← กลับไปยังบทความทั้งหมด

วิวัฒนาการของภาษาเยอรมันในเยอรมนีตะวันออก (DDR)

สรุปใจความสำคัญ

  • ภาษาเยอรมันใน DDR ถูกปรับเปลี่ยนโดยรัฐบาลเพื่อสร้างอัตลักษณ์สังคมนิยมและแยกตัวจากเยอรมนีตะวันตก
  • การเปลี่ยนแปลงเน้นหนักที่คำศัพท์ (Vocabulary) มากกว่าไวยากรณ์หรือโครงสร้างประโยค
  • มีการสร้างคำศัพท์ใหม่ เช่น Winkelement และ Großvieheinheit เพื่อเปลี่ยนมุมมองทางสังคมและอุดมการณ์
  • มีการส่งเสริมภาษาถิ่นในเยอรมนีกลางและยืมคำจากภาษารัสเซีย เช่น Datscha

ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1949 ถึง 1990 ภาษาเยอรมันในสาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมัน (German Democratic Republic หรือ DDR) ได้มีวิวัฒนาการที่แตกต่างจากภาษาเยอรมันที่ใช้ในเยอรมนีตะวันตก เนื่องจากความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางด้านการเมือง สังคม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1960 ผู้นำทางการเมืองของ DDR มีความพยายามที่จะสร้างอัตลักษณ์ของรัฐให้เป็นอิสระผ่านนโยบายทางภาษาแบบแยกตัว (Isolationist linguistic politics) เพื่อสร้างเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างเยอรมนีตะวันออกและเยอรมนีตะวันตก โดยการลดความเป็นเอกภาพของภาษาเยอรมันลง

ความพยายามทางการเมืองนี้ไม่ได้นำไปสู่การสร้างภาษาใหม่ทั้งหมด แต่ส่งผลให้เกิดรูปแบบการใช้ภาษาและพฤติกรรมทางภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งไม่ได้ปรากฏชัดในด้านไวยากรณ์หรือโครงสร้างประโยค แต่จะเห็นได้ชัดเจนในด้านคำศัพท์ ทั้งในบริบทที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ

การเปลี่ยนแปลงด้านคำศัพท์

การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นที่สุดของภาษาเยอรมันใน DDR เกิดขึ้นในระดับคำศัพท์ โดยรัฐบาลเยอรมนีตะวันออกพยายามสร้าง "คำศัพท์สังคมนิยม" (Socialist lexicon) เพื่อปลูกฝังอัตลักษณ์ใหม่ให้กับพลเมือง ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนคำเรียกธงจาก Fahne เป็น Winkelement (แปลว่า "องค์ประกอบสำหรับการโบก") เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนโบกธงที่ทางการแจกให้ในงานพาเหรดเพื่อแสดงความภาคภูมิใจในรัฐ หรือการเปลี่ยนคำว่าวัว (Kuh) เป็น Großvieheinheit (แปลว่า "หน่วยปศุสัตว์ขนาดใหญ่") ซึ่งนักวางแผนเกษตรกรรมคอมมิวนิสต์ต้องการสื่อว่าวัวในระบบสังคมนิยมนั้นมีความพิเศษและแตกต่างจากวัวในระบบทุนนิยม

คำศัพท์ด้านการปกครองและระบบเศรษฐกิจ

เนื่องจากรัฐบาล DDR ควบคุมเกือบทุกมิติของชีวิตประจำวัน จึงมีการสร้างคำศัพท์ใหม่เพื่อใช้ในระบบการปกครอง เช่น der Staatsrat (สภาแห่งรัฐ), der Staatsratsvorsitzende (ประธานสภาแห่งรัฐ) และ die Volkskammer (สภาประชาชน) ซึ่งเป็นองค์กรนิติบัญญัติเพียงแห่งเดียวของ DDR

นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยังนำไปสู่การเกิดคำศัพท์เฉพาะทาง เช่น Betriebspaß (คำที่ใช้อธิบายลักษณะทั่วไปของโรงงานในด้านเทคนิคและเศรษฐกิจ) และ kollektivieren (คำกริยาที่ใช้กับการโอนที่ดินให้เป็นของรัฐหรือการทำเกษตรแบบรวมกลุ่ม)

