กริล แกรนจ์ นวนิยายเรื่องสุดท้ายของ โทมัส เลิฟ พีค็อก
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นนวนิยายเรื่องสุดท้ายของ โทมัส เลิฟ พีค็อก ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1861
- เนื้อเรื่องสะท้อนทัศนคติการต่อต้านนวัตกรรมสมัยใหม่และระบบการสอบแข่งขันของผู้เขียน
- มีการใช้ตัวละคร 'กริลลัส' จากตำนานกรีกเพื่อสื่อถึงการปฏิเสธชีวิตมนุษย์ในโลกสมัยใหม่
- จบลงด้วยการแต่งงานพร้อมกัน 9 คู่ ซึ่งเป็นการคลี่คลายปมความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งหมด
กริล แกรนจ์ (Gryll Grange) เป็นนวนิยายเรื่องที่เจ็ดและเป็นผลงานเล่มสุดท้ายของ โทมัส เลิฟ พีค็อก (Thomas Love Peacock) ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1861 โดยก่อนหน้านี้ได้มีการตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในนิตยสาร Fraser's Magazine ในปี ค.ศ. 1860 หลังจากที่พีค็อกเกษียณอายุจากการทำงานในบริษัทอินเดียตะวันออก (East India Company)
ลักษณะเด่นและแนวคิดของเรื่อง
แม้ว่าความตลกขบขันที่รุนแรงซึ่งเคยปรากฏในผลงานยุคแรกๆ ของพีค็อกจะลดน้อยลงในเรื่องนี้ แต่ กริล แกรนจ์ กลับโดดเด่นด้วยการใช้เรื่องเล่าเชิงเกร็ดความรู้ (Anecdote) และการสอดแทรกอคติส่วนตัวของผู้เขียนที่มีต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่ โดยเฉพาะการแสดงออกถึงความไม่พอใจและความเป็นศัตรูต่อนวัตกรรมทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นในยุคนั้น
ชื่อเรื่องมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อของตัวละครหลักคือ เกรกอรี่ กริล (Gregory Gryll) ซึ่งเชื่อว่าตนเองสืบเชื้อสายมาจาก กริลลัส (Gryllus) ตัวละครในตำนานที่โต้แย้งกับยูลิสซีสว่า ชีวิตของสัตว์มีความสุขมากกว่าชีวิตของมนุษย์ กริลลัสคือหนึ่งในมนุษย์ที่ถูกเซอร์ซี (Circe) สาปให้เป็นหมูและปฏิเสธที่จะกลับคืนร่างเป็นมนุษย์
โครงเรื่องและเหตุการณ์สำคัญ
การพบกันและความสัมพันธ์
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่โต๊ะอาหารของนายกริลและเพื่อนของเขา ดร. โอพิมิอัน (Rev. Dr. Opimian) นักชิมผู้ร่าเริง ทั้งคู่ได้หารือกันเรื่องการจัดแสดงละครตลกในรูปแบบของอริสโตฟานีส (Aristophanic comedy) ในช่วงคริสต์มาส โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียกวิญญาณของกริลลัสบรรพบุรุษของนายกริลมาให้ความเห็นต่อโลกสมัยใหม่
ต่อมา ดร. โอพิมิอัน ได้พบกับ นายอัลเจอร์นอน ฟอลคอนเนอร์ (Mr. Algernon Falconer) ผู้พำนักอยู่ในหอคอยร้างที่รู้จักกันในชื่อ "the Duke's folly" ฟอลคอนเนอร์เป็นชายโสดผู้รักในวรรณกรรมคลาสสิกและใช้ชีวิตอย่างสันโดษเพื่อรักษาความสงบทางจิตใจ โดยมีพี่น้องผู้หญิง 7 คนคอยดูแลรับใช้ในฐานะแม่ครัว พนักงานเสิร์ฟ และนักดนตรี
เหตุการณ์พลิกผันเกิดขึ้นเมื่อรถม้าของนายกริลและ มอร์กานา (Morgana) ลูกสาวของเขา ถูกฟ้าผ่าใกล้กับหอคอย ทำให้ฟอลคอนเนอร์รับทั้งคู่เข้ามาพักรักษาตัว จนนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและการเชื้อเชิญฟอลคอนเนอร์ไปร่วมงานฉลองคริสต์มาสที่คฤหาสน์กริล แกรนจ์
บทสรุปและความรัก
ในงานฉลองคริสต์มาส มีตัวละครอย่าง ลอร์ด เคอร์รีฟิน (Lord Curryfin) ผู้เชี่ยวชาญด้านปลาและหลงใหลในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งพยายามจีบมอร์กานา แต่สุดท้ายเขากลับมีความรู้สึกดึงดูดกับ อลิซ นิฟเฟต (Alice Niphet) ในขณะที่ฟอลคอนเนอร์ตกหลุมรักมอร์กานาแต่ลังเลที่จะขอแต่งงานเพราะไม่อยากทำลายความสัมพันธ์ในบ้านที่มีพี่น้อง 7 คน
ด้วยความช่วยเหลือของ ดร. โอพิมิอัน และการผลักดันของมอร์กานา ทำให้ความรักของตัวละครต่างๆ ลงตัว โดยฟอลคอนเนอร์ตัดสินใจขอแต่งงานกับมอร์กานา และพี่น้องทั้ง 7 คนของฟอลคอนเนอร์ก็ได้พบกับคู่ครองของตนเอง นำไปสู่พิธีแต่งงานพร้อมกันถึง 9 คู่ในตอนท้ายเรื่อง
การเสียดสีสังคมผ่านละครในเรื่อง
จุดสูงสุดของเรื่องคือการแสดงละครตลกที่เรียกวิญญาณของกริลลัสขึ้นมา ซึ่งกริลลัสได้แสดงท่าทีดูแคลนต่อเรือกลไฟและรถไฟ รวมถึงการเสียดสีระบบการสอบแข่งขัน (Competitive Examination) ซึ่งเป็นสิ่งที่พีค็อกคัดค้านอย่างรุนแรง โดยในเรื่องมีการจำลองการสอบที่ผู้เข้าสอบซึ่งเป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่าง ฮันนิบาล, โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ และริชาร์ดใจสิงห์ กลับถูกตัดสินว่าไม่เหมาะสมเพียงเพราะตอบคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ได้
คำถามที่พบบ่อย
กริล แกรนจ์ มีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับอะไร?
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์และความรักของกลุ่มคนที่มีบุคลิกแปลกแยกจากสังคม โดยสอดแทรกการเสียดสีนวัตกรรมสมัยใหม่และค่านิยมทางสังคมในยุควิกตอเรียผ่านบทสนทนาและละครตลก
ทำไมผู้เขียนถึงใส่เรื่องการสอบแข่งขันลงในนวนิยาย?
เพราะ โทมัส เลิฟ พีค็อก มีอคติต่อระบบการสอบแข่งขันที่เริ่มนำมาใช้ในสมัยของเขา โดยเขามองว่ามันเป็นวิธีการวัดคุณค่าคนที่ไม่ถูกต้องและไม่สมเหตุสมผล
ตัวละคร กริลลัส (Gryllus) มีความสำคัญอย่างไรในเรื่อง?
กริลลัสเป็นสัญลักษณ์ของการปฏิเสธความเจริญทางวัตถุและโลกของมนุษย์ โดยในเรื่องเขาถูกนำเสนอผ่านละครที่เรียกวิญญาณมาเพื่อวิพากษ์วิจารณ์ความวุ่นวายของยุคสมัยใหม่

