← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การประท้วงที่สนามบินฟรีแมน การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมในกองทัพสหรัฐฯ

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นการประท้วงของนายทหารผิวสีในกลุ่มทิ้งระเบิดที่ 477 เพื่อต่อต้านการแบ่งแยกเชื้อชาติในสโมสรนายทหาร
  • มีการจับกุมนายทหารผิวสีรวม 162 ครั้ง จากการพยายามเข้าใช้สโมสรของคนผิวขาว
  • กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้คืนเกียรติยศและยกเลิกโทษทางวินัยให้แก่ผู้ประท้วงในปี 1995
  • ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ปูทางสู่การยกเลิกการแบ่งแยกเชื้อชาติในกองทัพสหรัฐฯ

การประท้วงที่สนามบินฟรีแมน (Freeman Field mutiny) คือชุดเหตุการณ์การประท้วงที่เกิดขึ้น ณ สนามบินกองทัพบกฟรีแมน (Freeman Army Airfield) ใกล้กับเมืองเซย์มัว รัฐอินดีแอนา ในปี ค.ศ. 1945 โดยสมาชิกชาวแอฟริกัน-อเมริกันของกลุ่มทิ้งระเบิดที่ 477 (477th Bombardment Group) ได้พยายามเข้าใช้สโมสรนายทหารที่สงวนไว้สำหรับคนผิวขาวเท่านั้น การเคลื่อนไหวครั้งนี้ส่งผลให้เกิดการจับกุมนายทหารผิวสีถึง 162 ครั้ง และนำไปสู่การพิจารณาคดีทางทหาร ซึ่งในเวลาต่อมาเหตุการณ์นี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นก้าวสำคัญสู่การยกเลิกการแบ่งแยกเชื้อชาติในกองทัพสหรัฐฯ และเป็นต้นแบบของการใช้การดื้อแพ่ง (Civil Disobedience) ในขบวนการสิทธิพลเมือง

ภูมิหลังและการแบ่งแยกเชื้อชาติในกองทัพ

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพสหรัฐฯ มีนโยบายแบ่งแยกเชื้อชาติอย่างเข้มงวด ทหารชาวแอฟริกัน-อเมริกันส่วนใหญ่ถูกจำกัดให้ทำหน้าที่สนับสนุนมากกว่าบทบาทในการรบ และมีโอกาสน้อยมากที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งบัญชาการ

กลุ่มนักบินทัสคีกี (Tuskegee Airmen)

ในปี ค.ศ. 1940 ภายใต้แรงกดดันจากผู้นำชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ประธานาธิบดีแฟรงกลิน ดี. รูสเวลต์ ได้เปิดโอกาสให้ชายผิวสีอาสาสมัครฝึกเป็นนักบินขับไล่ โดยหน่วยแรกคือฝูงบินขับไล่ที่ 99 ซึ่งฝึกซ้อมที่เมืองทัสคีกี รัฐแอลาบามา จนเป็นที่มาของชื่อ "นักบินทัสคีกี" (Tuskegee Airmen) ซึ่งภายใต้การนำของพันเอกเบนจามิน โอ. เดวิส จูเนียร์ นายทหารผิวสีคนแรกที่บินเดี่ยวในฐานะนายทหาร ได้สร้างผลงานในแอฟริกาเหนือและอิตาลี

การก่อตั้งกลุ่มทิ้งระเบิดที่ 477

ต่อมามีการจัดตั้งกลุ่มทิ้งระเบิดที่ 477 (477th Bombardment Group) เพื่อฝึกนักบินผิวสีให้ขับเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดกลาง B-25J Mitchell โดยเริ่มฝึกที่สนามบินเซลฟริดจ์ รัฐมิชิแกน อย่างไรก็ตาม หน่วยนี้ประสบปัญหาด้านขวัญและกำลังใจอย่างรุนแรงเนื่องจากการแบ่งแยกทางสังคม โดยเฉพาะการที่สโมสรนายทหารที่สนามบินเซลฟริดจ์ไม่อนุญาตให้ทหารผิวสีเข้าใช้ ซึ่งเป็นการละเมิดกฎระเบียบของกองทัพบก (Army Regulation 210–10) ที่ระบุว่าอาคารสาธารณะในฐานทัพต้องเปิดรับนายทหารทุกคนโดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ

ต่อมาหน่วย 477 ถูกย้ายไปยังสนามบินก็อดแมน รัฐเคนทักกี และสุดท้ายย้ายมายังสนามบินฟรีแมน รัฐอินดีแอนา เพื่อเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายก่อนเข้าสู่การรบในวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1945

