิศวกรรมเครื่องกลในปี 1834 ต่อมาเขาได้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของทางรถไฟแห่งรัฐออสเตรีย (Imperial Austrian State Railways) และได้รับบรรดาศักดิ์เป็นบารอน (Freiherr) ในปี 1875

Wilhelm von Engerth
Wilhelm von Engerth ผู้ออกแบบรถจักร

ประวัติและการใช้งานบนทางรถไฟสาย Semmering

ทางรถไฟสาย Semmering เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 1854 โดยมีลักษณะเด่นคือทางลาดชันและโค้งแคบ ซึ่งต้องการรถจักรที่มีสมรรถนะสูงเป็นพิเศษ

ในการคัดเลือกตัวรถจักร มีการจัดแข่งขันเพื่อหาแบบที่เหมาะสมที่สุด โดยมีผู้เข้าแข่งขัน 4 ราย ได้แก่ Bavaria (สร้างโดย Maffei), Wiener-Neustadt, Seraing และ Vindobona แม้ว่าทุกคันจะผ่านเงื่อนไขการทดสอบ แต่ไม่มีคันใดที่มีความน่าเชื่อถือในการใช้งานจริง จนนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดเป็นรถจักรแบบ Fairlie, Meyer และ Mallet ในเวลาต่อมา

Engerth locomotive coin
เหรียญ 25 ยูโรของออสเตรียที่แสดงรูปรถจักร Engerth

ประสิทธิภาพของรถจักร Engerth

รถจักรแบบ Engerth สามารถทำความเร็วได้ 19 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขณะขึ้นทางลาดชัน 1 ใน 40 (2.5%) โดยมีการนำน้ำหนักจากเทนเดอร์มาช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะ ซึ่งในตอนแรกมีการออกแบบให้มีระบบขับเคลื่อนทางอ้อมจากล้อขับเคลื่อนหลักไปยังล้อใต้เทนเดอร์ แต่ระบบนี้มีความซับซ้อนเกินไปและถูกตัดออกในภายหลัง

การแพร่หลายและรุ่นย่อย

การออกแบบนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในทางรถไฟสายภูเขาในเทือกเขาแอลป์ โดยมีการจัดวางล้อในหลายรูปแบบ เช่น 0-4-4T, 0-4-6T, 2-6-4T, 0-6-4T และ 0-8-6T และถูกนำไปใช้ในหลายประเทศ เช่น บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, ฝรั่งเศส, อิตาลี, จาวา, โรมาเนีย, สเปน และสวิตเซอร์แลนด์

PV Engerth locomotive
รถจักร Engerth ที่ใช้งานในสเปน

รุ่นย่อยแบบ Fink

Pius Fink ได้พัฒนาต่อยอดจากระบบ Engerth โดยทำให้ล้อหลังถูกขับเคลื่อนด้วยก้านต่อจากเพลาข้อเหวี่ยง ทำให้กลายเป็นรถจักรแบบ 0-6-4-0T ตัวอย่างที่สำคัญคือรถจักรหมายเลข 500 ชื่อ "Steyerdorf" ซึ่งใช้งานบนเส้นทาง Reschitza - Orawicza

การอนุรักษ์

ปัจจุบันมีรถจักรแบบ Engerth บางส่วนถูกอนุรักษ์ไว้ เช่น รถจักรหมายเลข 28 "Genf" (แบบ 0-4-6T) ที่สร้างโดย Maschinenfabrik Esslingen ในปี 1858 ซึ่งจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์การขนส่งสวิส (Swiss Transport Museum) ในเมืองลูเซิร์น

คำถามที่พบบ่อย

รถจักรไอน้ำแบบ Engerth มีความพิเศษอย่างไร?

มีความพิเศษที่การออกแบบเทนเดอร์แบบข้อต่อ (Articulated Tender) ซึ่งทำให้น้ำหนักของน้ำและเชื้อเพลิงช่วยเพิ่มแรงยึดล้อขับเคลื่อนให้ยึดเกาะรางได้ดีขึ้น ในขณะที่ยังสามารถเลี้ยวโค้งแคบๆ ได้

Wilhelm von Engerth คือใคร?

เขาเป็นวิศวกรชาวออสเตรียที่เริ่มต้นจากการศึกษาด้านสถาปัตยกรรม และต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการทั่วไปของทางรถไฟแห่งรัฐออสเตรีย

รถจักรแบบ Engerth ถูกนำไปใช้ที่ไหนบ้าง?

Lถูกนำไปใช้ในทางรถไฟสายภูเขาในเทือกเขาแอลป์ และในประเทศต่างๆ เช่น ออสเตรีย, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, ฝรั่งเศส, อิตาลี, จาวา, โรมาเนีย, สเปน และสวิตเซอร์แลนด์