← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ช่วงเสียงแบบทั่วไปและแบบเฉพาะในทฤษฎีเซตไดอะโทนิก

สรุปใจความสำคัญ

  • ช่วงเสียงแบบทั่วไปนับตามจำนวนขั้นของสเกล ในขณะที่ช่วงเสียงแบบเฉพาะนับตามจำนวนครึ่งเสียง
  • ในสเกลไดอะโทนิก ช่วงเสียงแบบทั่วไปที่ใหญ่ที่สุดคือ 6 (หรือจำนวนโน้ตในสเกลลบหนึ่ง)
  • คุณสมบัติของไมฮิลล์ระบุว่าสเกลนั้นๆ จะมีช่วงเสียงแบบเฉพาะเพียงสองค่าสำหรับแต่ละช่วงเสียงแบบทั่วไป
  • แนวคิดนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการวิเคราะห์โครงสร้างทางคณิตศาสตร์ของสเกลดนตรี

ในทฤษฎีเซตไดอะโทนิก (Diatonic set theory) การทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างระดับเสียงมักถูกแบ่งออกเป็นสองมุมมองหลัก คือ ช่วงเสียงแบบทั่วไป (Generic interval) และ ช่วงเสียงแบบเฉพาะ (Specific interval) ซึ่งช่วยให้นักทฤษฎีดนตรีสามารถวิเคราะห์โครงสร้างของสเกลและคอลเลกชันของเสียงได้อย่างแม่นยำ

ช่วงเสียงแบบทั่วไป (Generic Interval)

ช่วงเสียงแบบทั่วไปคือจำนวนขั้นของสเกลที่อยู่ระหว่างโน้ตสองตัวในกลุ่มเสียงหรือสเกลนั้นๆ โดยไม่ได้คำนึงถึงจำนวนครึ่งเสียงที่แท้จริง ตัวอย่างเช่น ในสเกลไดอะโทนิก ช่วงเสียงแบบทั่วไปจะนับตามลำดับขั้นของสเกล ได้แก่ ขั้นสอง (seconds), ขั้นสาม (thirds), ไปจนถึงขั้นเจ็ด (sevenths) โดยค่าสูงสุดของช่วงเสียงแบบทั่วไปจะเท่ากับจำนวนสมาชิกในสเกลลบด้วยหนึ่ง

ภาพแสดงความสัมพันธ์ของช่วงเสียง
ภาพแสดงการกระจายตัวของช่วงเสียงในระบบดนตรี

ช่วงเสียงแบบเฉพาะ (Specific Interval)

ในขณะที่ช่วงเสียงแบบทั่วไปเน้นที่ตำแหน่งบนสเกล ช่วงเสียงแบบเฉพาะ จะเน้นที่ระยะห่างทางกายภาพของระดับเสียงบนวงกลมโครมาติก (Chromatic circle) หรือจำนวนครึ่งเสียง (Half steps) ที่แท้จริงระหว่างโน้ตสองตัว ในระบบเสียงเท่ากัน 12 เสียง (12-tone equal temperament) ช่วงเสียงแบบเฉพาะที่ใหญ่ที่สุดคือ 11 ครึ่งเสียง

ตารางเปรียบเทียบช่วงเสียงในสเกลไดอะโทนิก

ชื่อช่วงเสียงช่วงเสียงทั่วไป
ขั้นสอง (Seconds)1
ขั้นสาม (Thirds)2
ขั้นสี่ (Fourths)3
ขั้นห้า (Fifths)4
ขั้นหก (Sixths)5
ขั้นเจ็ด (Sevenths)6

คุณสมบัติของไมฮิลล์ (Myhill's Property)

คุณสมบัติของไมฮิลล์ (Myhill's property) เป็นลักษณะเฉพาะของสเกลดนตรีที่มีช่วงเสียงแบบเฉพาะเพียงสองค่าสำหรับช่วงเสียงแบบทั่วไปแต่ละค่า ซึ่งหมายความว่าในแต่ละขั้นของสเกล สามารถสร้างรูปแบบความสัมพันธ์ของเสียงได้สองแบบ เช่น การมีทั้งเมเจอร์และไมเนอร์ หรือการมีช่วงคู่ที่สมบูรณ์และช่วงคู่ที่ลด/เพิ่ม สเกลไดอะโทนิกและสเกลเพนทาโทนิกต่างก็มีคุณสมบัตินี้ ซึ่งได้รับการอธิบายครั้งแรกโดยจอห์น คลัฟ (John Clough) และเจอรัลด์ ไมเออร์สัน (Gerald Myerson) โดยตั้งชื่อตามจอห์น ไมฮิลล์ (John Myhill)

คำถามที่พบบ่อย

ช่วงเสียงแบบทั่วไปและแบบเฉพาะต่างกันอย่างไร?

ช่วงเสียงแบบทั่วไปนับตามตำแหน่งขั้นบันไดเสียง (เช่น ขั้นสอง ขั้นสาม) ส่วนช่วงเสียงแบบเฉพาะนับตามระยะห่างของครึ่งเสียงจริงบนเครื่องดนตรี

คุณสมบัติของไมฮิลล์สำคัญอย่างไรในทางดนตรี?

ช่วยอธิบายว่าทำไมสเกลบางประเภท เช่น ไดอะโทนิก จึงมีความสมดุลและมีรูปแบบความสัมพันธ์ของเสียงที่หลากหลายและเป็นระบบ

ทำไมช่วงเสียงแบบทั่วไปในสเกลไดอะโทนิกถึงมีค่าสูงสุดเป็น 6?

เนื่องจากสเกลไดอะโทนิกมีโน้ต 7 ตัว การนับระยะห่างระหว่างโน้ตตัวแรกถึงตัวสุดท้ายในเชิงขั้นบันไดจึงเท่ากับ 7 ลบด้วย 1 เท่ากับ 6