เหตุการณ์การประท้วงที่สนามบินฟรีแมน

แผนที่ตำแหน่งของสนามบินฟรีแมนในรัฐอินดีแอนา
ตำแหน่งที่ตั้งของสนามบินกองทัพบกฟรีแมน (Freeman Army Airfield) ในรัฐอินดีแอนา

เมื่อกลุ่มทิ้งระเบิดที่ 477 ย้ายมาถึงสนามบินฟรีแมน พวกเขาพบว่าพันเอกโรเบิร์ต เซลเวย์ ได้สร้างสโมสรนายทหารแยกเป็นสองแห่ง คือ สโมสรหมายเลขหนึ่งสำหรับ "ผู้รับการฝึก" (ซึ่งเป็นคนผิวสีทั้งหมด) และสโมสรหมายเลขสองสำหรับ "ผู้ฝึกสอน" (ซึ่งเป็นคนผิวขาวทั้งหมด)

นำโดยร้อยโท โคลแมน เอ. ยัง (Coleman A. Young) ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดีทรอยต์ กลุ่มนายทหารผิวสีได้วางแผนท้าทายการแบ่งแยกนี้ โดยการพยายามเข้าใช้สโมสรหมายเลขสอง ในวันที่ 5 และ 6 เมษายน ค.ศ. 1945 นายทหารผิวสีจำนวนมากได้เดินเข้าไปในสโมสรของคนผิวขาวและลงนามในคำสั่งที่ห้ามพวกเขาเข้าใช้ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงการดื้อแพ่งและบีบให้กองทัพต้องจับกุมพวกเขา

ผลลัพธ์และการพิจารณาคดี

การประท้วงครั้งนี้ส่งผลให้มีการจับกุมนายทหารผิวสี 162 ครั้ง บางรายถูกจับกุมซ้ำ มีนายทหาร 3 นายถูกส่งฟ้องศาลทหารในข้อหาเล็กน้อย โดยมีร้อยโทโรเจอร์ ซี. เทอร์รี (Roger C. Terry) เพียงคนเดียวที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด

มรดกและการคืนเกียรติยศ

เหตุการณ์ที่สนามบินฟรีแมนถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1995 กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ประกาศคืนเกียรติยศให้แก่นายทหารผิวสีที่เข้าร่วมการประท้วง โดยยกเลิกคำตัดสินของศาลทหารและลบจดหมายตำหนิออกจากประวัติการรับราชการของนายทหาร 15 นาย

นักประวัติศาสตร์ด้านขบวนการสิทธิพลเมืองมองว่าการประท้วงครั้งนี้เป็นต้นแบบของการใช้การดื้อแพ่งเพื่อบูรณาการสถานที่สาธารณะ และเป็นแรงผลักดันสำคัญที่นำไปสู่คำสั่งประธานาธิบดีของแฮร์รี เอส. ทรูแมน ในการยกเลิกการแบ่งแยกเชื้อชาติในกองทัพสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา

คำถามที่พบบ่อย

การประท้วงที่สนามบินฟรีแมนคืออะไร?

คือเหตุการณ์ที่นายทหารผิวสีของกลุ่มทิ้งระเบิดที่ 477 พยายามเข้าใช้สโมสรนายทหารของคนผิวขาวที่สนามบินกองทัพบกฟรีแมนในปี 1945 เพื่อประท้วงการแบ่งแยกเชื้อชาติ

ใครคือผู้นำคนสำคัญในการประท้วงครั้งนี้?

ร้อยโท โคลแมน เอ. ยัง (Coleman A. Young) ซึ่งในเวลาต่อมาได้กลายเป็นนายกเทศมนตรีของเมืองดีทรอยต์ เป็นหนึ่งในผู้นำการวางแผนประท้วง

ผลลัพธ์ทางกฎหมายในขณะนั้นเป็นอย่างไร?

มีการจับกุมนายทหารผิวสี 162 ครั้ง และมีนายทหาร 3 นายถูกส่งฟ้องศาลทหาร โดยมีเพียงนายเดียวที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด

เหตุการณ์นี้มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์สิทธิพลเมืองอย่างไร?

เป็นต้นแบบของการใช้การดื้อแพ่ง (Civil Disobedience) เพื่อเรียกร้องความเท่าเทียม และส่งผลให้กองทัพสหรัฐฯ ยกเลิกการแบ่งแยกเชื้อชาติในเวลาต่อมา