ถ้วยรางวัลกอร์ดอน เบ็นเน็ตต์ สำหรับเครื่องบิน
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งโดย เจมส์ กอร์ดอน เบ็นเน็ตต์ จูเนียร์ เจ้าของหนังสือพิมพ์ New York Herald
- ใช้ระบบการแข่งขันที่ประเทศผู้ชนะครั้งก่อนเป็นเจ้าภาพ และหากชนะ 3 ครั้งติดต่อกันจะได้ครอบครองถ้วยรางวัลถาวร
- การแข่งขันสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1920 เมื่อสโมสรการบินแห่งฝรั่งเศส (Aéro-Club de France) ได้รับถ้วยรางวัลไปครอบครองถาวร
- เป็นการแข่งขันแบบจับเวลา (Time Trial) ไม่ใช่การแข่งความเร็วแบบตัวต่อตัว
ถ้วยรางวัลกอร์ดอน เบ็นเน็ตต์ สำหรับเครื่องบิน (Gordon Bennett Aviation Trophy) คือถ้วยรางวัลสำหรับการแข่งขันเครื่องบินระดับนานาชาติ ซึ่งก่อตั้งโดย เจมส์ กอร์ดอน เบ็นเน็ตต์ จูเนียร์ (James Gordon Bennett Jr.) เจ้าของและผู้จัดพิมพ์หนังสือพิมพ์นิวยอร์กเฮรัลด์ (New York Herald) ชาวอเมริกัน ถ้วยรางวัลนี้เป็นหนึ่งในสามรางวัลที่เบ็นเน็ตต์เป็นผู้สนับสนุน โดยอีกสองรางวัลคือการแข่งขันรถยนต์และการแข่งขันบอลลูน
กฎกติกาการแข่งขัน
เงื่อนไขการแข่งขันของถ้วยรางวัลกอร์ดอน เบ็นเน็ตต์ มีลักษณะคล้ายกับถ้วยรางวัลชไนเดอร์ (Schneider Trophy) โดยมีข้อกำหนดว่า ประเทศที่ชนะการแข่งขันในครั้งก่อนหน้าจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งถัดไป และประเทศใดที่สามารถชนะการแข่งขันติดต่อกันได้สามครั้ง จะได้รับถ้วยรางวัลนั้นไปครอบครองอย่างถาวร ตามกฎนี้ หลังจากที่ โจเซฟ ซาดิ-เลอกวงต์ (Joseph Sadi-Lecointe) ได้รับชัยชนะในปี ค.ศ. 1920 ถ้วยรางวัลจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ถาวรของสโมสรการบินแห่งฝรั่งเศส (Aéro-Club de France)
ประวัติความเป็นมา
หลังจากความสำเร็จของการแข่งขันบอลลูนกอร์ดอน เบ็นเน็ตต์ ซึ่งกลายเป็นรายการแข่งขันที่สำคัญที่สุดในกีฬาดังกล่าว เบ็นเน็ตต์จึงได้ประกาศจัดการแข่งขันสำหรับเครื่องบินที่มีเครื่องยนต์ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1908 โดยเขาได้ว่าจ้าง อ็องเดร โอค็อก (André Aucoc) ประติมากรผู้สร้างถ้วยรางวัลสำหรับการแข่งขันบอลลูนและรถยนต์ ให้เป็นผู้สร้างถ้วยรางวัลนี้ด้วย
การกำหนดกฎระเบียบการแข่งขันถูกมอบหมายให้สโมสรการบินแห่งฝรั่งเศส (Aéro-Club de France) โดยกำหนดให้แต่ละประเทศที่เข้าร่วมสามารถส่งทีมผู้เข้าแข่งขันได้สูงสุด 3 คน
การแข่งขันยุคแรก (ค.ศ. 1909)
การแข่งขันครั้งแรกในปี ค.ศ. 1909 จัดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของงาน Grande Semaine d'Aviation ที่เมืองแร็งส์ (Reims) ประเทศฝรั่งเศส โดยเป็นการบินวนรอบสนามระยะทาง 10 กิโลเมตร จำนวน 2 รอบ การแข่งขันในยุคนั้นไม่ใช่การแข่งความเร็วแบบตัวต่อตัว แต่เป็นการแข่งแบบจับเวลา (Time Trial) ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าแยกกัน