คำศัพท์ในชีวิตประจำวันและสังคม

ในขณะที่สังคมพัฒนาขึ้น ก็มีการสร้างคำศัพท์ใหม่เพื่อตอบสนองต่อสภาพสังคมในขณะนั้น เช่น Intershop ซึ่งเป็นร้านค้าที่รับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อซื้อสินค้าจากตะวันตก, Hausbuch สมุดบันทึกประจำอาคารที่ใช้ลงรายละเอียดผู้พักอาศัยและผู้มาเยือน (ซึ่งตำรวจเยอรมนีตะวันออกจะตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ) และ Westpaket ซึ่งหมายถึงพัสดุที่ส่งมาจากเยอรมนีตะวันตก

นอกจากนี้ ยังมีการนำคำเดิมมาให้ความหมายใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับค่านิยมของ DDR เช่น Das Aktiv หมายถึงกลุ่มคนงานที่ร่วมมือกันทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจและสังคมที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย หรือ Der Arbeiterstudent ซึ่งใช้เรียกนักศึกษาที่เคยเป็นแรงงานฝีมือมาก่อนที่จะเข้าสู่ระบบการศึกษา

อิทธิพลจากท้องถิ่นและต่างประเทศ

รัฐบาล DDR ส่งเสริมการใช้คำจากภาษาถิ่นในภูมิภาคเยอรมนีกลาง (Mitteldeutschland) ให้กลายเป็นมาตรฐาน เช่น การใช้คำว่า Sonnabend แทนคำว่า Samstag สำหรับวันเสาร์ หรือการใช้คำว่า Schrippen (คำเรียกขนมปังกลมในเบอร์ลิน) แทนคำว่า Brötchen นอกจากนี้ยังได้รับอิทธิพลจากกลุ่มประเทศตะวันออก เช่น คำว่า Datscha (บ้านพักตากอากาศ) ซึ่งยืมมาจากภาษารัสเซีย (дача)

การออกเสียงและไวยากรณ์

ในด้านภาษาศาสตร์ นักวิชาการในเยอรมนีตะวันออกให้ความสำคัญกับมาตรฐานการออกเสียงมากกว่าไวยากรณ์ ในปี ค.ศ. 1961 ได้มีการจัดทำ Wörterbuch der deutschen Aussprache (พจนานุกรมการออกเสียงภาษาเยอรมัน) ขึ้นในเยอรมนีตะวันออก ซึ่งแยกจากพจนานุกรมการออกเสียงในเยอรมนีตะวันตกที่มีสองฉบับหลักคือ Theodor Siebs' Deutsche Aussprache (ซึ่งเน้นความเป็นระเบียบและกฎเกณฑ์) และ Konrad Duden's Aussprachewörterbuch (ซึ่งเน้นการบันทึกการใช้งานจริง) ความแตกต่างในแนวทางการจัดทำพจนานุกรมเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความแตกต่างในการออกเสียงภาษาเยอรมันระหว่างสองฝั่งเยอรมนีอย่างค่อยเป็นค่อยไป

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมภาษาเยอรมันในเยอรมนีตะวันออกถึงแตกต่างจากเยอรมนีตะวันตก?

เนื่องจากความแตกต่างทางอุดมการณ์ทางการเมืองและสังคม โดยรัฐบาล DDR พยายามสร้าง 'คำศัพท์สังคมนิยม' เพื่อสร้างอัตลักษณ์ของรัฐให้เป็นอิสระและแยกตัวจากอิทธิพลของเยอรมนีตะวันตก

ตัวอย่างคำศัพท์ที่ถูกเปลี่ยนเพื่อส่งเสริมอุดมการณ์สังคมนิยมคืออะไร?

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการเปลี่ยนคำว่า 'ธง' (Fahne) เป็น 'องค์ประกอบสำหรับการโบก' (Winkelement) และการเปลี่ยนคำว่า 'วัว' (Kuh) เป็น 'หน่วยปศุสัตว์ขนาดใหญ่' (Großvieheinheit)

ภาษาเยอรมันใน DDR ได้รับอิทธิพลจากภาษาอื่นหรือไม่?

ได้รับอิทธิพลจากกลุ่มประเทศตะวันออก โดยเฉพาะภาษารัสเซีย เช่นคำว่า Datscha ที่หมายถึงบ้านพักตากอากาศ

ความแตกต่างทางภาษาเกิดขึ้นในระดับไวยากรณ์หรือไม่?

ไม่ ความแตกต่างส่วนใหญ่เกิดขึ้นในระดับคำศัพท์และการออกเสียง ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างไวยากรณ์หรือไวยากรณ์พื้นฐานของภาษาเยอรมันอย่างมีนัยสำคัญ