ในครั้งนั้น กลอว์ด กราแฮม-ไวท์ (Claude Grahame-White) และนักบินชาวฝรั่งเศสหลายคนประสบปัญหาจากสภาพอากาศที่เลวร้าย แต่ กลอว์ด เคอร์ทิส (Glenn Curtiss) นักบินชาวอเมริกันสามารถคว้าชัยชนะไปด้วยเวลา 15 นาที 50.4 วินาที โดยมี หลุยส์ เบลริโอต์ (Louis Blériot) ได้อันดับสอง
การพัฒนาและการสิ้นสุดการแข่งขัน (ค.ศ. 1910 - 1920)
เมื่อเครื่องบินมีความเร็วเพิ่มขึ้นและเครื่องยนต์มีความทนทานมากขึ้น ระยะทางในการแข่งขันจึงถูกขยายออกไปในทุกๆ ปี การแข่งขันในปี ค.ศ. 1910 จัดขึ้นที่สนามแข่งเบลมอนต์พาร์ค (Belmont Park) ในนิวยอร์ก ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนักบินว่ามีความอันตรายเนื่องจากมีสิ่งกีดขวางจำนวนมากและมีโค้งที่แคบมากจนถูกเรียกว่า "มุมคนตาย" (Dead Man's Corner)
การแข่งขันถูกระงับไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยการแข่งขันที่กำหนดไว้ในปี ค.ศ. 1914 ถูกยกเลิก และไม่มีการจัดการแข่งขันในปี ค.ศ. 1919
การแข่งขันครั้งสุดท้ายจัดขึ้นในปี ค.ศ. 1920 ที่เมืองออร์เลอ็อง (Orléans) และเอต็องป์ (Étampes) ประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากความเร็วของเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก การแข่งขันจึงเปลี่ยนรูปแบบจากการบินวนรอบหลักหมุด (Pylons) มาเป็นการบินระหว่างจุดสองจุดที่ห่างกัน 50 กิโลเมตร แทน โจเซฟ ซาดิ-เลอกวงต์ (Joseph Sadi-Lecointe) คว้าชัยชนะด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 6 นาที 17.2 วินาที ส่งผลให้ฝรั่งเศสชนะติดต่อกันเป็นครั้งที่สามและได้รับถ้วยรางวัลไปครอบครองถาวร
คำถามที่พบบ่อย
ถ้วยรางวัลกอร์ดอน เบ็นเน็ตต์ สำหรับเครื่องบิน คืออะไร?
คือถ้วยรางวัลสำหรับการแข่งขันเครื่องบินความเร็วระดับนานาชาติที่ก่อตั้งโดย เจมส์ กอร์ดอน เบ็นเน็ตต์ จูเนียร์ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีการบินในยุคแรก
ใครเป็นผู้ครอบครองถ้วยรางวัลนี้อย่างถาวร?
สโมสรการบินแห่งฝรั่งเศส (Aéro-Club de France) เป็นผู้ครอบครองถาวร หลังจากชนะการแข่งขันติดต่อกัน 3 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายคือชัยชนะของ โจเซฟ ซาดิ-เลอกวงต์ ในปี ค.ศ. 1920
การแข่งขันนี้แตกต่างจากการแข่งเครื่องบินในปัจจุบันอย่างไร?
ในยุคแรกเป็นการแข่งขันแบบจับเวลา (Time Trial) โดยนักบินจะขึ้นบินแยกกันเพื่อทำเวลาให้ดีที่สุด แทนที่จะเป็นการบินแข่งกันในอากาศพร้อมกัน
ทำไมการแข่งขันถึงหยุดชะงักในช่วงปี ค.ศ. 1914-1919?
เนื่องจากการปะทุของสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้การแข่งขันในปี ค.ศ. 1914 ถูกยกเลิก และไม่มีการจัดการแข่งขันในปี ค.ศ. 1919


